“น้ำทิพย์” ครูสอนแอโรบิค เจอพิษเศรษฐกิจ กระทบเวทีสอนเต้นชะงัก มุ่งดอดเรียนต้นกล้าอาชีพ “เพนท์สีบนเสื้อยืดและผลิตภัณฑ์” เตรียมหากินแบบแม่ค้า หวังเพิ่มรายได้ทดแทนที่เคยหดหาย ระยะแรกเดินสายหาแผงขาย ประเดิมงานทอผ้าไหม ตามติดที่งานวันเกิด สทท. ต่อด้วยฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
น้ำทิพย์ คงสอน ครูสอนเต้นแอโรบิค วัย 43 ปี เล่าว่า แต่เดิมตนเองยึดอาชีพครูสอนเต้นแอโรบิคเป็นอาชีพอิสระมามากว่า 5 ปี ในช่วงการเต้นแอโรบิคกำลังบูมเมื่อ 2-3 ปีก่อนนั้น ตนเองนับว่าเป็นอีกคนที่มีรายได้เป็นกอบป็นกำ เพราะเพียงแค่เดินสายไปนำเต้นตามออฟฟิศต่างๆ หรือหน้าห้างสรรพสินค้าทั่วทุกหัวระแหงที่จ้างไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง ราคาชั่วโมงละ 500 บาทขึ้นไป ทั้งเงินดีแถมร่างกายแข็งแรง ทำให้ไม่คิดที่จะเปลี่ยนไปหางานอื่นทำ
จนกระทั่งปลายปีที่ผ่านมาเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน ส่งผลกระทบเข้าประเทศไทยอย่างจัง หลายต่อหลายอาชีพต้องล้มหาย ด้วยการปิดกิจการบ้าง ลดจำนวนพนักงานบ้าง ย่อมลามมาถึงอาชีพของเธอ ซึ่งประสบปัญหาที่ถูกเลิกจ้างสอนกระทันหัน ทำให้น้ำทิพย์ได้รับผลกระทบอย่างจัง
“จริงๆ อาชีพนี้ทำรายได้ดีมาตลอด โดยที่เคยสอนก็มีหน้าห้างคาร์ฟูร โลตัส บริษัทแถวหลักสี่ ลาดพร้าว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งภายใน 1 สัปดาห์ก็วนไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันอาชีพนี้ก็ไม่ได้มั่นคงทั้งหมด เพราะจากลักษณะการว่าจ้างจะจ้างด้วยวาจา เช่น ผู้จ้างประสงค์ให้สอน 3 วัน ต่อ สัปดาห์ เป็นเวลา 1 เดือน พอเดือนถัดไปอาจจะไม่จ้างเราก็ได้ โดยไม่มีความแน่นอนเพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จ้างที่จะขอยุติการจ้างได้ทันที ซึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2551) เมื่อหลายบริษัทลดจำนวนคน ผู้ที่มาฝึกเต้นกับเราก็ลดจำนวนลงไปด้วย บริษัทก็เลยไม่ต้องการเสียเงินกับส่วนนี้ ก็บอกเลิกไป เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้กับตน คือ ต้องหารอาชีพอื่นสำรองไว้ด้วย โดยสนใจในโครงการต้นกล้าอาชีพ และตัดสินใจฝึกอบรมในหลักสูตรการเพ้นท์สีบนเสื้อยืดและผลิตภัณฑ์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา”
หลังจากเข้ารับการฝึกอบรม น้ำทิพย์ น้ำทิพย์ก็หมั่นฝึกฝนฝีมือ พร้อมกับหาทำเลเพื่อนำวิชาความรู้ที่ได้มาผันเป็นรายได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ไปติดต่อหาซื้อเสื้อโหลมาทดลองขายในทันที โดยใช้เวลาก่อนที่จะไปสอนแอโรบิคในอาชีพเดิมที่เธอยังคงพอจะมีทำอยู่บ้างในแต่ละวัน ประกอบกับยังคงติดต่อและปรึกษาครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สบช่องตลาดที่จะนำเสนอสินค้าสู่ตลาดได้ไม่ยาก ล่าสุดครูผู้สอนได้เมตตาให้ผลิตเสื้อผ้า กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ และกระเป๋าใส่เศษปกสมุดโน้ตแฟ้มเอกสาร ปลอกหมอนอิง ซึ่งทำจากผ้าฝ้ายออกจำหน่ายงาน “ฝ้ายทอใจ” ณ ศูนย์สรรพสินค้า สยามพารากอน เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
“งานแสดงสินค้าครั้งนี้ ถือว่าเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เราและเพื่อนประกอบอาชีพค้าขายอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก เราตั้งใจกับงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจประดิษฐ์อย่างประณีตมากๆ ซึ่งในงานเราผลิตสินค้าที่มีทั้งการเพนท์ การปะติด การเย็บ การปัก ลงในชิ้นงานที่เป็นวัสดุผ้าฝ้าย และ จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 20 ไปจนถึงราคา 350 บาท”
การเอาจริงเอาจังกับอาชีพใหม่ที่เธอมั่นใจว่าจะเข้ามาช่วยเสริมรายได้เพิ่มเข้ามา เพื่อมาทดแทนกับรายได้ที่ขาดหายไปจากการสอนแอโรบิคเข้ามาให้เร็วที่สุด เธอก็ยังได้น้องสาว ซึ่งยังคงเป็นนักศึกษาช่วยจับจองพื้นที่ขายของฟรีตามเงื่อนไขที่ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กำหนดไว้ ซึ่งตน เพื่อน และน้อง ก็ร่วมกันเตรียมผลิตสินค้ากันอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะหนทางข้างหน้า คือ เม็ดเงินที่อย่างน้อยก็สร้างชีวิตของพวกเราได้แม้ไม่มากก็ตาม
“นับเป็นโชคของเราที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเช่าแผง เพียงแต่ใช้เพื่อการลงทุนผลิต และคิดว่าเริ่มต้นคงจะผลิตขายประมาณ 2-3 โหลก่อน เพื่อดูตลาดจะเริ่มที่การเพนท์เสื้อยืด และหาการขายไปได้ดีก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณและประเภทสินค้าอื่นๆออกมา”
อีกหนึ่งอาชีพที่น่ายกย่อง จากการต่อยอดความรู้จากการฝึกอบรมอาชีพ หมั่นฝึกฝน พร้อมหาตลาดเพื่อศึกษาช่องทางผลิตภัณฑ์ และฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า ซึ่งถือว่าแนวความคิดดังกล่าวเป็นตัวอย่างหอีกหลายคนนำไปเพิ่มรายได้ให้ตนเองได้
***ติดต่อ 08-4099-5479***



