xs
xsm
sm
md
lg

เปิดภาพประทับใจ มีเสน่ห์ และทรงพลัง 3 เมืองรองล้านนาของไทย น่าน- พะเยา- เชียงราย ผ่านธรรมชาติศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉลองพ.ศ. ใหม่ ไม่ทันไร ก็ย่างเข้าสู่เดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์ แบบไม่ทันตั้งตัว แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เขาตั้งใจ จัดกิจกรรม FAM Trip ภาคเหนือ ภายใต้โครงการ เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง เปิดเสน่ห์อันทรงพลัง 3 เมืองรองล้านนา ผ่านธรรมชาติศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาชุมชน น่าน – พะเยา – เชียงราย เมื่อวันที่ 4–6 กุมภาพันธ์ 2569 (3 วัน 2 คืน)ที่ผ่านมา

โดยมี นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะสื่อมวลชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และถ่ายทอดศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือในมิติที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด“หยุดเวลา พักใจ หลงใหล เมืองเหนือ” ผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนา ทั้งด้านธรรมชาติศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน

ลัดฟ้าเดินทาง ยามเช้ามาสู่จังหวัด น่าน เพื่อเดินทางสู่ วัดพระธาตุเขาน้อย นมัสการพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน พระพุทธรูปปางประทานพรบนยอดดอย พร้อมชมวิวพาโนรามาของเมืองน่านผ่านบันไดนาค 303 ขั้น ที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสูงส่งและสง่างาม

 








จากนั้นก็ส่งสัญญานให้ สายลุย! เตรียมตัว มุ่งหน้าสู่ หาดวังลูน เพื่อไปสัมผัสความตื่นเต้นกับการ ล่องแก่งลำน้ำว้า ลิ้มรสกับสายน้ำใส และธรรมชาติที่สมบูรณ์ตลอดระยะทาง 10 กิโลเมตร ที่มาพร้อมกับฉากที่ร่วมลุ้นตื่นเต้นไปกับการเผชิญคลื่นกับสายน้ำตามล่องแก่งต่างๆ หลายจุด ที่มีทั้งน้ำไหลเชี่ยว ไหลแรงซัดเข้ามาให้น่าหวาดเสียวตลอดเส้นทางที่ล่องไปจนสุดแหล่งน้ำ...รับรองว่าสนุกมันส์ และเปียกน้ำสุดๆ แบบสะใจ และชื่นใจจริง

ถึงจะเปียกแต่ยังไม่จบ ต้องพบกับความสะใจให้อีกนิดกับการ นั่งรถไถ เพื่อขึ้นไปยังภูเขาบนความสูงที่ค่อยๆ ไต่ระดับเขาขึ้นไปจนกระทั่งตัวรถไถ และคนนั่งตั้งฉากสูงเกือบ 90 องศา (แทบจะได้นอนราบ) โดยระหว่างทางที่ขึ้นไปจะดูโอบล้อมด้วยความกว้างไกลใหญ่ของพื้นป่าเขียวขจี และภูเขามากมาย เพื่อจะนำเรามาสู่จุดจอดเปลี่ยนเป็นรถกระบะ เพื่อพาผู้ล่องแก่งกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเดินทางไปจุดหมายใหม่ 












ต่อกันที่ วัดภูมินทร์ วัดทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในไทยที่มีพระอุโบสถและวิหารเป็นหลังเดียวกัน ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก "ปู่ม่านย่าม่าน" ภาพกระซิบรักอันโด่งดัง ที่จะกระซิบรักบอกความในใจตามแบบฉบับคลาสสิก เหมือนเป็นการย้อนเวลาเข้าไปสู่ตำนานรักอมตะ ต่อด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ชม "งาช้างดำ" วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมือง จากนั้น ค่อยพุ่งตัวไปถ่ายรูปเช็คอินที่ ซุ้มต้นลีลาวดี ที่โค้งเข้าหากันเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ให้เลือกมุมและภาพแบบใจต้องการ ภายใต้ ซุ้มลีลาวดี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เพื่อให้ได้ภาพที่คุ้นเคย หรือมุมใหม่ อัพโซเชียลกันแบบสะใจไม่มียั้ง

ทุกครั้งของการเดินทาง ที่การท่องเที่ยวฯ ไม่เคยตกหล่น ให้เก็บภาพสวยงาม แล้วยังต้องให้ ความรู้ ภูมิปัญญา ของชุมชนที่หายาก ด้วยการพาไป ยังวิถีชุมชนที่ บ่อสวก โดยเฉพาะเตาเผาโบราณ บริเวณบ้านบ่อสวกนี้ ที่อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองน่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ปัจจุบันเตาเผาโบราณทั้ง 2 เตานี้ ได้รับการบูรณะและก่อสร้างอาคารถาวรคลุมเอาไว้ และก่อนกลับเรายังร่วมทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ "สุมยา-สปาเท้า" จากสมุนไพรธรรมชาติสูตรลับชาววังบ่อสวก ที่ช่วยบำบัดความเมื่อยล้า ให้ความผ่อนคลาย และลดอาการหวัดคัดจมูก แก้ภูมิแพ้

 


















เมื่อใจและกาย สบาย เติมเต็มไปด้วยพลังธรรมชาติที่สดชื่นแล้ว ก็พร้อมมุ่งหน้าไปต่อกันที่ จังหวัด พะเยา ล่องเรือกว๊านพะเยาไปสักการะ วัดติโลกอาราม หรือ วัดกลางน้ำที่เป็น Unseen ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินที่สวยเป็นแสงสีทองอร่าม จนแทบหยุดหายใจ วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 9 แห่ง ราชวงศ์มังราย ราวพุทธศักราช 2019–2029 มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี วัดติโลกอารามจึงเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของกว๊านพะเยา ที่สะท้อนทั้งศรัทธาในพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์อันยาวนานของอาณาจักรล้านนาในพื้นที่แห่งนี้

และที่ไม่พลาดไม่ได้เลยกับการตระการตา ศิลปะไทย-จีน-ล้านนาที่ผสมผสานอย่างลงตัว ยอดดอยบุษราคัมชม วัดอนาลโยทิพยาราม สัมผัสการเดินชมรัตนเจดีย์และหอพระแก้วมรกตจำลอง ท่ามกลางสวนป่าอันเงียบสงบ ที่แผ่ความร่มเย็นไปทั่วขุนเขา พร้อมชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของกว๊านพะเยาจากมุมสูงที่หาดูได้ยาก

มาถึง เมือง พะเยา เราต้อง ไม่ควรพลาดกับการทำกิจกรรม Workshop สานงูกินเขียด นวดนิ้วล็อคจากผักตบชวา และ "การสานผักตบชวา" ณ ชวาวาดพะเยา สัมผัสวิถีภูมิปัญญาการสร้างสรรค์จากสายน้ำ พะเยา ชมการแปรรูป "ผักตบชวา" จากกว๊านพะเยาให้กลายเป็นงานแฮนด์เมดสุดชิค ดีไซน์ร่วมสมัยที่โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นรักษ์โลก

ปัจจุบันที่แห่งนี้ กลายเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้สำหรับงานด้านหัตกรรม "การสานผักตบชวา" ที่มีการพัฒนาขึ้นมาเป็นรูปแบบของตระกร้า จานรองแก้ว หมวก จนเมื่อปี 2560 ได้เป็นหนึ่งใน OTOP Brandname 35 กลุ่ม ทั่วประเทศภายใต้ชื่อ CHAWAWAN (ชวาวาด)

พร้อมออกเดินทางไปยังเมืองต่อไป สู่ที่หมาย จังหวัดเชียงราย สิ่งแรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงคือ การเข้าชมความวิจิตรของ วัดร่องเสือเต้น (Blue Temple) ดื่มด่ำอลังการกับวิหารสีน้ำเงินสดใส พุทธศิลป์ร่วมสมัยชิ้นเอกโดย "สล่านก" ศิลปินพื้นบ้านผู้รังสรรค์ลวดลายปูนปั้นอันพลิ้วไหว โดดเด่นด้วยการใช้สีน้ำเงินครามตัดกับสีทองอร่ามอย่างลงตัว พร้อมสักการะพระประธานสีขาวมุกองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอย่างสง่างามท่ามกลางงานจิตรกรรมฝาผนังอันตระการตา ให้เป็นที่อำลาภาพสุดท้ายที่ยังไม่คลายความประทับใจไว้ในการเยือนเมืองรองภาคเหนือในครั้งนี้

เมืองไทยไม่ได้มีแค่เที่ยว ความสวยงาม ความทรงจำใน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ที่ลึกล้ำ แสนจะคุ้มค่าและทรงพลังในอดีตและยังคงอยู่ในปัจจุบัน จะยังคงอยู่ให้เราได้ชื่นชมนานเท่านาน เท่าที่เรายังเห็นคุณค่า ของบ้านเมืองเรา .....แล้วพบกันใหม่ในจังหวัดอุบลราชาธานีกับกิจกรรม FAM Trip โครงการเทศกาลเมือง (ต้อง) รอง










กำลังโหลดความคิดเห็น