เปิดเทรนด์ “โรงเรียนนานาชาติ”ยุคใหม่ มุ่งเน้น “พัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของนักเรียน” สร้างสมดุลระหว่าง “ระดับผลการเรียน-ทักษะชีวิต”
● เน้นการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล พัฒนาพรสวรรค์ด้านศิลปะ กีฬา และความเป็นผู้นำ
● แสดงโครงงานของนักเรียน การแสดง การแข่งขัน และโปรแกรมการให้คำปรึกษา
● เน้นเรื่องราวความสำเร็จที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของนักเรียน
เปิดศักราชใหม่มาหนึ่งในเทรนด์ที่ “โรงเรียนนานาชาติ”ยุคใหม่หันมาเน้นให้ความสำคัญ คือ เปลี่ยนจาก “Academic Excellence” เท่านั้น ไปสู่ “Whole Child Development” มากขึ้น นั่นคือ การหันมาโฟกัสหาความสมดุลให้เด็กนักเรียน ระหว่าง “ระดับผลการเรียน+ทักษะชีวิต” ควบคู่ไปกับการมีที่ปรึกษามาแนะนำแนวทางให้“แพชชั่น”กับ “พรสวรรค์”เดินไปด้วยกันอย่างประสบความสำเร็จในชีวิตจริง เปลี่ยนห้องเรียนแบบเดิมที่ไม่ใช่เรียนแค่ในตำราเท่านั้น ไปสู่การเรียนควบคู่กับการทำโปรเจค (Project-based) รวมทั้ง กิจกรรมนอกหลักสูตร เพื่อให้เด็กเรียนรู้ ฝึกการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง (Real-World Learning) เน้นตั้งคำถามมากกว่าท่องจำ
ดร.เย่าล่างจาง (Dr.Chang Yao-Lang) ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส (Wells International School) กล่าวว่าโรงเรียนนานาชาติ Wells ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “การพัฒนาศักยภาพ เฉพาะตัวของนักเรียน” โดยปลูกฝังสิ่งนี้ให้เป็นรากฐานสำคัญของปรัชญาและวิสัยทัศน์ทางการศึกษาของเรา มุ่งมั่น “เสริมสร้างพลังให้นักเรียนแต่ละคนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง” ผ่านโปรแกรมที่เป็น นวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตามความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน เราเชื่อว่าความสำเร็จ ที่แท้จริงในชีวิต นักเรียนจะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีหลักการ มีความสมดุล ใส่ใจผู้อื่น และเปิดกว้างทางความคิด ซึ่งเป็นคุณสมบัติของพลเมืองโลกที่ดีที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
“การพัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของนักเรียนนับเป็นปรัชญาพื้นฐานที่เราได้ใช้ขับเคลื่อนทุกแง่มุมของ Wells ตั้งแต่มาตรฐานการศึกษาอเมริกันที่ก้าวหน้าและหลักสูตร IB ไปจนถึงแนวทางใส่ใจในชุมชนรอบตัวเรา ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ในแง่การส่งเสริมทักษะตลอดชีวิตของนักเรียน เช่น การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้อย่างอิสระ และการเป็นพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในห้องเรียน ชมรม กิจกรรมนอกหลักสูตร (เช่น กีฬา, CAS, ศิลปะการแสดง ฯลฯ) และเส้นทางมหาวิทยาลัย/อาชีพในอนาคต” ดร.จางกล่าวเสริม
ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส ยังระบุต่อว่า Wells มีวิธีค้นพบและบ่มเพาะศักยภาพ ของนักเรียนเพื่อส่งเสริมทักษะของพวกเขาให้เติบโตขึ้นด้วย การเรียนรู้แบบองค์รวม โดยการสังเกตอย่าง ต่อเนื่องของครู, การสอนที่แตกต่างในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนมีส่วนร่วมในกลุ่ม ให้การยอมรับในเนื้อหาความรู้ที่ต้องการเรียนรู้ของแต่ละคน ความถนัดส่วนบุคคล เช่น ด้านกีฬา, โปรแกรม CAS, กิจกรรมนอกหลักสูตร, โอกาสความเป็นผู้นำของนักเรียน, ชมรม และกิจกรรมต่างๆ (เช่น งานกีฬาสี, วันนานาชาติ) โชว์จุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรม และจิตอาสา การแนะแนวให้คำปรึกษา เรามีที่ปรึกษา ครูแนะแนว และโค้ช คอยชี้แนะให้คำแนะนำสำหรับเส้นทางวิชาการในอนาคต โอกาสการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมนอก หลักสูตร การฝึกงาน ฯลฯ เราเน้นส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ การทำงานกลุ่ม และนำไปประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนเติบโตในชุมชนทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
“ที่ผ่านมาเราทั้งผลักดันและสนับสนุนความต้องการของนักเรียนในการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย นานาชาติระดับชั้นนำทั่วโลก การได้รับทุนการศึกษาที่คุ้มค่าและมีคุณค่าที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ รวมถึงมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ ลีค เช่น มหาวิทยาลัย Brown เป็นต้น การได้รับการยอมรับและการแข่งขันทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก เช่น World Scholar’s Cup, Model United Nations, So You Think You Can Dance ฯลฯ นักเรียนเรามีโอกาสการฝึกงานทั้งในระดับท้องถิ่นและนานาชาติ เช่น การฝึกงานวิจัย วิศวกรรมชีวการแพทย์ มหิดล, Steps With Theera ฯลฯ รวมทั้งมีโอกาสเข้าร่วมโครงการสำคัญๆระหว่างประเทศ เช่น โครงการวิทยาศาสตร์ฤดูร้อนที่ฮาวาย, ทัศนศึกษาระดับมัธยมปลาย (Junior-Senior) ที่สหรัฐฯ, ทัศนศึกษาที่ไต้หวัน, การแข่งขันกีฬา ASAC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมโครงการจิตอาสาและความร่วมมือกับองค์กร NGO และองค์กรชุมชน เช่น มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile), สภากาชาดไทย, ศูนย์เมอร์ซี่ (Mercy Centre) และ ฝึกทักษะความเป็นผู้นำของนักเรียน เช่น นักเรียนที่เป็น ผู้นำชมรมในโรงเรียน สภานักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ฯลฯ” ดร.จางกล่าว
ด.ญ.ณัฐ (นอส) นักเรียนชั้นเกรด 8 จากโรงเรียนนานาชาติ Wells ชลบุรี กล่าวว่า ตนเป็นคนชอบเล่นกีฬา จึงได้ร่วมกิจกรรมของโรงเรียนในทีมฟุตบอลและบาสเกตบอลระดับมัธยมต้นของ Wells ปกติจะฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอและฝึกทำงานเป็นทีม จนถือว่าประสบความสำเร็จในด้านกีฬา เพราะตนจะฝึกซ้อมและเล่นกีฬาอย่างเต็มที่ พัฒนาทักษะ และไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งความสำเร็จที่ตนหมายถึงในที่นี้ คือ การได้เห็นความก้าวหน้าและความพยายามของตัวเอง และเห็นถึงพัฒนาการที่สำคัญในด้าน ความมั่นใจ ทักษะภาษาอังกฤษ และน้ำใจนักกีฬา ซึ่ง Wells ได้จัดหาโค้ชที่ดี กำหนดช่วงเวลาการฝึกซ้อม และโอกาส ในการฝึกซ้อมและแข่งขันให้ตนด้วย
“ฉันจะจัดตารางเวลา บริหารเวลาให้ดี และสร้างสมดุลระหว่างการฝึกซ้อมกับการเรียน แน่นอนว่าเวลาฝึกซ้อมต้องทำอย่างสม่ำเสมอและมีวินัย ฉันว่ามันท้าทาย และรู้สึกภูมิใจและมีแรงบันดาลใจ ซึ่งพอทำสำเร็จ มันทำให้มีความมั่นใจ มีความรับผิดชอบ และมีความมุ่งมั่นมากขึ้น” ณัฐกล่าว
ด.ญ.ฐิติรัตน์ (เพลง) นักเรียนชั้นเกรด 11 จากโรงเรียนนานาชาติ Wells อ่อนนุช กล่าวว่า ตั้งแต่เล็กตนชอบเล่นกีฬามาก มีทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ซึ่งสิ่งที่ตนได้จากกีฬานอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังมีการทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ รู้จักการยืดหยุ่น โดยเฉพาะเรื่องการบริหารเวลา ซึ่งตนคิดว่าทั้งหมดได้ช่วยหล่อหลอมให้เป็นตนเองในตอนนี้ Wells ได้มอบโอกาสให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในฐานะกัปตันทีมฟุตบอล JV, การแข่งขัน ASAC, AISAA (กีฬา), ชมรมที่นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมได้จริง, การช่วยเหลือจากองค์กรอื่นๆ ภายนอกโรงเรียน เช่น Operation Smile ฯลฯ ตนเชื่อว่ามันขึ้นอยู่กับนักเรียนด้วยว่าพวกเขาจะคว้าโอกาสเหล่านั้นและลงมือทำจริงหรือไม่
“ทุกอย่างเริ่มต้นจากความชอบและความตั้งใจจะสนุกและมีความสุขกับชีวิต เวลาฉันเล่นกีฬา ฉันไม่ได้มีเป้าหมายว่าต้องชนะที่ 1 หรือที่ 2 ฉันแค่คิดว่าฉันเล่นให้ดีที่สุด และมาไกลได้ขนาดนี้ก็นับว่าโอเค แล้ว เราได้ทำดีที่สุดแล้ว ฉันมีกรอบความคิดนี้กับทุกเรื่องและมันทำให้ฉันมีความสุขทางใจ อย่างฟุตบอล ASAC เราได้ที่ 3 ฉันไม่ได้คาดหวังอะไร ฉันทำเต็มที่แล้ว และการทำเต็มที่จะทำให้ฉันเป็นผู้เล่นที่ทรงคุณค่า (MVP) นั่นคือหนึ่งในความสำเร็จที่ดีที่สุด” น้องเพลงกล่าว
ด.ญ.อารยา นักเรียนชั้นเกรด 5 จากโรงเรียนนานาชาติ Wells อ่อนนุช กล่าวว่า การพูดในที่สาธารณะ เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ทำให้เป็นตนเองในวันนี้ ปีที่แล้วตนได้เข้าร่วมการ แข่งขันสุนทรพจน์แห่งประเทศไทยและได้รับรางวัลที่ 3 ของประเทศ และยังได้ไปแข่งการอ่านที่ Wells ชลบุรีและชนะที่ 1
“การพูดในที่สาธารณะสำหรับฉันรู้สึกเหมือนกำลังทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง เป็นงานอดิเรกและรู้สึกสนุก รู้สึกภูมิใจ ถึงแม้ว่าจะทำได้ไม่ดี คุณจะได้รับความรู้สึกดีๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ถ้าฉันทำได้แย่ ฉันจะรู้สึกนอยด์ไปวันนึง.. แต่อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันก็จะคิดว่า จากเด็ก 700 คน ฉันผ่านการออดิชั่น และได้รับ โอกาสทำสิ่งนี้ ไม่ว่าจะยังไง ฉันได้ทำดีที่สุดแล้วและนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด” อารยากล่าว


