xs
xsm
sm
md
lg

‘สุคันธา’ข้าวตังยกระดับ ต่อยอดสร้างชื่อสู่สากล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

 ปรับบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย
กว่าสิบปีที่แล้ว ข้าวตัง “สุคันธา” เริ่มจากร้านทำขนมเล็กๆ ในเมืองเพชร จนชื่อเสียงโด่งดังคับจังหวัด เมื่อถึงรุ่นทายาท เข้ามาสานต่อธุรกิจ ช่วยยกระดับสินค้าสู่ขั้นพรีเมียม พร้อมเกาะกระแสรักสุขภาพ ทำให้ทุกวันนี้ ขนมไทยยี่ห้อดังกล่าว ก้าวไกลไปถึงต่างแดน
        
จุฑารัตน์ ตั้งพาณิชย์ (ซ้าย) และสุคันธา ตั้งพาณิชย์
         ต้นตำรับสูตรข้าวตังชื่อดังจาก จ.เพชรบุรี ที่แท้จริงคือ “สุคันธา ตั้งพาณิชย์” เริ่มต้นจากทำเป็นอาชีพเสริมหารายได้เลี้ยงลูกๆ โดยผลิตและจัดใส่ถุงแบบง่ายๆ เดินเร่ ฝากขายตามร้านขายขนมต่างๆ ก่อนขยายมีร้านของตัวเอง ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตข้าวตังอย่างจริงจังเจ้าแรกของจังหวัด
        
         ด้วยรสชาติความอร่อยเป็นที่ติดอกติดใจลูกค้า ทำให้ข้าวตัง “สุคันธา” กลายเป็นของฝากที่ใครผ่านไปมา จ.เพชรบุรี มักซื้อกลับไป กระทั่งถึงรุ่นลูกได้เข้ามาต่อยอดผลักดันเป็นสินค้าส่งออก
        
         จุฑารัตน์ ตั้งพาณิชย์ ทายาทธุรกิจ เผยว่า ได้ปรับขนาดข้าวตังให้เล็กลง เหลือขนาดชิ้นเส้นผ่านศูนย์ประมาณ 2 นิ้ว เพื่อเหมาะสำหรับเป็นขนมกินเล่น ทดแทนขนมแบบสแน็ค พร้อมทั้งเพิ่มรสชาติใหม่ๆ เกาะกระแสรักสุขภาพ ด้วย 7 หน้า ได้แก่ ข้าวตังธัญพืช , ข้าวตังเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ , ข้าวตังหน้างา , ข้าวตังหมูหยอง , ข้าวตังหน้าปลาสมุนไพร ,ข้าวตังไก่หยอง และข้าวเกรียบหมูหยอง
        
         นอกจากนั้น ยังพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศ ตลาดห้างสรรพสินค้า หรือกลุ่มซื้อฝากเป็นของที่ระลึกตามเทศกาล เป็นต้น รวมถึงปรับปรุงโรงงานผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ทั้ง GMP , HACCP สร้างความน่าเชื่อในการส่งออก และนำเทคโนโลยีในการบรรจุมาช่วยยึดอายุ เก็บได้นานถึง 1 ปี ซึ่งรวมแล้วใช้เงินลงทุนในการปรับเปลี่ยนเป็นหลักล้านบาท
        

         “ที่กล้าตัดสินใจลงทุน เพราะเห็นว่า ข้าวตัว ยังเป็นสินค้าที่ไม่มีเจ้าตลาดอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่ผลิตในกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนละตลาดกัน และเราค่อนข้างมั่นใจว่า มีลูกค้าจากต่างประเทศค่อนข้างมั่นคง ชัดเจน ทำให้กล้าลงทุน จากเดิมเราทำเป็นอุตสาหกรรมครอบครัว ทำตลาดแบบเชิงรับ แต่หลังจากการศึกษาตลาด รวมถึงเข้าอบรม NEC (โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่) ทำให้เราได้แนวคิดเปลี่ยนมาเน้นการตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน”
        
         จุฑารัตน์ ระบุว่า หลังจากเปลี่ยนรูปแบบ ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น จากเดิมจำกัดเฉพาะในจังหวัด แต่ปัจจุบันชื่อเริ่มเป็นที่จำจด และลูกค้ายอมรับเพิ่มขึ้น ดูจากตลาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างประเทศ มียอดขายรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 30%
        
ข้างตังหน้าธัญพืช ได้รับความนิยมที่สุด
         ทั้งนี้ ยอดขายข้าวตัง “สุคันธา” ต่อเดือนประมาณ 10 ตัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล อย่างปีใหม่ จะขายดีมาก โดยสัดส่วนตลาดเป็นต่างประเทศ 60% ส่วนใหญ่เน้นกลุ่มเอเชีย อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น อีก 40% เป็นตลาดในประเทศ ผ่านจุดขายมีหน้าร้านของตัวเองใน ซ.ละลายทรัพย์ และห้างสยามพารากอน กับฝากร้านขายของที่ระลึกต่างๆ และเร็วๆ นี้ กำลังจะส่งเข้าร้านสะดวกซื้อ และห้างดิสเคาท์สโตร์ชื่อดังด้วย
        
         แม้ว่ารูปโฉมจะเปลี่ยนไป ทว่า หัวใจสำคัญยังเป็นรสชาติที่คงสูตร และกรรมวิธีผลิตแบบดั้งเดิมตั้งแต่ยุคคุณแม่ ประกอบกับคัดสรรวัตถุดิบสดสะอาด โดยเฉพาะเคล็ดลับสำคัญต้องใช้ข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดี และน้ำตาลโตนดของเมืองเพชรบุรีเท่านั้น ส่วนราคาตั้งไว้ที่ห่อละ 35 บาท (น้ำหนักสุทธิประมาณห่อละ 95 กรัม) เป็นความตั้งใจไม่ให้สูงเกินไป สามารถแข่งขันกับสินค้าชนิดเดียวกันในท้องตลาดได้
        

         “สินค้าของเรา มองเห็นคุณภาพได้ตั้งแต่ภายนอก แต่ก็กังวลว่า ลูกค้าจะยอมรับไม่ได้ เพราะกลัวราคาสูง เราจึงรักษาราคาที่ 35 บาทไว้ แม้ว่าต้นทุนเฉพาะค่าแพจเกจของเราสูงถึง 50% ของราคาขายแล้วก็ตาม แต่เราอยากให้ผู้ซื้อยอมรับสินค้าของเราให้ได้”
        
         ทายาทธุรกิจ เผยด้วยว่า ขณะนี้ มีผู้ผลิตหลายรายพยายามลอกเลียนด้วยวิธีต่างๆ เช่น ชื่อใกล้เคียง บรรจุภัณฑ์ใกล้เคียง แล้วขายตัดราคา ซึ่งปัญหาดังกล่าว คงไม่สามารถไปห้ามไม่ให้รายอื่นผลิตได้ แนวทางในการต่อสู้ จึงต้องคงคุณภาพ รักษาชื่อเสียงที่มีมานาน และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้อย่างดี
        
         นอกจากแผนการตลาดต่อไป จะเน้นใช้เชิงรุกต่อเนื่อง ด้วยการออกข้าวตังหน้าใหม่ๆ และปรับขนาดให้เล็กลงอีก เพื่อความสะดวกและเหมาะกับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ รวมถึงพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองกระแสความนิยมของตลาดครบถ้วน ที่กำลังพัฒนาขณะนี้ คือ ข้าวตังไขมันต่ำ เพื่อเป็นทางเลือกของขนมกินเล่นเพื่อสุขภาพต่อไป
        
         *** www.kaotang.com ***