xs
xsm
sm
md
lg

ยอดขยาย “โจ๊กบางกอก”วูบ! เบ่งรถเข็นลุยตลาดขายข้างทาง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“โจ๊กบางกอก” ยอดขยายสาขาฝืด เพราะหาทำเลยาก ปรับแผนเบ่ง “โจ๊กบางกอกเอ็กเพรส” แฟรนไชส์รูปแบบรถเข็น ลุยตลาดลงทุนต่ำ ด้วยเงิน 35,000 บาท มั่นใจระบบจัดการเยี่ยม ง่ายต่อการควบคุม สะดวกแก่ผู้ขาย ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ เกิด 40-50 จุดทั่วประเทศ

นายมานะ ธุระกิจเสรี รองประธาน บริษัท เจบีเค ฟู้ดส์ จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งแฟรนไชส์ “โจ๊กบางกอก” เปิดเผยว่า จากที่ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ “โจ๊กบางกอก” ให้ได้ 100 สาขาภายในสิ้นปีนี้ แต่สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ขยายไปได้ 60 สาขา ซึ่งจากการประเมิน คงไปไม่ถึงเป้าที่ไว้วาง เพราะการขยายในรูปแบบร้านโจ๊ก ติดปัญหาด้านการหาทำเลที่ดีได้ยาก ประกอบกับต้องใช้ทุนสูง รวมแล้วประมาณเกือบ 200,000 บาท การขยายสาขาจึงยากกว่าที่คาดไว้

ดังนั้น จึงได้ออก “โจ๊กบางกอก เอ็กเพรส” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ขายโจ๊กแบบรถเข็น ที่ไม่ต้องมีความซับซ้อนในการเตรียมการขายมากนัก สะดวกในการหาสถานที่ และไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เพราะคิดว่า ตลาดโจ๊กทั่วไปในปัจจุบันยังมีโอกาสอีกมาก หากนำระบบจัดการที่ดีมาใช้ จะสามารถแชร์ส่วนแบ่งการตลาดรวมของธุรกิจนี้ ได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

“ผมตัดสินใจมาลงเป็นรถเข็น เพราะการเปิดเป็นร้านมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งเงินลงทุน และค่าเช่าสถานที่ และมองเห็นว่า โจ๊กที่เป็นรถเข็นในปัจจุบันมีจำนวนมาก ทั้งที่เป็นแฟรนไชส์ และไม่ใช่แฟรนไชส์ แต่ส่วนใหญ่ผู้ขายต้องมานั่งต้มข้าวเอง ทำน้ำซุปเอง ทำให้ไม่สะดวก คุมรสชาติไม่ได้ ดังนั้น เมื่อตลาดมีอยู่แล้ว ในขณะที่วิธีการทำงาน รสชาติ คุณภาพสินค้า ยังไม่ค่อยดี เราเห็นช่องทาง สามารถเข้ามาในตลาดนี้ได้ เพราะเรามีโนฮาวที่ดีกว่า โดยรายละเอียดที่วางไว้ คือ ง่ายและสะดวก เป็นการย่อส่วน ร้านโจ๊กบางกอก มาอยู่ในรถเข็น เช่น สามี และภรรยา ช่วยกันแค่สองคน สามารถดูแลกิจการแฟรนไชส์รถเข็นได้ทั้งหมด” นายมานะ กล่่าว 

ทั้งนี้ ข้อแตกต่างระหว่างแฟรนไชส์ “โจ๊กบางกอก” แบบร้าน กับแบบรถเข็น คือ ตัดอุปกรณ์บางอย่างออกไป เช่น เปลี่ยนจากชามหม้อดิน มาเป็นชามพลาสติก ด้านสินค้าจะไม่มีหมี่กรอบ ไส้ และกระเพาะ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ มีความยุ่งยากในการเตรียม ส่วนราคาขายปลีกชามละ 20-35 บาทเท่าเดิม ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 35,000 บาท เป็นค่ารถเข็นพร้อมอุปกรณ์ ไม่รวมโต๊ะ เก้าอี้ และเตาแก๊ส

นายมานะ เปิดเผยต่อว่า กระบวนการบริหารของแฟรนไชส์ “โจ๊กบางกอกเอ็กเพรส” จะเหมือนกับ “โจ๊กบางกอก”เดิม ทุกประการ โดยบริษัทฯ จะไม่เก็บค่าแฟรนไชส์รายเดือน หรือค่าต่อสัญญา แต่รายได้หลัก มาจากการขายส่งวัตถุดิบสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหอมมะลิพร้อมใช้ กิโลกรัมละ 20 บาท หัวน้ำซุป ถุงละ 70 บาท ปาท่องโก๋ กิโลกรัมละ 70 บาท และหมูบด กิโลกรัมละ 120 บาท ทั้งหมดได้ผ่านการปรุงรสเรียบร้อยแล้ว ต้มสุกพร้อมเสิร์ฟทันที ไม่ต้องเสียเวลาเคี่ยวโจ๊กหรือต้มน้ำซุป ดังนั้น รสชาติจึงไม่เพี้ยนไปจากเดิม ทำให้สะดวกในการควบคุมคุณภาพ และง่ายต่อผู้ขาย

สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ คาดว่าจะขายวันละ 2,000 – 2,500 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะเหลือกำไรประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่า จะขยาย “โจ๊กบางกอกเอ็กเพรส” ในปีนี้ได้ประมาณ 40-50 จุดทั่วประเทศ ส่วนปีหน้า คาดว่าในกรุงเทพฯ จะมีทั้งหมด 50-70 จุด ส่วนต่างจังหวัด 100 จุด

นายมานะ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปรับธุรกิจลงมารุกในตลาดล่าง กังวลเกี่ยวกับภาพของแฟรนไชส์ ร้าน “โจ๊กบางกอก” จะเสียเช่นกัน ไอเดียแรกจึงอยากจะเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่คิดว่าจะทำให้เกิดยาก และไม่นาน จะเกิดคำถามว่า เจ้าของเดียวกัน รสชาติเหมือนกันทำไมต้องใช้ชื่อต่างกัน หลังจากประเมินข้อดี และข้อเสียทั้งหมดแล้ว จึงตัดสินใจ คงใช้ชื่อ “โจ๊กบางกอก” แต่เพิ่มคำว่า “เอ็กเพรส” เชื่อว่า จะทำให้ธุรกิจกระจายได้ทั่วถึงมากขึ้น

ตารางธุรกิจ "โจ๊กบางกอกเอ็กเพรส"
ลงทุน 35,000 บาท ได้รับรถเข็นพร้อมชุดอุปกรณ์ (ยกเว้น โต๊ะ ,เก้าอี้ และเตาแก๊ส)
ได้รับการเข้าฝึกอบรม 5 วัน
ส่งพนักงานประกบ เปิดร้าน 2 วัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ติ่มซำบางกอก” ดัมพ์ราคาเข่งละ 15 บ. ในสาขายอดขายพุ่ง

“โจ๊กบางกอก” ดัน “ติ่มซำบางกอก” สร้างรายได้เสริมด้วยเงินทุน 1 หมื่น

*  *  *  *   *  *

สนใจติดต่อได้ที่ นายมานะ ธุระกิจเสรี โทร.0-1337-6961