“เบเกอรี่” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่แห่เข้ามาทำตลาดกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เป็นเพราะธุรกิจดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่ขยายตัวสูง รวมถึงสภาวะปัจจุบันที่คนมีเวลาจำกัดและเร่งรีบจึงต้องหันมาบริโภคขนมปังแทนข้าว “เบเกอรี่ มศว. ประสานมิตร” เป็นร้านหนึ่งที่มีจุดเด่นอยู่ที่การมีสินค้าหลากหลายและครอบคลุมขนมเกือบทุกชนิด ชี้กระแสสุขภาพมาแรงเตรียมคลอดขนมปังธัญพืชใหม่ในปีการศึกษาหน้า นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนทำขนมปังสามารถเข้าอบรมได้ที่ มศว.
นายจุมพล กาญจนปัญญาคม เจ้าของโครงการห้องปฏิบัติการเบเกอรี่ มศว. ประสานมิตร กล่าวถึง จุดเด่นของร้านเบเกอรี่มศว.ว่า มีผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ครอบคลุมทุกประเภท ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าประมาณ 60 ชนิด โดยตัวชิปสติ๊กหรือเบคอนสติ๊กจะเป็นสินค้าเด่นที่ขายดี ในขณะนี้ร้านอื่นๆยังไม่ค่อยมีสินค้าชนิดนี้ นอกจากนี้ทางร้านฯ จะเป็นร้านต้นแบบให้ในกรณีที่ลูกค้าอยากจะได้ขนมใหม่ๆ หรือทำขนมไม่เป็นก็จะมีการสอนให้ หรือลูกค้าอยากให้อบรมลูกน้องให้ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ นอกจากนี้มีโครงการที่จะทำขนมปังธัญพืชในปีการศึกษาหน้า(2547) หลังจากที่กระแสสุขภาพมาแรงจึงอยากทำขนมปังเพื่อสุขภาพขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายของร้านฯ คือ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย,ข้าราชการ ,กลุ่มทำงาน , ออฟฟิค เป็นต้น
“ คุกกี้อัลมอนด์ของร้านจะเป็นจุดเด่น เพราะมีโอกาสไปเรียนจากไต้หวันประมาณเกือบ 10 ปีมาแล้ว เห็นตัวนี้แปลกและอร่อยจึงทำ แต่เนื่องจากตัวนี้ขั้นตอนการทำมันยุ่งยาก สอนลูกค้าไปแล้วก็ไม่ค่อยมีคนทำ เราเลยทำ ช่วงหลังมีลูกค้ามาซื้อตัวนี้กันมาก โดยของเราจะทำคนละสไตล์กับที่อื่นที่จะทำเป็นคุกกี้แช่เย็นแล้วใส่อัลมอนด์สไลด์เข้าข้างใน แต่ของเราจะเป็นคุกกี้แผ่นบางๆ มีอัลมอลสไลด์ข้างในเป็นคุกกี้แบบหยอด”
คู่แข่งมีหลายระดับ
เจ้าของร้าน กล่าวถึงคู่แข่งในธุรกิจนี้ว่า ต้องแยกเป็นกลุ่มๆ ในส่วนของเบเกอรี่ระดับบนหรือแฟรนไชส์ของเมืองนอก ได้แก่ เอสแอนด์พี, ยามาซากิ,กาโต้ว์ เฮ้าส์ เป็นต้น อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ร้านเบเกอรี่ส่วนตัว อย่างร้านมศว.หรือโฮม เบเกอรี่ เป็นต้น และกลุ่มโรงงานใหญ่ที่ทำขนมปัง เช่น ฟาร์มเฮ้าท์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเล็กๆ ที่ทำ เช่น กลุ่มแม่บ้านที่ทำตามบ้าน หรือหิ้วไปขาย ตรงนี้มีค่อนข้างมาก เพราะการทำเบเกอรี่งบลงทุนไม่มากประมาณไม่เกิน 5 หมื่นบาทก็สามารถลงทุนได้แล้ว
ส่วนโครงการปีนี้ นายจุมพล กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ไม่ใช่เป็นอาหารของบ้านเรา แต่เป็นอาหารของต่างชาติ เพราะฉะนั้นจะต้องเกาะให้ทันกระแส ทั้งนี้มีโอกาสไปดูงานที่เมืองนอกก็จะไปดูมีอะไรใหม่ๆ ที่พอจะประยุกต์ให้เข้ากับผู้บริโภคบ้านเราได้
ส่วนการบริหารร้านจะเป็นสไตล์แบบครอบครัว มีพนักงานทั้งหมด 15 คน แบ่งเป็นแผนกต่างๆ ได้แก่ แผนกขนมปัง, แผนกเค้กและคุกกี้ , แผนกพายและเดนิส, ห้องสำหรับแพคของ ,แต่งหน้าเค้ก และหน้าร้าน
อยากเรียนทำขนม เชิญทางนี้ !
นอกจากจะเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว นายจุมพล ยังรับสอนทำเบเกอรี่อีกด้วย โดยเป็นวิทยากรรับสอนทำขนมให้สำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนเบเกอรี่ของโครงการของภาคคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมศว. ประสานมิตร โดยจะมีการจัดอบรมในการสอนทำเค้ก คุกกี้ พาย ขนมปังให้ประชาชนทั่วไปปีละครั้งในช่วงภาคฤดูร้อน และในเดือนตุลาคมนี้ที่มหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์
“ในขณะที่ภาพรวมของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในบ้านเรายังเติบโตได้อีกมากยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และค่อนข้างใหม่ ถึงแม้ว่าจะเข้ามานานหลายปีแล้วก็ตาม แต่คนไทยยังนิยมการบริโภคข้าวอยู่ และเห็นว่าเบเกอรี่ยังเป็นขนม ไม่ใช่อาหารเหมือนประเทศอื่น อีกทั้งเด็กยุคใหม่ส่วนใหญ่จะบริโภคขนมปังเป็นอาหารเช้า แต่คิดว่าเบเกอรี่จะเติบโตไปเรื่อยๆ แต่อาจจะไม่หวือหวามาก อาจจะดูเทรนด์ได้จากร้านเมืองนอกยังเข้ามาลงทุนในไทยมากอยู่” นายจุมพล กล่าว
จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันธุรกิจเบเกอรี่ในบ้านเรามีผู้ประกอบการหลายรายมาก แต่รายใดจะรุ่งหรือจะร่วงก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การบริหาร , ชั้นเชิงการแข่งขันทางตลาด และประสบการณ์ของแต่ละรายไป แต่อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของธุรกิจดังกล่าว คือ เรื่องรสชาติที่อร่อยและขนมต้องสะอาดเป็นสำคัญ
***สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 0-2260-0520-1 ***


