บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ย่านลาดกระบัง ถูกเนรมิตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวและชอปปิ้งขนาดใหญ่ หวังเจาะลูกค้าต่างชาติแวะชอปก่อนเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองกับ “ตลาดน้ำมหานคร” ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ชูคอนแนวคิดตลาดน้ำผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
คำขวัญที่ว่า “อาณาจักรแห่งการค้า มหานครแห่งสายน้ำ ตามรอยวิถีวัฒนธรรมไทย ความภูมิใจแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” บ่งบอกความเป็นตลาดน้ำมหาครได้เป็นอย่างดี “นายชัยณัฏฐ์ โสดาสร้อย” ประธานที่ปรึกษาบริษัทตลาดน้ำมหานครสุวรรณภูมิ จำกัด เล่าว่า ทำเลดังกล่าวเดิมเป็นป่าก้านธูป แต่ด้วยชัยภูมิที่โดดเด่น ด้านหน้าถนนใหญ่ ทิศเหนือติดคลองหัวจระเข้น้อยและทิศตะวันตกติดคลองประเวศบุรีรมย์ โลเคชั่นถือว่าดีเยี่ยม เหมาะแก่การทำตลาดน้ำมาก ดังนั้นจึงเริ่มปรับพื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 9 เดือน ออกแบบเป็นสายน้ำ และแบ่งโซนกิจกรรมต่างๆ รวมถึงร้านค้า ออกเป็น 4 โซน ได้แก่ 1.โซนร้านค้า เป็นการผสมผสานระหว่างสินค้าย้อนยุคและสินค้าปัจจุบัน าทิ ผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพระดับ 5 ดาวจากทั่วประเทศ , อาหารไทย 4 ภาค, ผลิตภัณฑ์งานศิลป์, ผลิตภัณฑ์จากงานหัตถกรรม, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของฝาก, ของที่ระลึก เป็นต้น
2. ลานวัฒนธรรม ศูนย์กลางการแสดงเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเป็นเวทีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและกิจกรรมการกุศล 3. แหล่งศึกษาความรู้ จุดศูนย์กลางความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ผ่านงานสถาปัตยกรรมของพระราชวัง และร่วมสักการะบูชารูปจำลองขององค์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทั้ง 8 รัชกาล และพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีขนาดเท่าพระองค์จริง และ4. แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการและการ พักผ่อนหย่อนใจ โดยการท่องเที่ยวทางน้ำในหลายๆ รูปแบบ เช่น นั่งเรือชมตลาด ชื่นชมดอกไม้ พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันรื่นรมย์
ตลาดน้ำมหานครถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาวกรุง และในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของผู้ประกอบการหน้าใหม่ใช้ทำเลนี้เป็นหน้าร้านแจ้งเกิดผลงานของตนเอง กับค่าเช่าร้านเดือนละ 6,000 บาท ค่าเซ้งร้านครั้งแรกโดยเฉลี่ยที่ 250,000 บาท ขนาดร้านอยู่ที่ 12-15 ตารางเมตร โดยปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 600 บูธ จากการเปิดขายหน้าร้านประมาณ 90% (100% ประมาณ 800 บูธ) ซึ่งมีผู้ประกอบการจับจองพื้นที่ไปแล้ว 50-60% ส่วนใหญเป็นผู้ประกอบการในโซนร้านค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม 4 ภาค จำนวน 200 บูธ และโซนแฟชั่น เสื้อผ้า ของฝาก และจิวเวอรี่ กว่า 100 บูธ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวในวันธรรมดาอยู่ที่ 7,000-8,000 คน/วัน และเสาร์-อาทิตย์ 15,000-20,000 คน/วัน
นอกจากนี้เจ้าของตลาดยังสร้างหอต่างๆไว้ให้คนกราบไหว้สักการะบูชาด้วยมีทั้งหอพระพิฆเนศ หอพระศิวลี และหอหลวงปู่ทวด พร้อมทั้งยังมีพระบรมรูปปั้นเท่าพระองค์จริงของกษัตริย์ในราชวงศ์จักร 8พระองค์ รวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลปัจจุบัน เพิ่มความสิริมงคลแก่ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้มาเยือน
สำหรับแผนการตลาดของตลาดน้ำมหานครแบ่งเป็นการทำตลาดในประเทศไทยเพื่อเชื้อเชิญคนไทยให้มาเที่ยวชม โดยการนำสินค้าโอทอปมาจัดประกวด เน้นแสดงศักยภาพสินค้าไทยจากฝีมือชาวบ้าน พร้อมกิจกรรมบนเวทีต่างๆ ในขณะที่การทำตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทางผู้บริหารจะร่วมมือกับบริษัททัวร์ต่างๆ ให้พานักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมสินค้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ที่เดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 60,000-70,000 คน/วัน คาดในช่วงนั้นจะทำให้มีเงินหมุนเวียนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 60% และชาวต่างชาติอีก 40% ที่เป็นชาวจีน อาหรับ ไต้หวัน และอินเดีย เป็นต้น โดยมีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่และเล็กได้กว่า 400 คัน
หากเรียง 5 อันดับ ตลาดน้ำที่ขึ้นชื่อของไทย หนึ่งในนั้นคงต้องมีชื่อ “ตลาดน้ำมหานคร” ด้วยอย่างแน่นอน จากจุดเด่นด้านวัฒนธรรม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ขณะนี้ตลาดน้ำมหานครได้เข้าไปนั่งอยู่ใจของใครหลายๆ คนแล้ว
***ติดต่อสำนักงานโครงการ โทร. 08-1492-4075, 08-4700-8883, 08-1142-1836***


