xs
xsm
sm
md
lg

สธ.ย้ำป้องกันโควิดทุกคนทุกที่ทุกเวลา ลดติดเชื้อ ป่วยรุนแรง สนับสนุนเปิดประเทศปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงสาธารณสุข เผย สถานการณ์โควิด-19 อยู่ในระดับทรงตัว หลายพื้นที่พบคลัสเตอร์ขนาดเล็ก ย้ำแม้ทยอยเปิดกิจการแต่อย่าเพิ่งวางใจ ต้องเข้มป้องกันตนเองสูงสุดทุกคนทุกที่ทุกเวลา ลดติดเชื้อ ลดผู้ป่วยอาการหนัก สนับสนุนเปิดประเทศปลอดภัย ระบบสาธารณสุขยังรองรับได้ เร่งฉีดวัคซีนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและ 10 จังหวัดจับตามองให้ถึงเป้าหมาย

วันนี้ (18 ต.ค.) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธาณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงจับตาสถานการณ์โควิด 19 ก่อนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิดรักษาหาย 10,612 ราย มากกว่าติดเชื้อใหม่ที่พบ 10,111 ราย เสียชีวิต 63 ราย โดยร้อยละ 94 ยังเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง ภาพรวมการติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงในระดับทรงตัว หลายพื้นที่ยังเกิดคลัสเตอร์ขนาดเล็กต่อเนื่อง เช่น แคมป์ก่อสร้างที่จันทบุรี 3 ราย ระยอง 29 ราย, ล้งผลไม้จันทบุรี 2 ราย, ร้านอาหารจันทบุรี 6 ราย, สถานศึกษาที่ตรัง 7 ราย ฉะเชิงเทรา 7 ราย ลพบุรี 5 ราย และงานศพ ลำพูน 2 ราย ขอนแก่น 3 ราย เลย 4 ราย สระแก้ว 4 ราย กาญจนบุรี 9 ราย เป็นต้น ส่วนพื้นที่ภาคใต้ที่การระบาดสูงขึ้นมีการบริหารจัดการควบคุมโรคอย่างเต็มที่ และส่งวัคซีนไฟเซอร์ลงไปเสริม ยืนยันว่าไม่กระทบเป้าหมายการฉีดในนักเรียน

ทั้งนี้ การเปิดประเทศและอยู่ร่วมกับโควิด 19 อย่างปลอดภัย ไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่คำนึงถึงระบบสาธารณสุขเป็นสำคัญว่ายังรองรับผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่เครื่องช่วยหายใจได้ เหมือนหลายประเทศที่การติดเชื้อกลับมาสูงขึ้น แต่ระบบยังรองรับได้ก็ยังเปิดประเทศรับผู้เดินทางต่อเนื่อง โดยหลังเปิดประเทศจะมีการติดตามแนวโน้มการป่วยรุนแรง ใส่เครื่องช่วยหายใจ และการเสียชีวิตว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งขณะนี้แนวโน้มยังลดลง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น ก็จะมีการปรับมาตรการให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ที่มีการผ่อนคลายกิจการกิจกรรมต่างๆ ขออย่าเพิ่งวางใจ อย่าการ์ดตก ยังต้องป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลาทุกที่และทุกคน สถานประกอบการจัดมาตรการ COVID Free Setting จะช่วยให้ปลอดภัยไปด้วยกัน เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงการเกิดผู้ป่วยอาการรุนแรง

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564 ฉีดได้ 475,053 โดส สะสม 65,677,794 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 37.6 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 52.3 เข็ม 2 จำนวน 26 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 36.2 และเข็ม 3 จำนวน 1.95 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 2.7 ส่วนนักเรียนอายุ 12-17 ปี ฉีดแล้ว 1.13 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 25.3 ขณะนี้มีผู้ปกครองแสดงความจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยภายในวันพรุ่งนี้วัคซีนจะส่งเพื่อฉีดเป็นเข็มที่ 1 ครบถ้วน ไม่มีพื้นที่ใดที่จะได้วัคซีนน้อยกว่าที่แจ้งเข้ามา ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด ฉีดเข็มที่ 1 แล้วร้อยละ 72.9 และ 10 จังหวัดจับตามอง (Watch List) ฉีดเข็มที่ 1 แล้วร้อยละ 45 โดยสิ้นเดือนนี้ต้องเร่งฉีดให้ถึงเป้าหมาย






กำลังโหลดความคิดเห็น