xs
xsm
sm
md
lg

สสส.ชู 7 การเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรอยู่ยาวแบบมีพลัง ชี้สุขภาวะดี เศรษฐกิจดีขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สสส.เปิดแนวทางสู่องค์กรสุขภาวะ ให้สถานประกอบการเปลี่ยนแปลง 7 อย่าง สู่การอยู่ยาวแบบมีพลัง แนะออกแบบสภาพแวดล้อมให้เอื้อ , ดูแลสุขภาพจิต , เพิ่มกิจกรรมทางกาย , ยกระดับโรงอาหารสุขภาพ , รู้เท่าทันภัยในยุคดิจิตัล , ปลอดบุหรี่-แอลกอฮอลล์ , สร้างสัมพันธ์ที่ดี "หมอพงศ์เทพ" ชี้ถ้าองค์กรดูแลสุขภาวะพนักงานดี ประเทศจะมีเศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมก้าวสู่สังคมสูงวัยแบบอยู่ยาวอย่างมีพลัง

ปัจจุบันคนวัยทำงานป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพิ่มขึ้น หลังผลสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายปี 2567-2568 ครั้งที่ 7 พบผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน 45% โรคความดันโลหิตสูง 29.5% โรคเบาหวาน 10.6% และมีผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคตสูงถึง 5.7 ล้านคน จากข้อมูลถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานของประเทศ

นั่นจึงทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกระทรวงแรงงาน ในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในสถานประกอบการด้วยแนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) พัฒนาให้เกิดชุดองค์ความรู้ และ ส่งเสริมให้เกิดโมเดลต้นแบบ โดยล่าสุดได้มีการมอบรางวัลให้กับสถานประกอบกิจการต้นแบบประจำปี 2568 ด้านดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม รวม 16 แห่ง และ ด้านการส่งเสริมสุขภาวะในองค์กร รวม 54 แห่ง พร้อมจัดประชุม เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร  

ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า เนื่องจากกลุ่มแรงงาน และผู้ประกอบการ ถือเป็นบุคลากรที่สำคัญที่จะพัฒนาประเทศ ถ้าลูกจ้างมีสุขภาพอนามัยที่ไม่ดี ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพต่างๆ ของบริษัทลดลง ถ้าลูกจ้างมีสุขภาพที่แข็งแรงก็จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสถานประกอบการนั้นๆ ทั้งนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีหน้าที่ส่งเสริมเพื่อให้ประเทศมีความแข็งแรงสามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆ โดยได้ผนึกกำลัง สสส. ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัย ให้กับลูกจ้าง

ขณะเดียวกัน สสส.ก็ได้เปิดแนวทางสู่องค์กรสุขภาวะ 7 อย่างให้แก่สถานประกอบการต่างๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่การอยู่ยาวแบบมีพลังของพนักงาน ประกอบด้วย 1.การออกแบบสภาพแวดล้อม เพื่อให้คนทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและใจ 2.การดูแลสุขภาพจิตคนวัยทำงาน โดยออกแบบระบบเวลาการทำงานที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต 3.การปรับรูปแบบการทำงานที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกาย 4.การยกระดับโรงอาหารในองค์กร สู่การเป็นโรงอาหารสุขภาพ 5.การสร้างทักษะการรู้เท่าทันภัยสุขภาพในยุคดิจิทัล 6.การสร้างวัฒนธรรมองค์กรปลอดบุหรี่และแอลกอฮอล์ และ 7.การส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม  

น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า 7 องค์ประกอบนี้ เป็นส่วนที่สถานประกอบการจะต้องช่วยกันผลักดัน โดยองค์กรต้นแบบในการทำงานเรื่องขององค์กรสุขภาวะมารวมพลังกัน เพื่อเรียนรู้ พัฒนาร่วมกัน ก็จะทำให้สุขภาวะรวมในองค์กรดีขึ้น

"คนทำงานไม่ใช่เครื่องมือในการหาเงินของบริษัทและสถานประกอบการ แต่เป็นเพื่อนร่วมทางในการที่ทำให้องค์กรมีพัฒนาการที่ดี และมีความยั่งยืน และเมื่อองค์กรหลายองค์กรมีการเติบโต ดูแลคุณภาพชีวิตได้ดี และมีผลิตภาพที่ดี ประเทศไทยก็จะมีเศรษฐกิจที่ดีและมีคุณภาพชีวิตของคนทำงานที่ดีต่อไป"

น.พ.พงศ์เทพ ระบุว่า การมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในที่ทำงานเป็นหัวใจทำให้องค์กรจัดการไปได้ด้วยดี ขณะที่สุขภาพเป็นแกนกลางของระบบทั้งหมด ทั้งในแง่ของการที่ทำให้พลังใจคนทำงานดีขึ้น การสื่อสารดีขึ้น ทุกคนทำงานสานพลังซึ่งกันและกัน ซึ่งในที่สุดแล้วมันจะไปส่งผลกระทบต่อกลไก หรือ ระบบในการทำงาน ทำให้องค์กรมีพลังงาน มีชีวิตชีวามากขึ้น และเมื่อทุกคนมีความสุข อยากทำงาน ก็จะดึงดูดคนเก่งเข้ามา ในที่ทำงาน แล้วบริษัทก็ต้องรักษาไว้ ทุกคนอยากทำไม่ใช่เพียงเพราะอยากได้รางวัล ได้เงินเดือน ได้ความก้าวหน้า แต่เพราะรู้สึกรักเพื่อนร่วมงานและองค์กรมีคุณค่าต่อสังคม ตรงนี้เป็นพลังในระยะยาวที่เกิดขึ้นได้

ขณะที่ องค์กรสุขภาวะ ก็จะสอดคล้องกับการที่ไทยจะก้าวสู่สังคมสูงวัย เพราะหากองค์กรดูแลคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้ดี พอเกษียณก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และถ้ารัฐบาลขยายการเกษียณอายุไปเป็น 65-70 ปี ก็จะทำให้แรงงานช่วงวัยดังกล่าวอยู่ยาวอย่างมีพลัง และสามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ ไม่ใช่ติดเตียงแล้วเป็นภาระให้กับสังคม ดังนั้นการที่องค์กรดูแลสุขภาวะที่ดี จะเสริมศักยภาพของประเทศได้จริงๆ 










กำลังโหลดความคิดเห็น