xs
xsm
sm
md
lg

"ชัชชาติ" ลงพื้นที่อุโมงค์รถไฟฟ้ารั่ว สั่งอพยพจากอาคารเสี่ยง-เฝ้าระวังรัศมี 30 เมตร ปิดจราจร-เตรียมรับมือผลกระทบเด็กไปโรงเรียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ว่าฯ กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดินทรุดบริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน หลังน้ำรั่วซึมเข้าบ่อพักน้ำในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ระบุสถานการณ์เริ่มทรงตัวแต่ยังไม่ประมาท พร้อมกำหนดรัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตร อพยพประชาชนจากอาคารเสี่ยง ปิดการจราจรถนนประชาธิปก และเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบโรงเรียนในพื้นที่

เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวกนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำใต้อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งส่งผลให้เกิดดินทรุดตัวบริเวณถนนประชาธิปก โดยขณะนี้ระดับน้ำอยู่ในภาวะคงที่และสถานการณ์เริ่มทรงตัว แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเขตคลองสาน และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน ร่วมติดตามสถานการณ์

นายชัชชาติ กล่าวว่า สาเหตุของเหตุการณ์เกิดจากน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ในจุดที่ต่ำที่สุด ทำให้ชั้นดินด้านบนเกิดการทรุดตัวและส่งผลกระทบต่ออาคารใกล้เคียง โดยเป็นอุโมงค์คนละช่วงและคนละผู้รับเหมากับจุดที่เคยเกิดเหตุบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล


กรุงเทพมหานครได้ประสานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับจ้างเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตคลองสาน สำนักงานเขตธนบุรี และสถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่

1. เฝ้าระวังสถานการณ์สิ่งปลูกสร้างและเร่งอพยพ
กทม. ร่วมกับ รฟม. กำหนดรัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ เพื่อมอนิเตอร์อัตราการรั่วของน้ำ ปริมาณดิน และการทรุดตัวหรือเอียงของอาคารอย่างละเอียด แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มทรงตัว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ได้สั่งการให้อพยพประชาชนจากอาคารด้านหลังที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 2-3 อาคารไปพักอาศัยในสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว (เช่น โรงแรม) โดยมีผู้รับจ้างของ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการเยียวยาทั้งหมด นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังได้นำเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารอัตโนมัติมาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเตือนภัยทันทีหากเกิดการทรุดตัวเพิ่ม


2. ปิดการจราจรลดแรงสั่นสะเทือน (ถนนประชาธิปก) เพื่อความปลอดภัยและลดแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบต่อโครงสร้างชั้นดินและอาคาร กทม. ได้ประสานปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มุ่งหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) โดยแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพุทธ หรือสะพานพระปกเกล้า ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก เพื่อเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน


3. เตรียมแผนรองรับผลกระทบโรงเรียนในพื้นที่
เนื่องจากทำเลดังกล่าวเป็นจุดคอขวดและมีโรงเรียนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนศึกษานารี ผู้ว่าฯ กทม. จึงแสดงความห่วงใยเรื่องปัญหาการจราจรในระยะยาว โดยเตรียมถอดบทเรียนแนวทางแก้ไขปัญหาจากการทรุดตัวที่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (เช่น เคสโรงเรียนแซงต์กาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์) มาปรับใช้ อาจมีการจัดรถรับส่งของโรงเรียนเพิ่มเติมเพื่อลดความหนาแน่นของรถผู้ปกครอง โดยจะประสานแจ้งรายละเอียดเส้นทางให้ประชาชนทราบต่อไป

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอุปกรณ์สนับสนุนการทำงาน รถเครื่องผลิตและกำเนิดไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์บอลลูนไลฟ์ ไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ที่เกิดเหตุในช่วงกลางคืน โดยมีอาสาสมัครและมูลนิธิต่าง ๆ เข้าร่วมสนับสนุนหากเกิดเหตุฉุกเฉินและจำเป็นต้องส่งต่อทางการแพทย์

ข้อมูล-ภาพ จากเพจ สำนักงานเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร