วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมสภานโยบาย อววน. ครั้งที่ 4/2569 โดยมีรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนงานระดับชาติ ปักธงวิสัยทัศน์ใหญ่ “Thailand² : Nation of Master” ขับเคลื่อนผ่าน 3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ Siam Silica, Siam Medica และ Siam Terra มุ่งสร้างงานทักษะรายได้สูง เพิ่มมูลค่าสินค้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย พร้อมนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไฟป่าและฝุ่นควัน เพื่อเปลี่ยนไทยจาก "ผู้ใช้เทคโนโลยี" ให้กลายเป็น "ผู้ผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรม" นำพาประชาชนและประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน
3 ยุทธศาสตร์หลัก ภายใต้ร่ม Thailand²: Nation of Master
1. Siam Silica ปักหมุดไทยในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก เน้นการพัฒนา 4 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ได้แก่ (1) โฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีชิปแสงและเลเซอร์เพิ่มความเร็วส่งข้อมูล (2) สารกึ่งตัวนำกำลังสูง (Power Devices) ชิปจัดการพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฟขนาดใหญ่ (3) การออกแบบวงจรรวม (IC Design) การออกแบบพิมพ์เขียวสมองกลและชิปประมวลผล และ (4) การบรรจุหีบห่อขั้นสูง (Advanced Packaging) เทคโนโลยีประกอบชิปขนาดเล็กเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ
โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 ในการปั้นสตาร์ทอัพด้านออกแบบชิป (IC Design) ของไทยและต่างชาติ พร้อมดึงบริษัทข้ามชาติมาเปิดศูนย์ออกแบบในไทย รวม 8 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี และดึงดูดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI)
2. Siam Medica | ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสมูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรและพืชท้องถิ่นไทย สู่กลางน้ำด้วยเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio) การผลิตทางชีวภาพ (Biomanufacturing) ผลิตภัณฑ์การรักษาขั้นสูง (ATMPs) และเครื่องมือแพทย์ จนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การแพทย์แม่นยำเจาะจงรายบุคคล (Precision Medicine) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Estate) โดยมีกลไกเร่งด่วนคือการปลดล็อกข้อจำกัดด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัล (Data Informatics) พร้อมผลักดันสิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อดึงดูดนักลงทุน
3. Siam Terra พลิกเกษตรไทยสู่อาหารแห่งอนาคตและชีวภาพมูลค่าสูง เน้นสร้างขีดความสามารถใหม่ใน 4 ด้าน ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture), ไบโอเทคแม่นยำ (Precision Biotech), อาหารอนาคตมูลค่าสูง (High-Value Future Food) และการผลิตชีวภาพพร้อมขับเคลื่อนหมุดหมายสำคัญ ทั้งการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและ PPP Sandbox (พื้นที่ทดลองความร่วมมือรัฐ-เอกชน) เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนและระบบน้ำ การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ One-Stop National GEd Office เร่งรัดการปรับแต่งพันธุกรรมพืชและปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีแม่นยำ การพัฒนาระบบ Fast-track เร่งรัดการอนุมัติและขึ้นทะเบียนการกล่าวอ้างสรรพคุณทางสุขภาพ (Health Claims) สำหรับอาหารอนาคตและสมุนไพร ตลอดจนการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนสัตว์ระดับอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพสัตว์ของอาเซียน (ASEAN Hub)
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวสรุปว่า การประชุมสภานโยบาย อววน. ในครั้งนี้ คือการวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยระยะยาวในเชิงลึกผ่านทั้ง 3 เสาหลัก โดย Siam Silica จะมุ่งเน้นการผลิตกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (Consumer Electronics) Siam Medica จะนำกลไกด้านสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Wellness) และกระบวนการแพทย์เชิงลึกมาต่อยอดทั้งภาคบริการและการผลิตทางการแพทย์มูลค่าสูงซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ และ Siam Terra จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจการเกษตรของไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการผลักดันทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ให้สำเร็จ คือการปฏิรูปการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill/Reskill) ของคนไทยให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการนำงานวิจัยขั้นสูง (Frontier Research) เข้ามาเป็นฐานรากในการขับเคลื่อน
นอกจากยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้านแล้ว ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการปลดล็อกกลไกสำคัญอีกหลายประเด็น เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ได้แก่
การสังคายนาระบบบัญชีนวัตกรรมไทย - เร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งานจริงของหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ
การรวมกลุ่มจัดตั้ง Consortium Holding Company - ยกระดับการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ของมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน สู่รูปแบบกลุ่มกิจการร่วมค้า เพื่อเปิดทางให้หลากหลายมหาวิทยาลัยสามารถนำผลงานวิจัยมาร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพร่วมกันได้ โดยจะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเชื่อมโยงการลงทุนร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และโครงการ NIA Venture ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อเร็วๆ นี้
การวางมาตรฐานเศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy) - ขับเคลื่อนคณะกรรมการเศรษฐกิจควอนตัมเพื่อรองรับความร่วมมือกับนานาชาติ โดยประเทศไทยจะมุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานด้านออปติกควอนตัม (Optic Quantum) ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดและสอดรับโดยตรงกับการพัฒนาชิปโฟโตนิกส์ ภายใต้แผนงาน Siam Silica
การไฟเขียว 2 โครงการเรือธง ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Frontier Technology) - บรรจุเข้าในแผนงานของ อววน. เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาจริงของประเทศ ได้แก่
(1) โครงการพัฒนาเครื่องตรวจจับความร้อนและเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่งวิจัยและพัฒนาขึ้นเองทั้งหมดโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) ควบคู่กับการติดตั้งเครื่องปอดฝุ่น โดยปัจจุบันเริ่มดำเนินการติดตั้งแล้วและจะนำมาใช้งานอย่างจริงจังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้สามารถตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) และรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว
และ (2) โครงการอาร์ทีมีส (Artemis) ร่วมกับองค์การนาซา (NASA) ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางให้นำ 3 โครงการวิจัยของประเทศไทยเข้าร่วมในภารกิจสำรวจอวกาศระดับโลก
แผนการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ - เห็นชอบแผนการนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้เป็นตัวเร่งสำคัญ (Enabler) ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เป็นแกนหลักในการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ
“ในภาพรวมวันนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการของกรอบนโยบายสำคัญครบทั้ง 3 ส่วน คือ กรอบนโยบาย อววน., ร่างกรอบนโยบายของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และกรอบนโยบายของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เพื่อหลอมรวมทิศทางการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพชัดเจนว่า กรอบนโยบายนี้คือภารกิจที่ทั้ง 10 กระทรวงภายใต้สภานโยบาย อววน. จะต้องบูรณาการความร่วมมือและขับเคลื่อนไปด้วยกัน” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย


