xs
xsm
sm
md
lg

ต้อหิน (Glaucoma) รู้ทันอาการ ภัยเงียบทำลายการมองเห็นถาวร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โรคต้อหิน (Glaucoma) ภัยเงียบที่ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติของเส้นประสาทตา (Optic Nerve) จนกระทั่งการมองเห็นเริ่มสูญเสียไปแล้ว โดยโรคต้อหินมีลักษณะสำคัญคือการถูกทำลายของขั้วประสาทตา ซึ่งสัมพันธ์กับความดันลูกตาที่สูงหรือความผิดปกติของการไหลเวียนน้ำในลูกตา ส่งผลให้ลานสายตาแคบลงและอาจนำไปสู่การตาบอดอย่างถาวรได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต้อหินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถฟื้นฟูการมองเห็นที่สูญเสียไปแล้วได้ แต่สามารถควบคุมการดำเนินโรคไม่ให้รุนแรงขึ้นได้ หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก

ต้อหิน (Glaucoma) คืออะไร?

ต้อหิน (Glaucoma) คือกลุ่มโรคของเส้นประสาทตา (Optic Neuropathy) ที่มีลักษณะสำคัญคือการเสื่อมของขั้วประสาทตา (Optic Nerve Head) ส่งผลให้ลานสายตา (Visual Field) ค่อย ๆ แคบลงอย่างถาวร โดยมักมีความสัมพันธ์กับความดันลูกตาที่สูงกว่าปกติ (Intraocular Pressure: IOP) หรือความผิดปกติของการไหลเวียนน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา (Aqueous Humor Dynamics)

โรคต้อหินมีอาการเริ่มต้นแบบไหนบ้าง?
อาการต้อหินมักแตกต่างกันตามชนิดและระยะของโรค โดยเฉพาะในต้อหินระยะแรก มักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีโรค จนกระทั่งเกิดความเสียหายของเส้นประสาทตาไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นจึงมักถูกสังเกตในระยะที่โรคลุกลาม
อาการต้อหินที่พบบ่อย แบ่งได้ดังนี้
●การมองเห็นแคบลง (Peripheral Vision Loss)
●มองเห็นภาพพร่ามัว หรือภาพไม่ชัด (Blurred Vision)
●เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ (Halos Around Lights)
●ปวดตา ตาแดง (Eye Pain & Redness)
●ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
●น้ำตาไหลมากผิดปกติ (Excessive Tearing)

ประเภทของต้อหินแบบต่าง ๆ 


โรคต้อหินสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามกลไกการเกิดโรคและลักษณะทางกายวิภาคของดวงตา โดยแต่ละชนิดมีความรุนแรง อาการ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

ประเภทของโรคต้อหินที่พบบ่อย ได้แก่
●Primary Open-Angle Glaucoma (ต้อหินมุมเปิด) : เป็นชนิดที่พบมากที่สุด เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาผิดปกติ แม้มุมระบายน้ำยังเปิดอยู่ ทำให้ความดันลูกตาค่อย ๆ สูงขึ้นโดยไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก ส่งผลให้เส้นประสาทตาถูกทำลาย
●Angle-Closure Glaucoma (ต้อหินมุมปิด) : เกิดจากมุมระบายน้ำในลูกตาแคบหรือปิด ส่งผลให้น้ำในลูกตาไหลออกไม่ได้ ทำให้ความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในรูปแบบต้อหินเฉียบพลัน
●Congenital Glaucoma (ต้อหินแต่กำเนิด) : พบในทารกหรือเด็กเล็ก เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างตาตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้การระบายน้ำในลูกตาผิดปกติ

สาเหตุต้อหินที่ควรรู้ ป้องกันความเสี่ยงก่อนสายเกินไป
ต้อหินเกิดจากความผิดปกติของระบบระบายน้ำในลูกตา (Aqueous Humor Outflow) ส่งผลให้ความดันลูกตา (Intraocular Pressure: IOP) สูงขึ้น และไปกดทับเส้นประสาทตา (Optic Nerve) จนเกิดความเสียหายอย่างถาวร
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคต้อหิน สามารถสรุปได้ดังนี้
●ความดันลูกตาสูง (Elevated Intraocular Pressure) : เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาผิดปกติ ทำให้เกิดแรงดันต่อเส้นประสาทตา
●ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทตา : ทำให้เส้นประสาทตาไวต่อความเสียหาย แม้ความดันตาจะไม่สูงมาก
●พันธุกรรม (Genetic Factors) : ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นต้อหิน มีความเสี่ยงเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไป
●อายุที่เพิ่มขึ้น (Aging) : พบว่าการเกิดโรคต้อหิน เพิ่มขึ้นในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
●โรคหรือภาวะทางตาอื่น ๆ (Secondary Causes) : เช่น ม่านตาอักเสบ อุบัติเหตุทางตา ต้อกระจกระยะรุนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดตา
●การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน (Steroid-induced Glaucoma) : ทั้งในรูปแบบยาหยอดตา ยารับประทาน หรือยาฉีด อาจเพิ่มความดันลูกตาได้

ต้อหินรักษาอย่างไร? ควบคุมโรคเพื่อลดการสูญเสียการมองเห็น
การรักษาต้อหิน (Glaucoma) มีเป้าหมายเพื่อควบคุมความดันลูกตา (Intraocular Pressure: IOP) และชะลอการเสื่อมของเส้นประสาทตา (Optic Nerve) เนื่องจากความเสียหายไม่สามารถฟื้นกลับได้ จึงเน้นป้องกันการสูญเสียการมองเห็นเพิ่มเติม ซึ่งวิธีรักษา มีดังนี้

●ยาหยอดตาต้อหิน (Anti-glaucoma Eye Drops) : เป็นวิธีรักษาหลัก โดยยาจะช่วยลดความดันลูกตาได้ 2 กลไก คือลดการสร้างน้ำในลูกตา หรือเพิ่มการระบายน้ำออกจากลูกตา ต้องใช้ต่อเนื่องตามคำแนะนำแพทย์
●ยารับประทาน (Oral Medications) : ใช้ในบางกรณีเพื่อช่วยลดความดันลูกตา โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องควบคุมความดันตาอย่างรวดเร็ว
●เลเซอร์รักษาต้อหิน (Laser Therapy) : เช่น Laser Trabeculoplasty หรือ Laser Iridotomy ช่วยเพิ่มการระบายน้ำในลูกตา เหมาะกับผู้ป่วยบางประเภท เช่น ต้อหินมุมเปิดหรือมุมปิด
●การผ่าตัด (Glaucoma Surgery) : เช่น Trabeculectomy หรือการใส่อุปกรณ์ระบายน้ำ (Aqueous Shunt) เพื่อสร้างทางระบายน้ำใหม่ ลดความดันลูกตาในกรณีที่ยาและเลเซอร์ควบคุมไม่ได้
●การติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ (Follow-up Care) : ผู้ป่วยต้อหินจำเป็นต้องตรวจติดตามกับจักษุแพทย์เป็นระยะ เพื่อประเมินความดันลูกตาและการเปลี่ยนแปลงของลานสายตา

ต้อหิน (Glaucoma) ตรวจเร็ว คุมได้ ลดความเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น
ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่ทำลายเส้นประสาทตาอย่างถาวร การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยชะลอการดำเนินโรคและลดความเสี่ยงตาบอดได้ โรงพยาบาลไทยจักษุพระราม 3 (Thai Eye Hospital) ให้บริการตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจลานสายตา (Visual Field Test) และวิเคราะห์เส้นประสาทตาด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
●Website : https://thaieye.com/
●Facebook : https://www.facebook.com/thaieyecenter/?locale=th_TH
●Line official : @thaieyecenter
●Email : [email protected]
●Tel : 02-689-8888