สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI: Thai-Nichi) จัดงานครบรอบ 19 ปี พร้อมพิธีรำลึกถึงผู้วางรากฐานในการก่อตั้งสถาบัน ได้แก่ ฯพณฯ สมหมาย ฮุนตระกูล และอาจารย์โกอิจิ โฮซูมิ และพิธีมอบเกียรติบัตรขอบคุณแก่ผู้สนับสนุนทุนการศึกษาจากองค์กร บริษัท และผู้มีอุปการคุณต่อสถาบัน เพื่อแสดงความขอบคุณที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนานักศึกษา รวมถึงการผลิตบัณฑิตคุณภาพ พร้อมเข้าสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ภายในงานมีการแสดงผลงานและจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ของนักศึกษา คณาจารย์จากทุกคณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล คณะสื่อสารสากล คณะเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจอุตสาหกรรม และวิทยาลัยนานาชาติ (TNIC) รวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และวัฒนธรรมไว้ในงานเดียว ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์การเป็นสถาบัน Monodzukuri ที่มุ่งมั่น พร้อมพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 (Thai-Nichi Institute of Technology: Moving toward the 3rd decade)
รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดี กล่าวว่า “ในปีนี้สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ครบรอบ 19 ปี และในปี 2570 กำลังจะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 TNI ยังคงมุ่งมั่นเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี-จุดประกายอนาคต ด้วยการศึกษาสไตล์ญี่ปุ่น: “TNI (Thai-Nichi) Tech & Innovative Learning University: Ignite your future with Japanese Style Education” สอดคล้องไปกับ Motto ทั้งด้าน “Sustainable, Innovative และ Excellent” มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมด้วยการก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในด้านการศึกษา นวัตกรรมต่างๆ ในด้านการวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ผนวกเข้ากับการบ่มเพาะ “จิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่น” ผ่าน TNI Core Value K-M-H-S ให้แก่พนักงาน และนักศึกษาทุกคน ตามวิธีคิดสไตล์ญี่ปุ่น คือ
• Kaizen (改善): ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (継続的な改善)
• Monodzukuri (ものづくり): คิดเป็น ทำเป็น คิดจริง ทำจริง (自ら考え、実践する力) ด้วยการเรียนการสอนที่เรียกว่า 3PBL+P ได้แก่ Problem-based learning, Project-based learning, Practical-based learning, Personalized learning
• Hansei (反省): พิจารณาและปรับปรุงตนเองก่อน (まず自らを省みて、改善につなげる姿勢)
• Seii (誠意): ความจริงใจ (真心と誠実さ) มีทั้งความซื่อสัตย์ การเคารพตนเองและผู้อื่น และ การทำสาธารณะประโยชน์
อีกด้านหนึ่งได้สร้างจิตวิญญาณความเป็น TNI :Think Beyond | New Innovation | Ignite Your Future เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้คิดนอกกรอบ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จุดประกายและดึงศักยภาพสูงสุดออกมา ควบคู่กับการสั่งสมประสบการณ์จริงจาก สหกิจศึกษา การฝึกงานในบริษัทญี่ปุ่นทั้งในไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่ออนาคตการทำงานที่สดใสและมั่นคง”
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในก้าวแรกของการเป็น Digital University ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการภายในสถาบันอย่างครอบคลุม พร้อมกันนี้ สถาบันฯ ได้วางโรดแมปและมีเป้าหมายสู่การเป็น AI University ภายในปี 2570 และก้าวสู่ Smart University ภายในปี 2572
และจากความพร้อมด้านการวิจัยและนวัตกรรม สถาบันพร้อมยกระดับสู่สถาบันการศึกษาชั้นนำที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม พร้อมๆ ไปกับการสร้างบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อสนองตอบความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “สร้างนักคิด ผลิตนักปฏิบัติ พัฒนานักบริหาร”
วิสัยทัศน์ปีที่ 20: ผสานองค์ความรู้และจิตวิญญาณญี่ปุ่น ยกระดับศักยภาพบัณฑิตสู่นานาชาติ
คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล
ผศ.ดร.ปัณณฑัต จอมจักร์ รักษาการคณบดีคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล กล่าวว่า “คณะฯ ได้เตรียมความพร้อมในการยกระดับหลักสูตรและการศึกษาสู่ระดับสากล ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมมุ่งพัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่การบ่มเพาะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) สมรรถนะแห่งศตวรรษที่ 21 และหลักคุณธรรมจริยธรรม
ปัจจุบันคณะฯ เปิดสอนรวม 8 หลักสูตร ครอบคลุม ระดับปริญญาตรี 7 หลักสูตร ได้แก่ การจัดการธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล, บริหารธุรกิจญี่ปุ่น, การบัญชี, การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล, เทคโนโลยีการตลาดดิจิทัล, การจัดการโรงแรม การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ และ ระดับปริญญาโท 1 หลักสูตร คือ การบริหารธุรกิจญี่ปุ่น
เพื่อขับเคลื่อนนักศึกษาสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล คณะฯ ได้วาง 6 แนวทางการพัฒนานักศึกษา ประกอบด้วย:
1. หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based Curriculum): ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคต โดยสอดแทรกความรู้ด้าน AI, Data Analytics และแนวคิดเรื่องความยั่งยืน
2. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Experiential Learning): จัดการเรียนการสอนผ่านโครงงานจริง การฝึกงาน สหกิจศึกษา และการแก้โจทย์จริงให้กับสถานประกอบการ
3. การบูรณาการแนวคิดและวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น: ปลูกฝังอัตลักษณ์ไทย-ญี่ปุ่นผ่านหลักคิด Kaizen, Monodzukuri, Genba และ Lean Management เน้นระเบียบวินัยและความตรงต่อเวลา
4. การพัฒนาทักษะสากล: ยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม พร้อมเปิดโอกาสแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยและองค์กรพันธมิตรต่างประเทศ
5. การเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและการเป็นผู้ประกอบการ: ส่งเสริมทักษะ Digital Business, Digital Marketing, FinTech และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมธุรกิจ
6. ระบบพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Personalized Student Development): ดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมสนับสนุนการสะสมผลงานในรูปแบบ Digital Portfolio และ Micro-Credentials
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ผศ.ดร.พรชัย นิเวศน์รังสรรค์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวในโอกาสครบรอบ 19 ปี ก้าวสู่ปีที่ 20 ว่า “คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับคลื่นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น AI, Semiconductor, Automation, Smart Mobility, Energy Transition และ Green Technology รวมทั้งปลูกฝังนักศึกษาด้วยการผสานปรัชญา Monodzukuri เข้ากับ Digital and Sustainable Transformation เพื่อให้นักศึกษามีองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่สร้างสรรค์วิศวกรนวัตกรชั้นนำ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้
• Monodzukuri 2.0 ต่อยอดทักษะการสร้างสรรค์แบบญี่ปุ่นจากการผลิตชิ้นงาน (Hardware Focus) ไปสู่การสร้างนวัตกรรมดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ และการสร้างคุณค่าเชิงระบบ (Kotozukuri)
• AI & Smart Integration ปลูกฝังการประยุกต์ใช้ AI, Digital Twin, IoT และ Robotics เข้ากับวิศวกรรมทุกสาขา
• Sustainability & GX (Green Transformation) มุ่งเน้นกระบวนการออกแบบและพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์เป้าหมายการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรม
พร้อมเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมไทย-ญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ด้วยการจัดโครงสร้างหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนสามารถ RESKILL/UPSKILL ได้ตลอดชีวิต การร่วมมือกับกับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นและไทยในการออกแบบรายวิชาและการทำ Capstone Projects ที่อ้างอิงจากโจทย์ปัญหา รวมถึงโจทย์วิจัยจริงของภาคอุตสาหกรรม พร้อมๆ ไปกับการยกระดับการฝึกงาน การสหกิจศึกษาแบบดั้งเดิม สู่ระบบ Co-op with Mentorship ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น ทั้งในประเทศไทยและในประเทศญี่ปุ่น และบรรจุวิชาพื้นฐานด้าน AI, Data Analytics, Cybersecurity และ ESG/Decarbonization ไว้ในหมวดวิชาบังคับของวิศวกรรมศาสตร์ทุกสาขา สนับสนุนความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีและการปฏิบัติจริงให้กับนักศึกษา ผ่านการสร้างผลงานนวัตกรรม และ กิจกรรมการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ ยกระดับความสามารถนักศึกษาทางด้านภาษาญี่ปุ่นเชิงเทคนิคและธุรกิจเพื่อการสื่อสารในสายงานวิศวกรรม เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการและนักแก้ปัญหาด้วยการให้นักศึกษานำงานวิจัยและ Capstone Project ไปต่อยอด รวมถึงบ่มเพาะทักษะ Soft Skills เช่น กระบวนการคิด การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการทำงานร่วมกันในทีมหลายวัฒนธรรมด้วย”
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผศ.ดร.ฐิติพร เลิศรัตน์เดชากุล คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า “คณะ IT กำลังเผชิญกับพลวัตทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คณะฯ จึงกำหนดยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการผสานความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีระดับสูง (Hard Skills) เข้ากับทักษะทางสังคม (Soft Skills) และวิธีคิด (Mindset) ที่เข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายสำคัญในทศวรรษที่ 3 คือการสร้าง “บัณฑิตแห่งอนาคต” ที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ใช้หรือผู้สร้างเทคโนโลยี สู่การเป็นนักพัฒนาที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล
และเพื่อผลิตนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับสากล ที่เปี่ยมด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีขั้นสูงและจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ ออกไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
คณะฯ ได้นำ 3 ปรัชญาการทำงานของญี่ปุ่น มาเป็นจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้และรากฐานการพัฒนานักศึกษา ได้แก่:
• Monodzukuri: สร้างสรรค์ผลงานด้วยความประณีต พิถีพิถัน และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีความรัก ความภาคภูมิใจ และความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
• Kaizen: ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บ่มเพาะและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้นักศึกษาพร้อมรับมือและสนุกกับการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในโลกดิจิทัล
• Omotenashi: เพราะ “เทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุด คือเทคโนโลยีที่เข้าอกเข้าใจมนุษย์” จึงนำแนวคิดการบริการด้วยใจและการคาดการณ์ความต้องการมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบนวัตกรรม เพื่อให้นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่แก้ปัญหาได้จริง และส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
วิทยาลัยนานาชาติ THAI-NICHI INTERNATIONAL COLLEGE: TNIC
ผศ.ดร.ทิวา พาร์ค คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ กล่าวว่า “TNIC เชื่อมั่นว่าการศึกษาที่ดีไม่ใช่เพียงการสร้างบัณฑิตเพื่อให้มีงานทำ แต่คือการสร้างคนที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่โลกได้ ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรของ TNIC จึงเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “โลกในอีกสิบปีข้างหน้าต้องการคนแบบไหน” มากกว่าเพียงแค่การตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน
หลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติ ได้แก่ Digital Engineering, Data Science and AI และ International Business and Entrepreneurship in the Digital Technology Age จึงถูกออกแบบให้เชื่อมโยงเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ และความเข้าใจในความหลากหลายของมนุษย์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพราะเชื่อว่านวัตกรรมยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจมนุษย์
การก้าวสู่ปีที่ 20 TNIC มีเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาสำหรับอาชีพแรกหลังสำเร็จการศึกษา แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกยุคอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าผ่าน TNIC DNA:
• Hi-Grit: ความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อความท้าทาย
• Hi-Hitozukuri: กระบวนการสร้างและพัฒนาคนตามวิธีคิดแบบญี่ปุ่น
• G - Global Citizens: ความเป็นพลเมืองโลก
• R - Resilience: ความยืดหยุ่นและการลุกขึ้นใหม่เมื่อเผชิญปัญหา
• I - Ingeniousness: ความเฉลียวฉลาดและสร้างสรรค์
• T - Thoughtfulness: ความใส่ใจและความรอบคอบนึกถึงผู้อื่น”
คณะสื่อสารสากล
ผศ.ดร.วรรณวิมล รุ่งธีระ คณบดีคณะสื่อสารสากล กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ปีที่ 20 ว่า “คณะฯ มุ่งสร้างบัณฑิตที่มีความเป็นสากล โดดเด่นด้านภาษา มีทักษะวิชาชีพ และใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ บนรากฐานแนวคิดการเรียนรู้แบบญี่ปุ่นอันเป็นอัตลักษณ์สำคัญของ TNI ภายใต้แนวคิด “ภาษาเปิดโอกาส ทักษะวิชาชีพสร้างความก้าวหน้า เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบ”
คณะฯ มุ่งพัฒนานักศึกษาให้สามารถสื่อสารได้อย่างน้อย 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น) พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนภาษาเพิ่มเติม เช่น ภาษาจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถบนเวทีสากล ควบคู่กับการนำความรู้ทางภาษามาบูรณาการเข้ากับทักษะวิชาชีพ เช่น ธุรกิจระหว่างประเทศ การสื่อสารการตลาด และการสร้างแบรนด์ ทั้งยังส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับการเรียนรู้และเพิ่มศักยภาพการปรับตัวในยุคดิจิทัล
ในด้านกระบวนการเรียนการสอน คณะฯ ยึดมั่นในแนวคิด Monodzukuri และวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรพันธมิตรทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนและการฝึกงานในระดับสากล นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนด้วย Language Smart Space สำหรับฝึกฝนภาษา และ Creative Cultural Playground ที่ผสานเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบ Interactive เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ทักษะข้ามวัฒนธรรม และประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนาน เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต”
คณะเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจอุตสาหกรรม
ผศ.วิฐิณัฐ ภัคพรหมินทร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ในยุค Digital & AI Transformation ต้องขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งการ "สร้างคน สร้างความรู้ และนำไปใช้จริง" คณะฯ จึงใช้ปรัชญาการทำงานและการบริหารสไตล์ญี่ปุ่นเป็นเข็มทิศนำทาง โดยมีหัวใจสำคัญในการพัฒนานักศึกษา ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI for Industry & Business และ Digital & AI Kaizen มาบูรณาการเข้ากับทักษะวิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และวิจัยจากโจทย์จริง (Hands-on & Real-world Learning) พร้อมกับปลูกฝังจิตวิญญาณสไตล์ญี่ปุ่น ทั้ง Monodzukuri ที่มุ่งมั่น พิถีพิถัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสูง และ Kaizen Mindset ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้และปรับปรุงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยึดเป้าหมายสูงสุด เพื่อสร้างบัณฑิตและนักคิดยุคใหม่ที่ เชี่ยวชาญเทคโนโลยี มีความคิดเป็นระบบ และมีวินัย พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงโลกธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน”
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI: Thai-Nichi) สถาบันอุดมศึกษาทางด้านเทคโนโลยีและการจัดการ มุ่งสร้างบัณฑิตวิชาชีพเฉพาะทางชั้นสูงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ด้วยการบูรณาการด้านเทคโนโลยีและการบริหารเข้ากับการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตก้าวสู่การทำงานในองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI: THAI-NICHI) : “สร้างนักคิด ผลิตนักปฏิบัติ พัฒนานักบริหาร” เว็บไซต์: www.tni.ac.th , Facebook: https://www.facebook.com/ThaiNichi


