กลุ่มโนนก่อ ตั้งอยู่ในศูนย์การเรียนชุมชนพลาญข่อย หมู่บ้านแหลมทอง ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่กลางเนินเขา ติดกับตอนบนของพื้นที่เก็บน้ำเหนือเขื่อนสิรินธร ใกล้ชายแดนประเทศลาว ซึ่งยังคงรักษาสภาพของป่าไว้ได้บ้าง โดยทางกลุ่มมีศูนย์ปากท้อง เป็นศูนย์หลักในการทำมาหากิน
กัญธวัล สุดบรรทัด ตัวแทนกลุ่มโนนก่อ เปิดเผยว่า ศูนย์ปากท้อง เป็น 1 ใน 3 ศูนย์ของศูนย์การเรียนชุมชนพลาญข่อย อีก 2 ศูนย์คือศูนย์สมอง และศูนย์จิตใจ
“เดิมศูนย์ปากท้องเน้นการทำอยู่ทำกินเพื่อยังชีพของชุมชนด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ มากว่า 15 ปี เพื่อให้พ่อแม่ได้มีโอกาสทำงานในชุมชน โดยที่ไม่ต้องไปหางานทำที่ต่างเมืองหรือในกรุงเทพฯ จะได้มีเวลาดูแลลูก สร้างครอบครัวที่อบอุ่น แต่ปัจจุบันได้ขยายผลของเป้าหมายเพิ่มขึ้น โดยสร้างงานในรูปแบบที่สามารถจัดสรรรายได้ เพื่อนำไปพัฒนาศูนย์สมอง คือ โรงเรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) โดยเน้นทางด้านศีลธรรมเป็นหลัก และได้เป็น กศน.ดีเด่นของประเทศไทย ปี 2546 และมีศูนย์จิตใจ ซึ่งจะมีกิจกรรมการปฏิบัติธรรมในช่วงเย็นของทุกวัน”
ศูนย์ปากท้อง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแปรรูปผลไม้พื้นเมือง ทำขนุนอบกรอบโนนก่อ ซึ่งได้ อย. และผ่านการตรวจสอบจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว โดยขนุนของกลุ่มปลูกด้วยระบบอินทรีย์ โรงงานและกระบวนการผลิตก็ได้มาตรฐาน GMP และบรรจุในถุงฟอยล์ ซึ่งมีแก๊สไนโตรเจน เพื่อรักษาคุณภาพของขนุนอบกรอบ ไม่ให้เกิดความชื้น และป้องกันการเกิดเชื้อรา แบคทีเรีย สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี หลังวันที่ผลิต อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มอิฐบล็อคประสาน ผลิตอิฐตัวหนอน อิฐบล็อคประสาน อิฐโค้ง และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มพลังงานธรรมชาติ ผลิตถ่านอุ่นอาหาร ถ่านบาร์บีคิว ชนวนไฟ ถ่านหอม และถ้วยเพาะชำ
กัญธวัล กล่าวต่อว่า สินค้าที่กลุ่มกำลังเน้นทำการตลาดในขณะนี้ก็คือ ถ่านอุ่นอาหาร ซึ่งทำวิจัยมานานกว่า 1 ปีแล้ว และเพิ่งเปิดตัวในงาน OTOP CITY เมื่อปลายปี 2547 ที่ผ่านมา
“ชุมชนแถวนั้นมีไม้ยูคาลิปตัส ไม่ไผ่เยอะ ก็คิดที่จะแปรรูป เริ่มต้นก็ทำถ่านบาร์บีคิวและถ่านหอมสมุนไพร แล้วเราเห็นว่าเรื่องของเชื้อเพลิงธรรมชาติในระยะยาวมันน่าจะยั่งยืน ก็เลยทำถ่านอุ่นอาหาร ซึ่งทดแทนแอลกอฮอล์เหลวที่มีอันตราย มีควันแสบตา แต่ของเราจะใช้ส่วนผสมที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จุดปุ๊บก็ติดเป็นไฟทันที ไม่ใช่ถ่านที่ค่อยๆ ติดไฟทีละนิด สินค้านี้เป็นสินค้าใหม่ เป็นตัวแรกของโลกด้วย เราก็เลยจดสิทธิบัตรให้เป็นของชุมชนไว้แล้ว”
ทั้งนี้ ผลจากการแสดงสินค้าในงานก็มีเทรดเดอร์ที่สนใจทั้งส่งออกและขายในประเทศ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงกัน ทั้งยุโรปและเกาหลีซึ่งเป็นตลาดใหญ่ด้านอาหารปิ้งย่าง ซึ่งในเกาหลีนั้นคาดว่าจะได้ออเดอร์ปีละ 12 ตัน ส่วนในเมืองไทยนั้นนอกจากที่ศูนย์ฯ พลาญข่อยแล้ว ก็มีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วย แต่ยังไม่มีหน้าร้าน โดยราคาขายปลีกถ่านอุ่นอาหาร 1 กล่อง 12 ชิ้น อยู่ที่ 100 บาท
“เราผลิตสินค้าโดยมุ่งเน้นคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการเป็นหลัก ง่ายต่อการใช้สอย ปลอดภัย ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม มาตรฐานของโรงงานผลิตและกระบวนการผลิต ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ นอกเหนือจากวัตถุดิบที่คัดคุณภาพอย่างดี คุณภาพของสินค้าจึงเป็นคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และมาจากคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตด้วย”
“เราก็ไม่ได้หวังจะทำธุรกิจเพื่อสร้างกำไรมากมาย แค่พอสร้างชุมชนให้เข็มแข็ง เลี้ยงตัวเองได้เท่านั้น” กัญธวัล กล่าว
ศูนย์การเรียนชุมชนพลาญข่อย หมู่บ้านแหลมทอง ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี โทร 0-4524-7776 หรือตัวแทนจำหน่ายในกรุงเทพฯ 0-2960-0688 หรือ www.nonkogroup.com


