กระทรวงสาธารณสุข เปิดไทม์ไลน์ “นพ.ปัญญา” หมอไทยรายแรกเสียชีวิต พบติดโควิดจากผู้ป่วย และล้มป่วยลงในเวลาต่อมานั้น สอบสวนรักษา 3 ผู้ป่วย “คลัสเตอร์โต๊ะแชร์” คาดติดเชื้อจากละอองฝอยน้ำลายของคนไข้ ทำให้เชื่อเล็ดลอดเข้าไปในหน้ากากอนามัย
จากกรณี นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เสียชีวิตลงเป็นรายที่ 82 ของประเทศ จากการสอบสวนไทม์ไลน์พบตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์โต๊ะแชร์ ที่คลินิกจำนวน 3 ราย ช่วงกลางเดือนมกราคม ทำให้ติดโควิดจากผู้ป่วย จากนั้นอาการทรุดและนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และได้เสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
วันนี้ (18 ก.พ.) นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยรายละเอียดการเสียชีวิตของ นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ แพทย์เกษียณอายุวัย 66 ปี ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจรักษาคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากกลุ่มคลัสเตอร์งานเลี้ยงโต๊ะแชร์ ซึ่งมารับการรักษาที่คลินิกที่จังหวัดมหาสารคาม โดย นพ.ปัญญา มีโรคประจำตัว คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ไขมันในเลือดสูง ถุงลมปอดโป่งพอง เป็นโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยดูแลตัวเองมาตลอด โดยการเปิดคลินิกเพื่อรักษาผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยไตเทียม
สำหรับไทม์ไลน์การป่วยของ นพ.ปัญญา มีดังนี้
วันที่ 1-11 ม.ค. ปฏิบัติงานที่คลินิกปัญญาการแพทย์ ปกติ ช่วง 20.00 น. เดินทางกลับบ้านพร้อมลูกชายโดยรถส่วนตัว
วันที่ 12 ม.ค. 63 เดินทางไปเอกซเรย์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น พร้อมลูกชาย เดินทางโดยรถส่วนตัว
วันที่ 13 ม.ค. ปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม โดยช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ผู้ป่วยติดเชื้อระลอกใหม่ รายที่ 11 มาตรวจรักษาด้วยอาการไข้ วันที่ 19 ม.ค. ช่วงเวลา 09.00-12.00 น. ผู้ป่วยติดเชื้อระลอกใหม่ รายที่ 9 มาตรวจรักษาด้วยอาการไอ ไม่มีไข้
วันที่ 25 ม.ค. ช่วงเวลา 18.30-19.00 น. ผู้ป่วยติดเชื้อระลอกใหม่ รายที่ 2 มาตรวจรักษาด้วยอาการไข้สูง จึงได้แนะนำให้ไปรับการรักษาต่อ คลินิกโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ที่ รพ.สุทธาเวช วันที่ 28 ม.ค. ช่วงเย็นทราบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อระลอกใหม่ รายที่ 2 ที่มาให้ตรวจรักษาในวันที่ 25 ม.ค. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงปิดคลินิกและกลับบ้านพัก ไม่ได้ออกไปไหน (แยกห้องนอน เริ่มกักตัวเอง)
วันที่ 26-27 ม.ค. 64 ปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม
วันที่ 29 ม.ค. เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ครั้งที่ 1 เวลา 20.00 น. รพ.สุทธาเวช แจ้งผลการตรวจ ไม่พบเชื้อ COVID-19 อยู่บ้านพัก ไม่ได้ออกไปไหน
วันที่ 31 ม.ค. มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว คล้ายจะเป็นไข้
วันที่ 1 ก.พ. ช่วงเวลา 17.25 น. เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ครั้งที่ 2 มีไข้ ช่วงเวลา 19.30 น. เข้ารับการรักษาที่ ตึกเฉพาะโรค โรงพยาบาลมหาสารคาม เวลา 22.00 น. ผลตรวจยืนยันพบเชื้อ COVID-19
วันที่ 2 ก.พ. 64 เข้ารับการรักษาที่ รพ.มหาสารคาม ผลเอ็กซเรย์พบว่าปอดยังไม่อักเสบ ทีมแพทย์จึงรักษาตามอาการ และให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส ซึ่งตอนแรก นพ.ปัญญามีอาการดีขึ้น
วันที่ 3 ก.พ. 64 อาการทรุดลง มีไข้ ปอดอักเสบ มีอาการไตวาย ต้องฟอกเลือด
วันที่ 7 ก.พ. 64 มีอาการปอดอักเสบ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ อาการทรุดลงเรื่อยๆ จนต้องส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ทั้งปอด ไต ตับ ทำงานแย่ลง
วันที่ 16 ก.พ. 64 เริ่มมีการติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อรา บ่งบอกว่าผู้ป่วยมีภูมิต้านทานไม่ดี ระบบปอดทำงานแย่ลง ปอดทำงานหนักขึ้น ระบบหัวใจเต้นผิดจังหวะและหัวใจล้มเหลว
วันที่ 18 ก.พ. 64 นพ.ปัญญา เสียชีวิต คณะแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากโควิด-19 และมีภาวะแทรกซ้อนจากระบบหายใจ-หลอดเลือดล้มเหลว
รองอธิบดีกรมการแพทย์ย้ำว่า กรณีของ นพ.ปัญญา จะเป็นบทเรียนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป เพราะทราบจากภรรยาของ นพ.ปัญญา ว่าปกติ นพ.ปัญญาจะใส่หน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์ขณะตรวจรักษาคนไข้ แต่เนื่องจากมีผู้ป่วยโควิด-19 1 คนที่มารับการตรวจเพราะมีไข้หลายวัน จึงจำเป็นต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียด เช่น ให้คนไข้อ้าปากเพื่อดูการอักเสบในคอ ให้ร้องเสียงอา เพื่อดูการเคลื่อนไหวของลิ้นไก่ ให้หายใจแรงๆ เพื่อดูว่ามีภาวะปอดอักเสบหรือไม่ ทำให้อาจมีละอองฝอยหรือน้ำลายของผู้ป่วยสัมผัสหรือแทรกซึมระหว่างรอยต่อของหน้ากากอนามัย ดังนั้น จึงเป็นบทเรียนให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ไม่ว่าจะปฏิบัติงานที่ไหนจะต้องระวังตัวเองอย่างเข้มงวด เช่น การสวมชุดป้องกัน การสวมหน้ากากอนามัยและการใส่เฟซชิลด์ให้มิดชิด รวมทั้งสถานที่ตรวจโรคต้องมีการระบายอากาศและการเว้นระยะห่างกับผู้ป่วย
ส่วนประชาชนทั่วไปก็ถือเป็นบทเรียนว่าหากตัวเองมีความเสี่ยงไปในที่มีผู้ติดเชื้อ หรือใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ จะต้องแจ้งประวัติกับแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง รวมทั้งต้องระวังสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว พร้อมกันนี้ทีมสาธารณสุขได้แสดงความเสียใจ พร้อมขอบคุณภรรยาและครอบครัวของ นพ.ปัญญา ที่อนุญาตให้เปิดเผยประวัติของคุณหมอ เพื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ในการป้องกันตัวเอง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 63 ซึ่งมีการระบาดรอบใหม่ มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว จำนวน 36 คน โดยกระจายอยู่เกือบทุกสหวิชาชีพ ที่มากที่สุดคือพยาบาล ส่วนใหญ่มีปัจจัยจากการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อ


