xs
xsm
sm
md
lg

คนพิการตบเท้าเข้าสภา ยื่นหนังสือถึงนายกฯ อนุทิน ผ่าน สส.ภูมิใจไทย จี้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรุงเทพฯ 22 ตุลาคม 2569 – เครือข่ายองค์กรคนพิการและตัวแทนคนพิการหลากหลายประเภทความพิการ เกือบ 40 คน เดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ถอนร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ออกจากกระบวนการนิติบัญญัติ โดยมีนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้รับหนังสือ

ร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงกองทุนร้อยละ 2 จากภาษีสุราและยาสูบ และให้ สสส. ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยไม่มีหลักประกันวงเงินขั้นต่ำ การรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์รัฐสภาระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 มีผู้แสดงความเห็น 85,841 คน ร้อยละ 89.43 ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้

น.ส.ฑิฆัมพร เมนโดซ่า ตัวแทนเครือข่ายคนพิการ จากมูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม อ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่าย โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

1. ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ออกจากกระบวนการนิติบัญญัติ
2. คงกลไกเงินบำรุงร้อยละ 2 ไว้ หากรัฐบาลต้องการปรับปรุงการบริหาร สสส. เครือข่ายสนับสนุนการเพิ่มความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และกลไกตรวจสอบ โดยคงแหล่งเงินเดิมไว้
3. จัดการรับฟังความคิดเห็นต่อกฎหมายทุกฉบับให้คนพิการทุกประเภทเข้าถึงได้ ทั้งล่ามภาษามือ อักษรเบรลล์ และเอกสารฉบับอ่านง่าย
น.ส.ฑิฆัมพร เล่าถึงงานส่งเสริมการเข้าถึงเสียงบรรยายภาพของคนพิการทางการเห็นผ่านนวัตกรรมที่ สสส. สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องว่า "เพื่อน ๆ ตาบอดร่วมเดินเข้าดูหนังร่วมกับคนตาดี ไม่ต้องแบ่งแยก สามารถดูได้เข้าใจร่วมกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ทำให้คนพิการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม"

นายอดิศักดิ์ รอดสุวรรณ ประธานชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ กล่าวว่า สสส. เป็นกองทุนที่ภาคประชาชนเข้าถึงได้ ผู้ปกครองนำความรู้และการสนับสนุนมาพัฒนากลุ่มผู้ปกครองและสร้างเครือข่ายครอบครัวที่เข้มแข็ง "ลูกผมหมอบอกว่าน่าจะอยู่ได้ไม่เกินแปดถึงสิบปี แต่ตอนนี้อายุ 26 ปี มาจากการสะสมความรู้ สะสมความเข้าใจทั้งนั้น" นายอดิศักดิ์กล่าว และตั้งคำถามว่า "ถ้าเอาไปหมดแล้ว เราจะไปเอาที่ไหนมาทำงานในรูปแบบนี้"

นายนิกร จำนง ลงมารับหนังสือเมื่อเวลาประมาณ 09.40 น. ระบุว่าสถานะการดูแลคนพิการ "ต้องเท่าเดิมหรือดีกว่า" และกล่าวถึง สสส. ว่าเป็นผู้ดูแลงานด้านคนพิการ การที่เครือข่ายออกมาปกป้อง สสส. "ก็ชอบแล้ว" นายนิกรกล่าวว่าการแก้ไขกฎหมาย "ต้องไม่กระทบกับผู้คน ต้องไม่กระทบกับเรื่องที่เป็นอยู่" และรับปากว่าจะช่วยดูแลเรื่องนี้

จากนั้น สส.พรรคประชาชน 4 คน ได้แก่ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ นายเซีย จำปาทอง และ น.ส.ธนพร วิจันทร์ ลงมารับหนังสือจากเครือข่าย รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่ากลไกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบถูกออกแบบมาเพื่อให้ สสส. ทำงานได้ต่อเนื่อง "ไม่อยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองที่อาจจะมีการใช้งบประมาณหรือใช้เงินไปในทางที่ไม่เหมาะสม" พร้อมระบุว่าในฐานะผู้แทนประชาชน จำเป็นต้องให้มีการใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล

ในกิจกรรม เครือข่ายถือป้ายข้อความ "กองทุน สสส. ต้องเป็นอิสระ พวกเราขอปกป้องกลไกส่งเสริมสุขภาพของประชาชน" และป้ายที่ยกสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากคู่มือ สสส. ปี 2563 สมัยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งระบุว่า "สสส. เป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัวในหลายด้าน ทำให้ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ดีและดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด"

ระหว่างกิจกรรม กลุ่มหมอนวดคนพิการทางการเห็นให้บริการนวดผ่อนคลายแก่เจ้าหน้าที่รัฐสภา สส. สื่อมวลชน และผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนพิการมีความรู้ ความสามารถ และสร้างคุณค่าให้สังคมได้

เครือข่ายที่ร่วมเคลื่อนไหวประกอบด้วย มูลนิธิเมาไม่ขับ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม และเครือข่ายศูนย์บริการคนพิการทั่วไปเพื่อการเข้าถึงสุขภาวะ