ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ความเครียด ความกดดัน และสิ่งที่เข้ามากระทบใจอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คำว่า “ตั้งสติ” จึงไม่ใช่เพียงคำเตือนให้ใจเย็นลงชั่วขณะ แต่เป็นทักษะสำคัญของชีวิตที่มนุษย์ สามารถฝึกฝนและนำไปใช้ได้จริง
ด้วยความเชื่อว่า “สติ” คือ ทักษะที่ฝึกได้ มด–ดุษฎี ตันเจริญ และ หลิน–อุบลวรรณ ขอถาวรวงศ์ จึงนำองค์ความรู้ด้านการฝึกสติในแนวทาง MRP หรือ Mind Retreat Program ซึ่งทั้ง 2 ท่าน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้จาก พระอาจารย์ธนดิตถ์ ธัมมนันโท หรือ Master T. แห่งมูลนิธิปิยโปฎก มาพัฒนาต่อยอดสู่ House of MRP พื้นที่แห่งการเรียนรู้และฝึกสติสำหรับคนยุคปัจจุบันที่ถึงแม้จะมีรากฐานมาจากสติปัฏฐานสูตร แต่ได้ผ่านการถอดรหัสออกมาเป็นโปรแกรมการฝึกที่ไม่ได้มีการยึดโยงกับศาสนา มีความเป็นกลาง เป็นทักษะที่มีการวางหลักสูตรเป็นขั้นเป็นตอน
House of MRP จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องสติ แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบขึ้นเพื่อทำให้การฝึกสติเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในมิติของการทำงาน ความสัมพันธ์ การรับมือกับความเครียด และการค้นหาความสุขที่ยั่งยืนจากภายใน
MRP เป็นโปรแกรมการฝึกสติที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนเป็นระบบการฝึกที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยเชื่อมโยงหลักการเจริญสติเข้ากับภาษาที่คนยุคใหม่เข้าใจได้ง่ายขึ้น หนึ่งในหัวใจสำคัญของ MRP คือสมการ O + B = PP
โดย O หมายถึง Observer Base หรือ ฐานของจิตผู้สังเกตการณ์ , B หมายถึง Breath หรือลมหายใจและชีพจร และ PP หมายถึง Problem Point หรือจุดปัญหาที่เข้ามากระทบใจในชีวิตประจำวัน
หลักการนี้สะท้อนว่า เมื่อผู้ฝึกสามารถวางจิตให้อยู่ในฐานะ “ผู้สังเกต” กลับมาอยู่กับลมหายใจ และรับรู้สภาวะภายในได้ทัน สิ่งที่เข้ามากระทบใจจะไม่จำเป็นต้องกลายเป็นแรงเหวี่ยงทางอารมณ์เสมอไป แต่สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ MRP คือ ประโยคที่ว่า “Mental clarity is not a trait. It is a system.” หรือ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “จิตใจที่มีความกระจ่างชัดเจน ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นระบบที่เราสามารถฝึกฝนและออกแบบได้”
แนวคิดนี้เป็นแกนสำคัญของ House of MRP เพราะการมีสติไม่ใช่พรสวรรค์ของคนบางกลุ่ม และไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นระบบการฝึกที่ค่อยๆ พัฒนาผ่านประสบการณ์ตรง การรู้ลมหายใจ การเห็นความคิด การรับรู้อารมณ์ และการกลับมาอยู่กับปัจจุบันอย่างเป็นกลาง
ในการเปิดบ้าน House of MRP ครั้งนี้ นอกจากการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ มูลนิธิปิยโปฎก แล้ว ยังมีการเสวนาและแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ที่ได้นำการฝึกสติไปใช้จริงในชีวิต โดยผู้ร่วมพูดคุย ได้แก่ เฟื่องลดา–สรานี สงวนเรือง, แม่ชีจุ๊ย–ชื่นชีวัน วงษ์เสรี และ หวาน–ชัญญา อุดมพร
เฟื่องลดา–สรานี สงวนเรือง เจ้าของ Flourish Digital หรือ รู้จักในฐานะ “นางฟ้าไอที” แบ่งปันมุมมองจากชีวิตของคนทำงานยุคดิจิทัล ที่คุ้นเคยกับความเร็วและความสำเร็จ เธอเล่าว่า ในช่วงหนึ่งของชีวิต เธอเคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าความสำเร็จ คือ เป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่เมื่อไปถึงจุดหนึ่งกลับพบว่าภายในยังมีความว่างเปล่า การได้ฝึกสติกับ MRP ทำให้เริ่มกลับมาฟังเสียงภายในของตัวเองมากขึ้น และตั้งคำถามว่า “Voice” ที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร สำหรับเธอ การฝึกสติจึงไม่ใช่การหยุดใช้ชีวิตหรือถอยออกจากโลก แต่คือการกลับมาเข้าใจตัวเองให้ชัดขึ้น ท่ามกลางโลกที่ยังต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เธอยังสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจในยุค AI ว่า แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และ AI สามารถช่วยมนุษย์ได้หลายด้าน แต่สิ่งที่มนุษย์ยังต้องพัฒนาด้วยตัวเอง คือ “Wisdom” หรือปัญญาภายใน ซึ่งเกิดจากการรู้เท่าทันตัวเองและการมีสติในการใช้ชีวิต
ด้าน แม่ชีจุ๊ย–ชื่นชีวัน วงษ์เสรี ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Globish ถ่ายทอดประสบการณ์จากโลกสตาร์ทอัป ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความเร็ว และแรงกดดัน เธอเล่าว่า เคยมีช่วงที่ความเครียดจากงานมาก จนส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างชัดเจน ซึ่งกลายจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วชีวิตต้องการอะไร สำหรับแม่ชีจุ๊ย การฝึกสติไม่ใช่การหนีโลก แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างอย่างเข้าใจและวางใจมากขึ้น สำหรับแม่ชีจุ๊ยแล้ว สติ คือ การลงรายละเอียดในชีวิต เป็นพื้นฐานของการรู้จักตัวเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น และเธอยังเชื่อมโยงการฝึกสติกับโลก AI ได้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลขึ้น มนุษย์ยิ่งต้องกลับมาถามตัวเองให้ชัดว่า เราจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร และจะใช้ปัญญาภายในของตัวเองอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ หวาน–ชัญญา อุดมพร เจ้าของเพจ Vegan Calendar และหนึ่งในผู้ร่วมริเริ่ม MRP ถ่ายทอดมุมมองของคนที่เคยใช้ชีวิตด้วยความเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว และทันเหตุการณ์ตลอดเวลา เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการฝึกสติเกิดขึ้นในช่วงที่เริ่มอยากใช้ชีวิตให้ช้าลง และกลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เธอกล่าวว่า MRP เป็นโปรแกรมที่ทำให้เธอเข้าใจคำว่า “สติ” ผ่านประสบการณ์ตรง จากเดิมที่ไม่เคยศึกษาด้านจิตใจอย่างจริงจัง การฝึกสติทำให้เธอรู้ทันอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น กลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น และตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นในชีวิตประจำวัน
สำหรับ หลิน–อุบลวรรณ ขอถาวรวงศ์ ในฐานะมาสเตอร์ของ MRP นั้น เธอกล่าวว่า สติเปรียบเหมือน “เบรกมือ” ของชีวิต เพราะคนเราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเดินหน้า เมื่อไหร่ควรหยุด และเมื่อไหร่ควรวางใจให้อยู่กับปัจจุบัน เธออธิบายว่า การฝึกสติทำให้มองเห็นธรรมชาติของชีวิตตามความเป็นจริง เห็นว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีอะไรที่ควบคุมได้ทั้งหมด และไม่มีอะไรอยู่กับเราไปตลอดกาล
หลินยังอธิบายเพิ่มเติมว่า MRP ไม่ได้มองการฝึกสติเป็นเพียงการแสวงหาความสงบหรือการพักใจชั่วคราว แต่เป็นทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เปรียบเหมือนระบบความปลอดภัยภายในใจ เมื่อเราฝึกจนเกิดความมั่นคง เราจะสามารถรับมือกับปัญหาหรือแรงกระทบต่างๆ ได้ดีขึ้น เหมือนนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรับลูกที่เข้ามาได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าลูกนั้นจะเร็วหรือแรงเพียงใด
House of MRP จึงต้องการส่งต่อการฝึกสติไปยังคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Entrepreneur และ New Leader ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางความเครียดและแรงกดดันสูง เพราะก่อนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมหรือโลกภายนอกได้อย่างมั่นคง การเปลี่ยนแปลงภายในคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
สำหรับ House of MRP ความสุขที่ยั่งยืน หรือ Lasting Happiness ไม่ได้หมายถึงความสุขที่เกิดจากการได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่คือความสามารถในการวางใจอยู่กับปัจจุบันอย่างเป็นกลาง แม้ชีวิตจะยังมีความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลง และปัญหาเข้ามากระทบ
เพราะในท้ายที่สุด การฝึกสติอาจไม่ใช่การทำให้ชีวิตไม่มีปัญหา แต่คือการทำให้เรามีพื้นที่ภายในมากพอที่จะมองเห็นปัญหา เห็นตัวเอง และกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
ติดตามเรื่องราวของ House of MRP หรือ บ้านแห่งสติ ได้ที่ www.HouseofMPR.com หรือ FB/IG : House of MRP


