xs
xsm
sm
md
lg

สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) เดินหน้าสู่ Lifelong learning พัฒนาทักษะคนทุกวัย ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาให้ตอบโจทย์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างกำลังคนให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ด้วยวิสัยทัศน์การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ผนวกเข้ากับปณิธานที่ว่า “สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มุ่งมั่นเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการ และวิชาชีพเฉพาะทางชั้นสูง เพื่อเป็นแหล่งสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมและการบริหารจัดการที่ทันสมัย มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การประยุกต์ และการเผยแพร่องค์ความรู้แก่สังคมโดยยึดมั่นในคุณธรรมและจิตสำนึกต่อสังคม” ทำให้สถาบันสามารถสร้างและพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้เข้าสู่บริษัทญี่ปุ่นในไทย บริษัทในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทของไทย และเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องตลอดมา


การนำแนวคิด Monodzukuri ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานอย่างมีคุณภาพ มาปรับใช้เป็นปรัชญาการศึกษา นั่นคือการพัฒนาคนและเป็นจุดเด่นของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ที่มุ่งให้นักศึกษาเรียนรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายให้คิดเป็น ทำเป็น และสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ หล่อหลอมให้เป็นบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาที่พร้อมทำงานจริง

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดแรงงาน สถาบันจึงเดินหน้าพัฒนา “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life long Learning Center)” เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงาน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะใหม่ (Re-Skill) และการยกระดับทักษะเดิม (Up-Skill) ให้สอดคล้องกับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม

รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีกล่าวว่า “การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) เฉพาะทาง และสมรรถนะ (Competency) ที่ TNI มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะความรู้บนพื้นฐาน Japanese Style Education มาต่อยอดสู่การเรียนรู้ให้แพร่หลายในทุกระดับ ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง

ที่ผ่านมา TNI เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีภาคพิเศษในรูปแบบเทียบโอนหน่วยกิต โดยจัดการเรียนการสอนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ รองรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีควบคู่การทำงาน รวมถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาต่างๆ ที่ทำงานอยู่ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และต้องการเพิ่มพูนความรู้ (Knowledge - Skill -Competency) ใหม่ๆ เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น หรืออยากเปลี่ยนสายงาน เพื่อสร้างโอกาสการทำงานงานที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมๆ ไปกับเปิดสอนระดับปริญญาโท สำหรับคนทำงานที่มีความต้องการต่อยอดองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพในการทำงานเช่นเดียวกัน”

รศ.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตจะเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้และทักษะเฉพาะ พร้อมรูปแบบการเรียนที่ครอบคลุมทั้งหลักสูตรปริญญา หลักสูตรระยะสั้น การฝึกปฏิบัติการ และหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง ที่เรียกว่าหลักสูตร Non-degree ที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการของภาคธุรกิจและภาครัฐ ซึ่งหลักสูตรนี้สามารถนำผลการเรียนมาเทียบโอนหน่วยกิตตามแนวทาง Micro-credential ที่สามารถต่อยอดการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านระบบออนไลน์ (Online Learning) ที่ผู้เรียนเลือกได้ตามสะดวก ทั้งแบบเรียนพร้อมกันตามเวลา (Real time ) หรือแบบ E-Learning เรียนเมื่อใดก็ได้ (Any time , Any where) การเรียนในสถานที่จริง (On-site) รวมถึงการเรียนระบบ Hybrid ที่รวม 2 ระบบเข้าได้กัน ช่วยยืดหยุ่นในการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือ การนำ AI มาใช้ในการเรียนภาษา เพื่อเพิ่มทักษะภาษาที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ขณะเดียวกันทักษะภาษาอังกฤษยังช่วยเพิ่มความพร้อมให้กับผู้ที่ต้องการเข้าทำงานในบริษัทชั้นนำ หรือธุรกิจระหว่างประเทศ


การพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้ มุ่งเน้นการเรียนวิชาจำเพาะ หรือวิชาประยุกต์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอาชีพ เทคโนโลยี และความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยเฉพาะความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจากญี่ปุ่น โดยไม่ต้องการให้การเรียนรู้จำกัดเฉพาะในช่วงวัยเรียน แต่ช่วยให้ทุกคนสามารถกลับมาเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมาเรียนในชั้นเรียน แต่สามารถเรียนด้วยตนเอง สร้างประสบการณ์ด้วยตนเอง”

นอกจากการขยายโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัยแล้ว TNI ยังมีแผนการพัฒนาการศึกษาระดับสูง โดยเตรียมเปิดหลักสูตรปริญญาเอกในคณะวิศวกรรรมศาสตร์เป็นคณะแรก ในปีการศึกษา 2570 ก่อนขยายการเปิดหลักสูตรไปยังคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศในปีต่อไป


สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 20 และมุ่งมั่นพัฒนาไปสู่ AI University ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรให้มีความเป็นเลิศในทุกด้านและมุ่งสู่ทศวรรษที่ 3 อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI: THAI-NICHI) : “สร้างนักคิด ผลิตนักปฏิบัติ พัฒนานักบริหาร” เว็บไซต์: www.tni.ac.th , Facebook: https://www.facebook.com/ThaiNichi