xs
xsm
sm
md
lg

กรมวิทย์จับตาโควิด BA.2.86 ทำระบาดเร็ว-รุนแรงเพิ่มหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมวิทย์จับตา BA.2.86 ทำระบาดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ตอนนี้พบแค่ 4 คน ชี้สายพันธุ์หลักยังเป็น XBB.1.16

จากกรณีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เชื้อไวรัสโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ย่อย BA.X หรือ BA.2.86 เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม เนื่องจากพบว่ามีการกลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก นั้น

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทย์ติดตามรายงานขององค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าได้มีจัดให้สายพันธุ์ BA.2.86 เป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง หรือ VUM ซึ่งต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติม เพราะยังมีจำนวนที่พบน้อยมาก และยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานในห้องแล็บที่พบว่ามีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง ซึ่งก็จะต้องนำมาเปรียบเทียบกับรหัสพันธุกรรมโควิดจริงที่มีอยู่ และหลายครั้งก็พบว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อมูลที่พบในแล็บ กรณี BA.2.86 ก็ต้องรอพิสูจน์อีกระยะ ส่วนที่มีระบุว่าเป็นสายพันธุ์ BA.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เก่าแต่กลับมาโผล่อีกครั้ง ก็ต้องรอดูกันต่อไป เพราะหากโผล่มาแล้ว 2 สัปดาห์แล้วหายไปก็จบ ดังนั้นสายพันธุ์ที่จะอยู่ได้ต่อไปจะต้องแพร่ระบาดได้เร็ว ซึ่งในอดีตสายพันธุ์เบตา เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุด แต่เนื่องจากแพร่ระบาดได้ไม่เร็ว ในที่สุดก็หายไป

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตาดู BA.2.86 นั้น จะดูว่า มีความสามารถในการระบาดเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากสัดส่วนเพิ่มขึ้นจริงคาดว่าใช้เวลาไม่นานก็จะมาแทนที่ตัวเดิม แต่ตอนนี้พบแค่ 4 คนเท่านั้นจากตัวเลขการติดเชื้อทั่วโลกวันละนับแสนคน และดูความรุนแรงของผู้ป่วยและอัตราการตาย หากไม่เพิ่มขึ้นมากก็แสดงว่าไม่รุนแรง และดูว่าหลบภูมิคุ้มกันหรือไม่เพื่อดูประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ จึงขอให้ความมั่นใจกับคนไทยว่ากรมวิทย์ มีการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิดทั้งตัวทุกสัปดาห์ และติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพบในไทยก็สามารถตรวจพบได้แน่

นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดเป็นหลักยังคงเป็น สายพันธุ์ XBB.1.16 ส่วนสายพันธุ์ย่อย EG.5.1 ที่องค์การอนามัยโลกยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ หรือ VOI นั้น ซึ่งเดิมพบ 8 ตัวอย่าง และการถอดรหัสพันธุกรรมรอบใหม่เดือน ส.ค. พบอีก 7 ตัวอย่าง รวม 15 ตัวอย่าง ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เพราะสายพันธุ์ EG.5.1 กำลังระบาดในหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ยุโรปบางส่วน ซึ่งกรมวิทย์ ก็กำลังจับตาดูอยู่ ซึ่งคาดว่าจะติดต่อกันได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าไร ซึ่งการป้องกันตนเองทั้งสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงที่ชุมชน และฉีดวัคซีนป้องกัน ยังเป็นมาตรการที่ป้องกันได้ดีอยู่


กำลังโหลดความคิดเห็น