กรุงเทพมหานคร เร่งจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อสถานพยาบาลที่เหมาะสม ป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน ตั้งเป้าเปิดศูนย์พักคอยฯ มากกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วกรุงโดยเร็วที่สุด พร้อมรับผู้ป่วยได้มากกว่า 7 พันเตียง พร้อมยกระดับปรับศูนย์พักคอยฯ ที่มีศักยภาพเป็นโรงพยาบาลสนาม
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า “จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องและแพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในชุมชนต่างๆ ส่งผลให้มีผู้ป่วยโควิด-19 ตกค้างรอเตียงอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เพื่อแก้ไขบรรเทาปัญหาดังกล่าว กทม. จึงได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation : CI) เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่มาก หรือไม่แสดงอาการ ซึ่งประเมินแล้วว่าไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (Home Isolation : HI) ให้มาพักในศูนย์แห่งนี้ เพื่อรอการนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล กรณีที่มีอาการรุนแรงขึ้น”
โดยแนวทางการรองรับผู้ป่วยเข้าศูนย์พักคอยฯ ก็คือ เมื่อทำการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) แล้วมีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ ถ้าไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ (Home Isolation: HI) ก็สามารถส่งตัวเข้าศูนย์พักคอยฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลตรวจ RT-PCR ซึ่งต้องใช้เวลารอผลนานประมาณ 3 วัน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ามาอยู่ในความดูแลและรับยาได้ทันที โดยที่ศูนย์ฯ จะมีใบยินยอม (Consent Form) ให้ผู้ป่วยบันทึกข้อมูลก่อนเข้ารับการรักษาภายในศูนย์ฯ
สำหรับศูนย์พักคอยฯ ดังกล่าวนี้ กทม.นำต้นแบบจากศูนย์พักคอยฯ วัดสะพาน เขตคลองเตย มาใช้เป็นแนวทางคัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน เพื่อช่วยลดปัญหาการติดเชื้อของคนในครอบครัว รวมถึงนำผู้ป่วยตกค้างมายังศูนย์พักคอยฯ มีการคัดกรองเพื่อแยกส่งตัวรักษาตามอาการกลุ่มสีเขียว กลุ่มสีเหลือง กลุ่มสีแดง ผู้ติดเชื้อที่มายังศูนย์พักคอยฯ จะได้รับการดูแลในเบื้องต้นจากทีมแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัคร พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว สำหรับวัดค่าออกซิเจนในเลือด หากพบค่าออกซิเจนต่ำกว่าปกติจะรีบส่งตัวเข้ารักษาต่อในโรงพยาบาล รวมทั้งได้รับการดูแลด้านอาหารวันละ 3 มื้อ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและของใช้จำเป็นอื่นๆ
ในการจัดตั้งศูนย์พักคอยฯ กทม. ได้คำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่ด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน เริ่มจากความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออก ด้านสุขอนามัย จุดคัดกรองผู้ป่วย จุดวัดอุณหภูมิและวัดค่าออกซิเจน จุดบริการอาหารและน้ำดื่ม การติดตั้งเตียงพร้อมที่นอน ติดตั้งระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม ระบบเสียงตามสาย ระบบรักษาความปลอดภัย กล้อง CCTV ระบบอินเตอร์เน็ต พัดลม ฉีดพ่นยากำจัดยุงลาย ทำความสะอาดห้องน้ำและห้องสุขา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกำจัดขยะทั่วไปและขยะติดเชื้อ
นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และประสานสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ร่วมดูแลความปลอดภัยภายในศูนย์พักคอยฯ โดยมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาล และศูนย์บริการสาธารณสุข เป็นผู้บริหารจัดการการดูแลรักษาผู้ป่วย
ล่าสุด กทม. จัดตั้ง ศูนย์พักคอยฯ แล้ว จำนวน 60 แห่ง อยู่ในพื้นที่เขต 50 เขต เปิดบริการแล้ว จำนวน 40 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 กลุ่มเขต (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 2564) สามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 7,499 เตียง แบ่งเป็น ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ ในพื้นที่ กทม. กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ จำนวน 9 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,500 เตียง กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง จำนวน
11 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,247 เตียง กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ จำนวน 11 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,390 เตียง
กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก จำนวน 9 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,301 เตียง กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ จำนวน 9 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 836 เตียง กลุ่มเขตกรุงธนใต้ จำนวน 11 ศูนย์ รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,225 เตียง
ทั้งนี้ นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการจัดตั้งศูนย์พักคอยฯ รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวให้ได้อย่างน้อย 1 เขต 1 ศูนย์ ให้ครบทั้ง 50 เขตแล้ว กทม. ยังมีนโยบายเร่งด่วน เพื่อปรับเปลี่ยนศูนย์พักคอยฯ ที่มีศักยภาพสูงสุดกลุ่มเขตละ 1 ศูนย์ ให้เป็น
โรงพยาบาลสนาม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเหลืองได้มากยิ่งขึ้น


