xs
xsm
sm
md
lg

สกู๊ปพิเศษเรื่อง : ไปอินเดียอย่างเข้าใจ กลับมาเมืองไทยใจก็มีความสุข

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โดย อ.ณัฐพงษ์ นาคถ้ำ

ระหว่างเดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาจำนวนมาก นิยมไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก คือ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม และปรินิพพาน เพื่อความเป็นบุญกับชีวิตสักครั้ง บางท่านก็เดินทางไปเอง แต่บางท่านก็ซื้อทัวร์เพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยมีพระสงฆ์ หรือ พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เป็นผู้นำทาง คอยอธิบาย และพาไหว้พระสวดมนต์ตลอดเส้นทาง ซึ่งเรียกว่า “ทัวร์ธรรมะ”

แต่การเดินทางไปประเทศดังกล่าวนั้น อาจทำให้เรามีเรื่องตื่นเต้นตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มเดินทาง จนถึงกลับเมืองไทย โดยต้องลุ้นว่า บริษัททัวร์ขอยื่นวีซ่ากับสถานทูตนั้นจะผ่านหรือไม่ ต้องรอลุ้นจนถึงเกือบวันสุดท้าย เมื่อเราได้วีซ่าแล้ว ก็เตรียมตัวเดินทางโดยสายการบิน โดยเริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport) แล้วไปลงเครื่องที่สนามบินคยา (Gaya Airport - GAY) เมืองคยา รัฐพิหาร ห่างจากเจดีย์พุทธคยา ราว 12 ก.ม. เมื่อเราลงจากเครื่องบินแล้ว ต้องไปยืนรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับตราเข้า-ออกประเทศด้วยใบหน้าบึ้งตึง และใช้เวลาหลายชั่วโมง เมื่อผ่านได้แล้ว ก็จะไปขึ้นรถบริการ ที่บริษัททัวร์จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนำพวกเราไปสู่ที่พัก แต่ในระหว่างทางนั้น เราจะต้องหวาดเสียวกับการจราจร เพราะคนขับรถจะเบรกรถบ่อย เนื่องจากถนนที่เป็นเป็นหลุมเป็นบ่อและการจราจรที่ไม่เป็นระเบียบ นอกจากนั้นพวกเราจะได้ยินเสียงคนขับรถบีบแตรตลอดเส้นทาง มองข้างทางจะได้เห็นผู้คนจำนวนมากที่เดินขวักไขว่ไปมา และสัตว์เลี้ยงที่เดินบนถนนได้อย่างอิสระเสรี เมื่อเราลงจากรถจะได้เห็นขยะและสิ่งปฏิกูลมูลคนและมูลสัตว์ ส่งกลิ่นคละคลุ้งเตะจมูก เราต้องผจญกับคนขอทานและคนขายของที่ตื้อเก่งที่สุดในโลก นอกจากนั้นช่วงเช้าและยามเย็น จะเห็นผู้คนเดินเบียดเสียดโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น เห็นคนบ้วนน้ำลายหรือน้ำหมากบนทางเท้าโดยไม่มีมารยาทใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นคนไร้บ้านก็สามารถนอนตามสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่สนใจใคร ส่วนห้องน้ำห้องส้วมก็ไม่มีบริการเหมือนในปั๊มน้ำมันบ้านเรา จำเป็นต้องใช้ถนนหนทาง ทุ่งนา และป่าละเมาะเป็นที่ปลดทุกข์ คนและวัวอยู่บ้านหลังเดียวกันได้ ปั้นขี้วัวเป็นก้อนติดไว้ฝาผนังบ้าน และมีพฤติกรรมอีกหลายอย่างที่ไม่เหมือนบ้านเรา ซึ่งถือว่าเป็นของแปลก สมกับที่เขาพูดกันว่า “เรื่องแปลกให้แขกเขาทำ”


แม้นว่าจะเป็นเรื่องแปลก ๆ อย่างที่เราไม่เคยพบมาก่อน แต่เมื่อเราเข้าไปในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับพุทธสถาน เราก็จะได้เห็นบรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ผู้คนหลายชาติ หลายภาษา ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา นั่งกราบ ยืนไหว้ ด้วยอาการศรัทธา บางท่านก็นอนกราบแบบชาวธิเบต บางท่านก็นั่งสวดมนต์ บางท่านก็นั่งสมาธิ บางท่านก็นั่งนิ่ง ๆ หรือบางท่านก็เดินเวียนเทียนและสวดมนต์พึมพำในลำคอไปด้วย สถานที่บางแห่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ และกลิ่นควันธูปพิเศษที่นำมาบูชา ทำให้รู้สึกสบายใจ สงบ ใจเกิดปีติ ไปสถานที่บางแห่ง เช่น สถานที่ปรินิพพาน น้ำตาก็ไหลโดยไม่รู้ตัวก็มี จิตใจรู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน บางครั้งมีความรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า บางครั้งจิตใจก็คิดย้อนเข้าไปในอดีตว่า พระพุทธเจ้าดำรงพระชนม์ชีพได้อย่างไร ตรัสรู้แบบไหน แสดงธรรมให้สาวกฟังอย่างไร และปรินิพพานอย่างไร สมัยนั้นผู้คนเข้ามาฟังธรรมของพระพุทธเจ้าได้อย่างไร เยอะไหม และพระพุทธเจ้าทรงใช้วิธีการไหน ทำไมพระพุทธศาสนาจึงเสื่อมถอยจากประเทศอินเดีย แต่กลับมาเติบโตและตั้งมั่นในประเทศไทย ความคิดเหล่านี้มักจะเกิดขึ้น เมื่อได้เดินเข้าไปยังพุทธสถานที่สำคัญต่าง ๆ ดังคำโบราณที่บอกว่า “สถานที่และผู้คนทำให้เราเกิดข้อคิด”


เมื่อเรากลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ทำให้เห็นถึงบรรยากาศที่แตกต่างกันมาก แต่ในใจก็ไม่เคยคิดที่จะลืมอินเดียเลย เพราะดินแดนแห่งนี้เป็นถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนา และทำให้เกิดคำสั่งสอนที่สำคัญของโลก นั่นคือ“เมตตา” ดินแดนแห่งนี้ทำให้เราเห็นทั้งสุขและทุกข์ เห็นขาวและดำ ถูกใจและไม่ถูกใจกับสถานที่และผู้คน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเราว่า เราจะเลือกเก็บสิ่งใดไว้ในใจ ถ้าเลือกเก็บสิ่งไม่ดีไว้ เราก็จะได้สิ่งไม่ดี ถ้าเราเลือกเก็บสุขไว้ เราก็จะได้ความสุข ขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะเลือกอะไร เพราะประเทศทุกประเทศ ทุกสถานที่ ทุกเวลา ทุกคน มีดีและมีเลวอยู่ในตัวเป็นของคู่กัน ไม่ว่าเราจะไปสถานที่ใดก็ตาม ทุกอย่างและทุกสถานที่ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่า เราจะพอใจกับอะไร การที่เราได้เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดียก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราเข้าใจประเทศเขา เราก็ทำใจได้ เมื่อกลับมาเมืองไทย ใจเราก็เป็นสุข ดังคำที่ว่า “ไปอินเดียอย่างเข้าใจ กลับมาเมืองไทยใจก็มีความสุข”!!!!!








กำลังโหลดความคิดเห็น