การที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจสักอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดยเฉพาะกับธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก อย่าง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ หรือร้านร้านขายอาหารที่มีขั้นตอนกระบวนการทำที่ไม่ยากนัก แต่การที่คนเราจะเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านเพชร คงเป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะคว้ามาเป็นเจ้าของได้ ซึ่งก็ถือเป็นร้านในฝันของผู้หญิงหลายๆ คน ที่ชื่นชอบการทำงานอยู่กับของสวยๆ งามๆ
ส่งผลให้มีผู้ประกอบการไทยรายหนึ่งได้พยายามเสาะหาทางเลือกใหม่ ให้กับธุรกิจร้านเพชรที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงเกินไปนัก เพียงหลักแสนเท่านั้น ภายใต้แบรนด์ “TOMODACHI” (โทโมดาจิ) ของ นายบดินทร์ พญาพรหม กรรมการผู้จัดการ บริษัท โทโมดาจิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ต้องการแตกไลน์ในเครื่องประดับเพชร โดยให้เป็นทางเลือกใหม่กับผู้บริโภคในราคาที่ย่อมเยาขึ้น
โดยได้นำเทคโนโลยีในการผลิตอัญมณีทดแทน หรือ อัญมณีสังเคราะห์ เกิดจากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นวัสดุทดแทนเพชรขึ้นมา ได้แก่ คิวบิก เซอร์คูเนียร์ ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเพชรมาก ไม่ว่าจะเป็นความแข็งที่ 8.5 ในขณะที่เพชรมีความแข็งที่ 10 ตามมาตราโมห์ รวมถึงยังได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยทำให้เพชร CZ มีความเหมือนเทียบเท่ากับประกายเพชรน้ำหนึ่ง รวมถึงเพชรที่ได้ยังมีคุณสมบัติตามหลัก 4Cs ตั้งแต่ความสะอาดไร้ที่ติ (Clarity) ขนาดกะรัตตามต้องการ (Carat) สี (color) ที่ได้รับการการันตีในระดับ D ไร้สี (สูงสุด) อีกด้วย
“หลังจากที่เรารู้ว่ามีนวัตกรรมใหม่ ที่สามารถให้เกิดวัสดุคล้ายเพชรออกมาได้อย่างงดงาม จึงเริ่มสนใจ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะทำให้ในห้องแลปและจำลองสภาพอากาศให้เหมือนการกำเนิดเพชรตามธรรมชาติ และเมื่อได้นำนวัตกรรมการเจียระไนทีได้คุณภาพ และมีความเป็นมาตรฐานที่สุดในโลก คือ การเจียรนัยที่มีความเที่ยงตรงสูง ที่จะให้รูปแบบ Heart and Arrow ปรากฏทุกด้าน ในลักษณะสมมาตรต่อเนื่องและสวยงาม ส่งผลให้อัญมณีเปล่งประกายอย่างสูงสุด”
หลังจากที่นายบดินทร์ ได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่ในการผลิตเพชร แล้วจึงได้เปิดร้าน “โทโมดาจิ จิวเวอรี่” (TOMODACHI แปลว่า เพื่อน) ขึ้น ในห้างฯ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน หวังเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบอย่างเพชร ซึ่งทางร้านจะให้ความรู้แก่ลูกค้าในการเลือกซื้อเครื่องประดับ ว่าไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป แต่ก็สามารถสวยได้อย่างพอเพียง ซึ่งเพชรของร้านโทโมดาจิ จะมีราคาถูกกว่าเพชรแท้ประมาณ 1,000 เท่าตัว โดยเพชรของโทโมดาจิ ขายกะรัตละ 1,800 บาท ในขณะที่ราคาของเพชรน้ำหนึ่งกะรัตละ 600,000 บาท
สำหรับการทำการตลาด นายบดินทร์ ได้ขยายธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์ ด้วยเงินลงทุนเพียง 400,000 บาท สัญญา 3 ปี โดยแบ่งเป็นค่าแฟรนไชส์ฟี 50,000 บาท และการตกแต่งร้าน พร้อมสินค้าจำหน่าย ซึ่งที่ผ่านมาร้านโทมาดาจิ มีสาขาทั้งสิ้น 8 สาขา ตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งการคืนทุนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน พร้อมตั้งเป้า 20 สาขา ภายในปีนี้
“การที่ขณะนี้เรามีถึง 8 สาขา ทำให้เรากล้าที่จะประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก รวมการจัดการอีเวนท์ต่างๆ อย่างการจัดงานเดินแบบเปิดตัวคอลเลคชั่นเพชรใหม่ เป็นต้น ซึ่งการทำประชาสัมพันธ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจให้กับแฟรนไชซี และจุดขายอีกอย่างหนึ่งที่ทางร้านเราให้ความมั่นใจกับลูกค้า คือ การการันตีคุณภาพ ด้วยการให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนคืนได้ หากเพชรมีตำหนิ หรือเมื่อใช้ไปแล้วตัวเพชรไม่มีความแวววาว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”
ส่วนการทำการตลาดในต่างประเทศขณะนี้ทางโทโมดาจิ ได้ตั้งมาสเตอร์แฟรนไชส์ที่ประเทศมาเลเซียรวม 5 สาขา และกำลังเจรจาธุรกิจกับประเทศ ฮ่องกง เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งแนวโน้มความนิยมในเครื่องประดับที่เหมือนเพชรจริง คาดจะมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนกระแสสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวกับจิวเวอรี่ ถือเป็นธุรกิจที่เล่นกับอารมณ์ของผู้หญิง และคนที่ต้องการการยอมรับในสังคม ซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและดูดี ดังนั้นจิวเวอรี่จึงถือเป็นสินค้าที่จำเป็นในการทำธุรกิจของผู้คน เพื่อการเพิ่มภาพลักษณ์ให้ดูดีขึ้น
| Heart and Arrow คืออะไร |
| Heart and Arrow คือ รูปแบบการเจียระไนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งแม้คนส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้เรื่องคุณภาพของการเจียระไนอัญมณีหรือไม่สามารถแยกแยะในการเลือกซื้อได้ แต่เมื่อมองผ่านกล้อง ไอเดียล สตาร์ สโคป เพื่อดู Heart and Arrow แล้ว จะพบการเปล่งประกายอย่างสมบูรณ์แบบของอัญมณีชิ้นนั้น ที่เรียกกันว่า เพชรน้ำหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่สามารถเจียระไนเพชรให้ออกมาในลักษณะ Heart and Arrow ได้มีเพียง 200 คนเท่านั้นในโลก |
****สนใจติดต่อ 0-2260-7875, 081-555-1571****


