xs
xsm
sm
md
lg

ดูดไขมันสู่ “ตัดเหนียงส่องกล้อง” เทรนด์ใหม่ของการแก้กรอบหน้า เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่แค่ชั้นไขมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“เหนียง” หรือ ส่วนที่ห้อยอยู่บริเวณใต้คางหรือคอ เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายคนคุ้นเคยและมักเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวโดยตรง แต่ในทางการแพทย์ ปัญหากรอบหน้าไม่ชัดหรือคอดูหนาอาจไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว

บางคนรูปร่างผอมแต่มีเหนียง บางคนลดน้ำหนักแล้วบริเวณใต้คางยังคงอยู่ ขณะที่บางคนผ่านการดูดไขมันมาแล้ว แต่กรอบหน้าก็ยังไม่ชัดอย่างที่คาดหวัง

เหตุผลสำคัญคือพื้นที่ใต้คางและลำคอมีโครงสร้างหลายชั้น ตั้งแต่ไขมันใต้ผิวหนัง ผิวหนัง กล้ามเนื้อ Platysma ไปจนถึงไขมันและโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดในการแก้ปัญหาเหนียงจึงเริ่มเปลี่ยนจากการถามที่ว่า “จะเอาไขมันออกอย่างไร” ไปสู่คำถามที่ละเอียดขึ้นว่า “สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเหนียงของคนไข้ท่านนั้นเกิดจากโครงสร้างชั้นไหน”

หนึ่งในเทคนิคที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ตัดเหนียงส่องกล้อง หรือ Endoscopic Neck Lift ซึ่งนำกล้อง Endoscope มาช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในระหว่างการผ่าตัด เพื่อประเมินและจัดการปัญหาตามกายวิภาคและแก้ปัญหาตามโครงสร้างของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างตรงจุด

เหนียงไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว
American Society of Plastic Surgeons หรือ ASPS ระบุว่า Double Chin อาจสัมพันธ์กับหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม ไขมันสะสม น้ำหนักตัว และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามอายุ

นอกจากนี้ ในยุคที่ผู้คนเห็นตัวเองผ่าน Smartphone, Selfie, Video Conference และ Social Media มากขึ้น บริเวณใต้คางและแนวกรามก็กลายเป็นหนึ่งในจุดที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสังเกตตัวเองมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การมองเห็น “ก้อนไขมัน” จากภายนอก ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ไขมันชั้นเดียว

งานวิชาการด้าน Neck Rejuvenation อธิบายว่าโครงสร้างบริเวณลำคอสามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีบทบาทต่อรูปทรงของคอและกรอบหน้า

Superficial Plane เป็นชั้นที่มี Subcutaneous Fat หรือไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งอยู่เหนือกล้ามเนื้อ Platysma

Intermediate Plane ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ Platysma และโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการพยุงบริเวณลำคอ

Deep Plane มีโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไป เช่น Subplatysmal Fat และกล้ามเนื้อ Platysma รวมถึงองค์ประกอบอื่นที่มีผลต่อ Neck Contour

เพราะเหตุนี้ คนสองคนที่ภายนอกดูเหมือนมี “เหนียง” เหมือนกัน จึงอาจมีปัญหาคนละชั้น และไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีเดียวกัน

ทำไมบางคนดูดไขมันแล้วกรอบหน้ายังไม่ชัด ?
การดูดไขมันบริเวณใต้คางหรือ Submental Liposuction ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีไขมันใต้ผิวหนังเป็นสาเหตุหลัก และผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดี เมื่อไขมันถูกนำออก ผิวหนังสามารถเกิดการหดตัวตามโครงสร้างใหม่ได้ในระดับหนึ่ง จึงช่วยให้บริเวณใต้คางดูบางลงและแนว Jawline ชัดขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม

แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เห็นจากภายนอกไม่ได้มาจากไขมันชั้นตื้นเพียงอย่างเดียว

ผู้ป่วยบางรายอาจมีไขมันชั้นลึก (Deep Submental Fat) อยู่ใต้กล้ามเนื้อ Platysma หรือมีการหย่อนของกล้ามเนื้อร่วมด้วย บางรายอาจมี Platysmal Band หรือมีผิวหนังส่วนเกินมากจนการเอาไขมันออกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นได้ตามที่ต้องการ

ในบางกรณี การเอาไขมันออกมากเกินไปโดยไม่ประเมินชั้นโครงสร้างอื่นๆ ร่วมด้วย อาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่สมดุลหรือเห็นความหย่อนของผิวหนังชัดขึ้นได้ด้วย

ดังนั้น ก่อนเลือกว่าจะดูดไขมันหรือต้อง ตัดเหนียง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “มีไขมันมากแค่ไหน” แต่คือ “ไขมันอยู่ชั้นใด และมีโครงสร้างอื่นร่วมด้วยหรือไม่”

Platysma กล้ามเนื้อบาง ๆ ที่มีผลต่อกรอบหน้า
Platysma เป็นกล้ามเนื้อบริเวณคอแผ่นบางที่พาดจากบริเวณหน้าอกส่วนบนขึ้นมายังขากรรไกรและใบหน้าส่วนล่าง

แม้จะเป็นกล้ามเนื้อที่บาง แต่ Platysma มีบทบาทอย่างมากต่อ Neck Contour และเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ทำหน้าที่แบ่งไขมันบริเวณลำคอออกเป็นส่วนที่อยู่เหนือและใต้กล้ามเนื้อ

เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ Platysma อาจเกิดการแยกตัวหรือมี Platysmal Bands ทำให้บริเวณลำคอเกิดเส้นหรือความหย่อนที่เห็นได้ชัด ดังนั้น หากปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้างกล้ามเนื้อ การลดไขมันเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ต้นเหตุทั้งหมดได้

จาก “ตัดเหนียง” สู่ “ตัดเหนียงส่องกล้อง”
แนวคิดของการ ผ่าตัดเหนียง จึงเริ่มขยับจากการเอาไขมันออกอย่างเดียว ไปสู่การประเมินและจัดการหลายชั้นของโครงสร้างในรายที่มีข้อบ่งชี้

หนึ่งในแนวทางที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ตัดเหนียงส่องกล้อง หรือ Endoscopic Neck Lift

เทคนิคนี้ใช้ Endoscope หรือกล้องขนาดเล็กช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในระหว่างการผ่าตัดผ่านแผลบริเวณใต้คาง

ประโยชน์ของกล้องในเชิงการผ่าตัดไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ส่องกล้อง” เพียงอย่างเดียว แต่คือการช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของโครงสร้างในพื้นที่ที่มีขนาดจำกัดได้มากขึ้น

ผู้ที่มีเพียงไขมันชั้นตื้นและผิวหนังดี อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดในชั้นที่ลึกกว่า ขณะที่ผู้ที่มีหลายปัญหาร่วมกัน เช่น ไขมันชั้นลึก ผิวหนังส่วนเกิน หรือ Platysma หย่อน อาจต้องได้รับการประเมินว่ามีข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดมากขึ้นหรือไม่

“กรอบหน้าชัด” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหนียงเพียงอย่างเดียว
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกมองข้ามบ่อยคือ Jawline ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณไขมันใต้คางเพียงอย่างเดียว

ในผู้ที่คางสั้นหรือถอย แม้ไขมันบริเวณใต้คางจะไม่ได้มีมาก แต่จากมุมด้านข้างก็อาจทำให้ดูเหมือนมีเหนียงหรือ Neck Contour ไม่ชัด

ในทางตรงกันข้าม คนที่มีโครงสร้างคางและขากรรไกรดี อาจมี Jawline ที่ชัดแม้จะมีไขมันใต้คางอยู่บ้าง

นี่เป็นเหตุผลที่การประเมินโครงสร้างบริเวณใบหน้าและลำคอ จำเป็นต้องมองใบหน้าและลำคอเป็นหน่วยเดียวกัน มากกว่าการโฟกัสเฉพาะก้อนไขมันใต้คาง

คุณหมอโจ้ HERS Clinic ชี้ จุดสำคัญคือ “วินิจฉัยให้ถูกชั้น”



นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล หรือ คุณหมอโจ้ HERS Clinic แพทย์เฉพาะทาง Otolaryngology Head and Neck Surgery อธิบายว่า ผู้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องเหนียงจำนวนมากมักเริ่มต้นจากความเข้าใจว่า “เหนียงเท่ากับไขมัน”

แต่เมื่อประเมินและตรวจร่างกายจริงแล้ว อาจพบว่าผู้ป่วยมีปัญหามากกว่าปัญหาจากไขมันเพียงอย่างเดียว

“สิ่งสำคัญก่อนที่จะเริ่มรักษาปัญหาเหนียง ควรประเมิน ตรวจวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้แต่ละรายเฉพาะบุคคล ว่ามีสาเหตุมาจากโครงสร้างใด จึงจะทำให้การรักษานั้นได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุด”

สำหรับ ตัดเหนียงส่องกล้อง คุณหมอโจ้มองว่า การนำกล้องความละเอียดสูงเข้ามาช่วยในการผ่าตัดนั้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างระหว่างการผ่าตัดได้ดีขึ้น ส่งผลให้ลดระยะเวลาการพักฟื้นของคนไข้ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดและทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นดียิ่งขึ้นอีกด้วย

เทรนด์ใหม่อาจไม่ใช่ “ทำมากขึ้น” แต่ “ทำให้ตรงปัญหามากขึ้น”
ปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกในการแก้ปัญหาเหนียงและกรอบหน้ามากขึ้น ตั้งแต่เครื่องยกกระชับ การฉีดสารสลายไขมัน การดูดไขมัน ไปจนถึง ผ่าตัดเหนียง และ Endoscopic Neck Lift

แต่จำนวนเทคโนโลยีที่มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าแต่ละคนต้องทำมากขึ้นตามไปด้วย

ในทางกลับกัน แนวโน้มของ Facial Aesthetics และ Neck Surgery กำลังเคลื่อนไปสู่การประเมินที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น

คนที่มีปัญหาเฉพาะไขมัน อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดโครงสร้างที่ลึกกว่า ขณะที่คนที่มีปัญหาหลายชั้น การรักษาเฉพาะไขมันก็อาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด

จุดเปลี่ยนจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “เทคนิคไหนใหม่ที่สุด” แต่คือใครสามารถประเมินได้แม่นยำกว่าว่า ผู้ป่วยแต่ละคนควรทำอะไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับบุคคลนั้น

ก่อนตัดสินใจ ควรถามอะไรแพทย์บ้าง
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา ตัดเหนียง หรือ ตัดเหนียงส่องกล้อง คำถามที่ควรถามแพทย์ไม่ควรมีเพียงเรื่องราคา หรือระยะพักฟื้น

แต่ควรถามว่า

● ปัญหาหลักของเราอยู่ที่ไขมัน ผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อ
● มีปัญหาไขมันชั้นลึกหรือกล้ามเนื้อคอหย่อนยานร่วมด้วยหรือไม่
คำถามเหล่านี้ช่วยให้คนไข้เข้าใจแผนการรักษามากยิ่งขึ้น และทำให้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด