(30 ก.ย. 69) นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการยกเลิกโครงการบึงรับน้ำ หรือ “แก้มลิง” ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยืนยันว่า กทม. ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ อีกทั้งยังคงน้อมนำพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแก้มลิงและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง ชี้แจงเหตุผลยกเลิกบางโครงการจากเหตุประชาพิจารณ์ไม่ผ่านความเห็นชอบคนในพื้นที่ ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน ให้สอดคล้องกับโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงไป
• น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” 38 แห่ง รับน้ำกว่า 13.7 ล้าน ลบ.ม.
ปัจจุบัน กทม. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงมากำหนดและพัฒนาพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มจากเดือน พ.ค. 2565 ซึ่งมี 34 แห่ง ความจุรวม 13,468,605 ลูกบาศก์เมตร โดยนับตั้งแต่ปี 2565 มีการเพิ่มพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพแก้มลิงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อดำเนินการครบจะมีแก้มลิงรวม 45 แห่ง รองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงที่ให้จัดหาพื้นที่บึงหรือแอ่งน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ชั่วคราว และเชื่อมต่อกับระบบคลองและระบบระบายน้ำเพื่อระบายออกเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
• ภายในปี 2569 เพิ่มแก้มลิงอีก 4 แห่ง ทั้งสร้างใหม่–เพิ่มประสิทธิภาพของเดิม
สำหรับพื้นที่รับน้ำ 4 แห่งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ รองรับน้ำ 89,700 ลูกบาศก์เมตร บึงสีกัน ซึ่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 150,000 ลูกบาศก์เมตร บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 รองรับน้ำ 38,000 ลูกบาศก์เมตร และบึงวงเวียนบางเขน รองรับน้ำ 6,000 ลูกบาศก์เมตร สะท้อนแนวทางของ กทม. ที่นอกจากพัฒนาพื้นที่รับน้ำแห่งใหม่แล้ว ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพบึงเดิมให้รองรับน้ำได้มากขึ้น ทั้งนี้ เอกสารแผนงานของ กทม. ระบุการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงในกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
• เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำต่ออีก 7 แห่ง เป้าหมายรวม 45 แห่ง มากกว่า 14 ล้าน ลบ.ม.
ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างเร่งรัดพื้นที่แก้มลิงอีก 7 โครงการ รวมปริมาตรรองรับน้ำประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร ได้แก่ บึงวัดพรหมรังสี เขตดอนเมือง 10,000 ลูกบาศก์เมตร กำหนดแล้วเสร็จปี 2569 และอีก 6 โครงการที่ตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570 ได้แก่ ทำนบเพื่อการเกษตร ตอนคลองหลวงแพร่ง 120,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ 45,000 ลูกบาศก์เมตร บึงสวนพระนคร 42,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา 30,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม 28,000 ลูกบาศก์เมตร และปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียม เพิ่มปริมาตรอีก 15,000 ลูกบาศก์เมตร
• กรณี 6 โครงการบึงรับน้ำ พิจารณาความเหมาะสมรอบด้านและต้องผ่านประชาพิจารณ์
สำหรับโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่งที่สำนักการระบายน้ำศึกษาและเคยกำหนดมาก่อน พบว่า 4 แห่งทำประชาพิจารณ์แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ และคลองบางชัน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอน ระบบคลองสายหลัก และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน
• กทม. ยืนยันทั้ง 6 แก้มลิง ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า การจัดทำผังเมืองใหม่ไม่ปรากฏเรื่องของแก้มลิงอยู่ในผังเมืองนั้น กรุงเทพมหานครโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 นี้ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน เนื่องจากไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์
• มีบึงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคลองพาน้ำเข้า–ระบายออก
การบริหารจัดการน้ำไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาตรของบึงรับน้ำ แต่ต้องทำงานร่วมกับคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำและระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากบึงเต็มและระดับน้ำในคลองโดยรอบสูง ก็จะไม่สามารถพร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ได้
นอกจากการพัฒนาแก้มลิง กทม. ยังเพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงน้ำในระบบคลอง โดยช่วงปี 2565–2569 ดำเนินการดาดท้องคลองรวมประมาณ 437,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระบบคลองรองรับน้ำได้ประมาณ 2.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนดำเนินการเพิ่มเติมในช่วงปี 2570–2572 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำอีกประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นประมาณ 5.4 ล้านลูกบาศก์เมตร
• พิจารณารอบด้าน ทั้งค่าเวนคืน–ก่อสร้าง–ประสิทธิภาพระบบ
สำนักการระบายน้ำได้ศึกษาความเหมาะสมของแนวทางต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบทั้งค่าเวนคืน ค่าก่อสร้าง และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ แนวทางพัฒนาบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน พร้อมระบบสูบน้ำและประตูระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางพัฒนาระบบคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในพื้นที่ยังมีแก้มลิงเดิม เช่น บึงกระเทียมและบึงกุ่มเสรีไทย ซึ่งสามารถพัฒนาร่วมกับระบบคลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบลำเลียงน้ำในคลองสายหลักแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเชื่อมต่อระบบประเวศเข้ากับบึงหนองบอน
• โครงสร้างฝั่งตะวันออกเปลี่ยน เชื่อม “อุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอน”
การพิจารณาโครงการต้องคำนึงถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงจากช่วงที่เริ่มศึกษาโครงการ โดย กทม. มีแผนพัฒนาอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน ควบคู่กับการปรับปรุงคลองสายหลักแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่ระบบระบายน้ำตอนล่าง
• ชู “ระบบลำเลียงน้ำ” ดึงน้ำตอนบนลงอุโมงค์ตอนล่าง
การบริหารจัดการน้ำจึงมุ่งเชื่อมโยงพื้นที่รับน้ำแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ คลอง และระบบระบายน้ำให้เป็นระบบเดียวกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำ พร้อมควบคุมระดับน้ำในคลองให้สามารถรับน้ำจากคลองสายรองและพื้นที่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพมหานครยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กทม. ยังคงน้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่รับน้ำ ต้องอาศัยความเห็นชอบจากประชาชนผู้อยู่ในท้องที่ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการก่อสร้างเชื่อมโยงโครงข่ายการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ทั้งยามฝนตกและยามแล้งในระยะยาว


