“เทียนบุราณ” ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถแทรกตัวในธุรกิจของ ‘เทียนสวยงาม’ ที่มีการแข่งขันกันสูง ได้เป็นอย่างดี โดยเปลี่ยนรูปแบบที่เห็นกันอยู่มาท้องตลาด ให้ออกมาไม่เหมือนใคร เลียนแบบงานเรซิ่น ส่งผลให้ผู้พบเห็นไม่เชื่อว่าจะสามารถทำเทียนออกมาได้ในรูปแบบเช่นนี้ ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ คุณภาพระดับโอทอป 4 ดาว
วัฒนา จันทร์สน เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เทียนบุราณ” (Antique Candle) เล่าว่า ก่อนเริ่มทำธุรกิจนี้ ตนเองได้ทำงานประจำ แต่เมื่อมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัวจึงลาออก เพื่อให้เวลาในการเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่นานกว่า 4 ปี ซึ่งในช่วงนั้น วัฒนาไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ทำให้เงินที่สะสมไว้เริ่มร่อยหรอ จึงคิดหาอาชีพเสริมที่สามารถทำที่บ้านได้ และด้วยความบังเอิญ ได้มีโอกาสเห็นการทำเทียนเป็นปราสาท ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา แต่นำไปใช้งานจริงไม่ได้ และมีขนาดใหญ่
ทำให้วัฒนาสนใจในเรื่องของการทำเทียน ที่สามารถใช้ได้จริง ดังนั้นจึงได้เริ่มฝึกทำเทียน ด้วยการลองผิดลองถูกประมาณ 1 ปี จึงมาลงตัวที่เทียนโบราณ สื่อถึงความเป็นไทย และชาติตะวันออกที่มีวัฒนธรรมมายาวนาน โดยเน้นการทำสีเลียนแบบงานเรซิ่น และงานโลหะ ที่ไม่ซ้ำแบบใคร
“เมื่อเราคิดที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเทียนอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งในตลาดเยอะ ดังนั้นจึงทำคิดหาแบบที่ให้เทียนบุราณมีความแตกต่างและสะดุดต่อผู้พบเห็น สุดท้ายจึงมาลงตัวที่เทียนโบราณ ภายใต้แบรนด์ “เทียนบุราณ” โดยเป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด โดยเฉพาะการลงสี ต้องทำทีละชิ้น เพื่อให้งานออกมามีความประณีตมากที่สุด”
ทั้งนี้ การทำเทียนบุราณ ถือว่าเป็นเรื่องยากในการทำให้ลวดลายของเทียนมีความละเอียดเหมือนการแกะสลัก ดังนั้นในเรื่องของการออกแบบแม่พิมพ์จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะงานเทียน หากแม่พิมพ์ไม่ดี ทุกอย่างก็จบ และจะไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้หมด แต่บางครั้งเพื่อให้สินค้ามีความเหมือนจริงให้มากที่สุด สินค้าบางตัว อย่าง "ช้าง" จะต้องนำมาแกะสลักในส่วนของขาเองด้วย
สำหรับเทียนบุราณ นอกจากจะมีจุดเด่นในเรื่องความละเอียดของลวดลายแล้ว ยังเป็นเทียนอโรมาเทอราปี ด้วย ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลิ่น คือ ตะไคร้ ส้ม และมะลิ โดยลูกค้าที่อุดหนุนเทียนบุราณมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มักนิยมซื้อไปเป็นของฝาก และของตกแต่งบ้าน ซึ่งขณะนี้มีกว่า 30 แบบ เช่น ช้างไทย ผอบมอญ ดอกไม้ไทย เทวรูป บายน และเต่า เป็นต้น โดยราคาเริ่มต้นที่ 130-900 บาท
“ในช่วงแรกรูปแบบของเทียนที่เราทำออกมาจะมีขนาดใหญ่ เน้นขายในตลาดต่างประเทศอย่างเดียว แต่เมื่อไปออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ทำให้เราหันมาทำงานที่มีขนาดเล็กลง เพื่อให้คนไทยสามารถซื้อได้ โดยกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,000 ชิ้น/เดือน แต่ขณะนี้ออเดอร์โดยเฉลี่ยมีเพียง 500 ชิ้น/เดือนเท่านั้น ซึ่งหากมีออเดอร์เพิ่มมากขึ้น จะสร้างโรงงานขนาดย่อมเพื่อใช้เป็นแหล่งผลิต เพราะขณะนี้ผลิตกันในทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งใช้พื้นที่เต็มหมดแล้ว”
ส่วนในเรื่องคู่แข่งจะมีออกมาในลักษณะที่คล้ายๆ กัน ซึ่งรูปแบบไม่เหมือนของเทียนบุราณทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานนูนต่ำ ไม่ใช่งานลอยตัวเหมือนของเทียนบุราณ ซึ่งตลาดก็เป็นคนละกลุ่มกัน ทั้งนี้ในปัจจุบันเทียนบุราณ ได้วางจำหน่ายที่ร้าน โอทอป ชอป (กรมส่งเสริมการส่งออก รัชดา), นารายณ์ภัณฑ์, กนก แกลลอรี่ (พัทยา), เจมส์ แกลลอรี่ และมีลูกค้าสั่งไปจำหน่ายที่ตลาดนัดสวนจตุจักรอีกด้วย
นอกจากนี้ในการวางแผนในอนาคตของธุรกิจนี้ วัฒนา กล่าวว่า จะเน้นการออกแบบ ที่เป็นรูปลักษณ์ในแถบยุโรป เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดในต่างประเทศ เพราะขณะนี้มีแต่ศิลปะในแถบเอเชีย อย่าง บายน ที่เป็นศิลปะของประเทศกัมพูชา ผอบมอญ และหญิงไทยในรูปแบบโบราณ เป็นต้น
***สนใจติดต่อ 0-2974-0170, 0-5843-4968***


