“วัดวังทองธมฺมธโร” ตำบลกกแรต อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย หนึ่งในดินแดนสัปปายะสำหรับพุทธศาสนิกชน และ หนึ่งในวัดสาขาของวัดอโศการาม เทศบาลบางปู ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
ในแต่ละเดือน “วัดวังทองธมฺมธโร” จะจัดกิจกรรมปล่อยปลาหน้าเขียง และ ฟังธรรมเทศนา สำหรับเดือนสิงหาคมนี้ ได้นิมนต์ “พระมนฑน์จิตต์เกษม” หรือ “หลวงปู่เฉลิม ธมฺมธโร” เจ้าอาวาส วัดป่าภูแปกญาณสัมปันโน บ้านกกบก ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย มาเทศนาธรรมให้ศรัทธาญาติโยมที่ “วัดวังทองธมฺมธโร” ในช่วงค่ำคืนวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2569 และ เมตตาเดินบิณฑบาตโปรดศรัทธาญาติโยม ในช่วงเช้าวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 ซึ่งหลวงปู่เฉลิมฯได้ปรารภธรรมก่อนฉันจังหันเช้า โดยมีเนื้อหาบางส่วนบางตอนดังนี้
“ค่อยๆทำให้แสงสว่างมันเกิดขึ้นให้ได้ เพราะว่าถ้าเราไม่ค่อยได้สะกิด ไม่ได้ขัด ไม่ได้เกลา เหมือนกับกระจกเงาที่เราอาศัยมองดูหน้า ถ้าเราไม่ขัด ไม่เช็ด ไม่ถูกระจกเงานั้น ก็มีความใสโดยธรรมชาติ แต่สิ่งที่มันเปื้อนหน้ากระจก ทำให้กระจกเงาเศร้าหมอง มองหน้าตัวเองไม่ชัด ต้องคอยขัด คอยทำความสะอาด เพื่อจะเช็ด เพื่อมองเห็นหน้าตัวเองได้ชัด
การฟังพ่อแม่ครูอาจารย์ หรือ การฟังเทศน์ต่างๆ เกี่ยวกับธรรมก็เป็นการขัดเกลาใจของเรา เพื่อให้ใจของเรามันใสสว่าง ด้วยคติธรรม ปัญญาธรรมของเรา มันใสสว่าง มันกระจ่าง มันพอจะมองเห็นหน้าของเราในกระจกเงานั้น แต่ว่าใจของเรามันไม่อาจหาสิ่งอื่นสิ่งใดมาส่องให้เห็นได้ มันก็เป็นนามธรรมก็ต้องเอานามธรรมมาเป็นเครื่องจับ รูปธรรมก็พิสูจน์ได้ด้วยรูปธรรม
แต่นามธรรมต้องอาศัยนามธรรมเป็นเครื่องมือคอยเช็ด คอยจับ คอยดู ตัวนี้จะคอยจับการเคลื่อนไหวของนามธรรม ก็คือใจของเรา ก็คือสติ สตินั้นจะเป็นตัวคอยจับความเคลื่อนไหว นึกคิดของเราที่มันจะเคลื่อนออกมาจากภายใน จากใจของเรา เมื่อเรามีสติดีแล้วก็สามารถจับการเคลื่อนไหว ความรู้สึกของเราได้ เมื่อเราจับ เรารู้ความเคลื่อนไหวของจิตของเราได้ การที่เราจะพลั้งเผลอ พลั้งพลาด มันก็น้อยลงๆ เพราะว่ามีเครื่องมือ คือ สติ เรารู้ และ ปัญญาของเราก็คอยแก้ไขใจของเรา แก้ไขความรู้สึกนึกคิดของเรา
สติก็รู้ว่าความคิดมันเกิดขึ้น แต่ถ้าเรารู้อย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขความรู้สึกนึกคิดของเราได้ ก็รู้อย่างเดียวไม่สามารถจะแก้ไข จะหักห้าม ไม่สามารถจะทัดจะทาน ไม่สามารถคัดแยกความรู้ที่เกิดขึ้นจากจิตของเราว่า มันชอบ หรือ ไม่ชอบ
ถ้าเรามีปัญญาเป็นตัวกลั่นกรองแล้ว เราจะรู้ว่าควาสคิดอันนี้มีเกิดขึ้นมาจากภายในใจของเรา ชอบ หรือ ไม่ชอบ ชอบด้วยเหตุด้วยผล หรือ ชอบด้วยธรรมของพระพุทธเจ้า มันถึงจำเป็นจะต้องคอยฝึก คอยจับ คอยกำกับดูแล ถ้าหากเราฝึกตัวเองให้มีสติระลึกรู้จากภายในของเรา สติเกิดขึ้นแล้วมันก็มีปัญญา ไตร่ตรอง คลี่คลาย ใคร่ครวญ ด้วยเหตุด้วยสติ เมื่อเราใคร่ครวญดีแล้ว ชอบแล้ว ที่ไม่ดีก็ปัดออกไป อย่าไปใส่ใจ ของที่ไม่ดี หรือ ของที่มันเสีย มันจะทำให้ความรู้สึกของเราเสียหาย เราก็เช็ดออกไปขจัดออกไป”
ปัจจุบัน “วัดวังทองธมฺมธโร” ได้สร้างเสนาสนะอันสัปปายะ ได้แก่ ศาลาหลวงพ่อเศียร(จำลอง), ศาลารูปปั้นท่านพ่อลี ธมฺมธโร, ศาลาการเปรียญ (ศาลาธัมฺมธโรธนสถิต), กุฎิพระ, โรงครัว, กุฎิฆราวาส และ ระเบียงนาริมทุ่ง คาเฟ่ (โรงทานน้ำ)
ล่าสุดทางวัดวังทองธมฺธโร ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ชื่อ ปริขารศาลานุสรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมอัฐิธาตุ และ เครื่องอัฐบริขารของพ่อแม่ครูอาจารย์ฯสายปฏิปทาขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดยอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานสำคัญด้านอัฐบริขารมาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และ ปัจจุบันมีอัฐิธาตุขององค์หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ , พระราชมงคลวชิรญาณ หรือ หลวงปู่อุดม ญาณรโต และ เครื่องบริขาร หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม และ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เป็นต้น รวมทั้งยังรวบรวมภาพถ่ายเก่าแก่ของพ่อแม่ครูอาจารย์ฯไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย
วัดวังทอง ธมฺมธโร” เป็นอีกหนึ่งสถานที่สัปปายะทางธรรม เหมาะแก่การเจริญ ทาน ศีล และ ภาวนา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีฆราวาสญาติโยมได้เดินทางมารักษาศีล 8 และ ศีลอุโบสถ เพราะมีที่พักที่เหมาะแก่ผู้ปฏิบัติได้เจริญภาวนา รวมทั้งด้วยสถานที่ตั้งของวัดอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง จึงทำให้มีความเงียบสงบ และ สงัดในยามค่ำคืน
สำหรับ “วัดวังทอง ธมฺมธโร” ตำบลกกแรต อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ได้จัดพิธีฉลองตราตั้ง “วัดวังทอง ธมฺมธโร” รวมทั้งตราตั้งเจ้าอาวาส และ ตราตั้งฐานานุกรม เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2566
ส่วนประวัติของพื้นที่วัดวังทองฯนั้น ร่ำลือกันว่าเคยเป็นทั้งสมรภูมิรบเก่าสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่พม่าใช้ปักหลัก และ ต่อมาถูกกองทัพพระเจ้าตากสินมหาราชไล่ออกไป และยังสันนิษฐานได้ว่า พื้นที่ของวัดวังทองฯ นั้น อาจเก่าแก่กว่ายุค พ.ศ.2310 อันเป็นปีที่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จนนำมาซึ่งการกู้ชาติกู้แผ่นดินของพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะทางผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่มานานกว่า 70 ปี เล่าว่า พื้นที่เดิมของวัดวังทองมีการขุดค้นพบฐานโบสถ์เก่าแก่ ขุดพบมีดโบราณบริเวณใต้แม่น้ำยม ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณวัดในปัจจุบันราว 50 เมตร สันนิษฐานว่า พื้นที่ของวัดวังทองฯอาจเป็นพื้นที่เก่าแก่โบราณมาตั้งแต่ยุคของพ่อขุนรามคำแหงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย


