xs
xsm
sm
md
lg

ตรุษจีนยุคโควิดผสมฝุ่นพิษ/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อปีที่แล้วจำได้ว่าช่วงตรุษจีนเป็นช่วงที่เจ้าโควิด-19 เริ่มกระจายตัวไปทั่วโลก งานฉลองตรุษจีนเป็นไปแบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะเป็นห่วงเรื่องโรคระบาด ในประเทศจีนเองก็งดการฉลองเทศกาลตรุษจีน แต่ใครจะไปคิดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะลากยาวมาจนถึงช่วงตรุษจีนในปีนี้ !

ล่าสุด กรุงเทพมหานครก็งดจัดงานวันตรุษจีนที่เยาวราช ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชาวจีนในกทม. เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ในขณะที่ประเทศจีนก็ออกมาตรการคุมเข้ม โดยนายเจิง อี้ซิน รองหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) แถลงว่าทางการจีนจะพยายามลดการเดินทางสัญจรของประชาชน และจะกระตุ้นการชอปปิ้งออนไลน์แทนในช่วงวันหยุด และยังเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันตรุษจีน แต่ให้อยู่ภายในพื้นที่ที่ตนทำงานหรืออาศัยอยู่ เพื่อลดการเดินทาง โดยในปีนี้ เทศกาลตรุษจีนตรงกับวันที่ 12 กพ.2564 คาดว่าจะคุมเข้มมาตรการประชาชนรวมตัวกัน รวมถึงงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และการพบปะกัน ตลอดจนการเดินทางเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการป้องกันตนเอง เช่น การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย และการรักษามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

ทำให้ตัวเลขจับจ่ายใช้สอยที่มีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนก็พลอยลดวูบไปด้วย

แต่..ที่หนักกว่านั้นก็คือ ตรุษจีนปีนี้เจอสองเด้ง !

เพราะปีนี้เป็นปีที่ชาวโลกต้องเผชิญโรคระบาดโควิด-19 และบางประเทศต้องเผชิญเรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ด้วยอีกต่างหาก เช่น ประเทศไทย ที่เจอสถานการณ์ฝุ่นพิษในช่วงเวลาเดียวกันมา 2-3 ปีแล้ว

ในขณะที่กิจกรรมหลักๆ ในวันตรุษจีนคือการไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และการขอพร เพราะถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ซึ่งส่วนสำคัญในการสืบสานประเพณีก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีการ "จุดธุปเทียน" และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีส่วนก่อให้เกิดควันพิษ

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีน คนไทยเชื้อสายจีน นิยมจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง และเผาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อบูชาเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ ซึ่งการจุดธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทองในแต่ละครั้ง จะปล่อยสารที่มีมลพิษจำพวกควันพิษและขี้เถ้าซึ่งนำพาสารเคมีอันตรายออกมาด้วย เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และสารก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช และสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซิน (Benzene) และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene) ส่วนขี้เถ้าจากการเผาก็มีสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว แมงกานีส และพบโลหะหนักเหล่านี้อยู่ในขี้เถ้ามากกว่าฝุ่นละอองในอากาศประมาณ 3-60 เท่า ซึ่งหากได้สัมผัส อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้

 “ช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจจะตรงกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ การจุดธูป การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ในปริมาณที่มากอาจจะทำให้เกิดควันที่มีสารก่อมลพิษต่างๆ มากมาย ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ จะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป”

ยิ่งในปีนี้ สถานการณ์ฝุ่นพิษหนักหนามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งปริมาณที่มากขึ้นและระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ฉะนั้น การจุดธูป เผากระดาษ จุดประทัด ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงถูกพุ่งเป้าว่าจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกหรือเปล่า

จริงอยู่ว่าการป้องกันที่ดี คือลดปริมาณการใช้งาน เช่น ใช้ธูปขนาดสั้น ลดการเผากระดาษเงินกระดาษทอง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น เมื่อจุดธูปไหว้เจ้าเสร็จแล้วควรรีบดับหรือเก็บธูปให้เร็วขึ้น ควรจุดนอกบ้านหรือที่อากาศถ่ายเท เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองจากควันธูปที่อาจตกค้างในร่างกายและเป็นปัญหาต่อสุขภาพ

แต่ประเด็นสำคัญที่สุดของการป้องกันน่าจะอยู่ที่การปรับเปลี่ยน “ทัศนคติ”

เพราะเรื่องทัศนคติเป็นเรื่องใหญ่สุดและสำคัญสุดในการพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมองถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือเป็นปัญหาต่อสังคมโดยรวม

ในเมื่อความเชื่อของผู้คนก็ดำรงอยู่ แต่ถ้าสามารถผสมผสานและพยายามหาทางออกหรือหาตัวช่วยทดแทนเป็นทางเลือกก็น่าจะช่วยลดปัญหาได้ เช่น

เปลี่ยนธูปเทียนมีควันเป็นธูปเทียนไฟฟ้า

เมื่อการจุดธูปเทียนและเผากระดาษในปริมาณมากๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ย่อมทำให้เกิดควันที่มีสารก่อมลพิษต่างๆ มากมาย ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงควรเปลี่ยนเป็นธูปเทียนไฟฟ้า ซึ่งมีศาลเจ้าหรือวัดจีนต่างๆ เริ่มทยอยเปลี่ยนมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถลดควัน ลดขยะ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

เตาเผาไร้ควัน

ถ้าเป็นไปได้ควรงดการเผากระดาษเงินกระดาษทองถาวร แต่เรื่องความเชื่อก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปห้ามความคิดของผู้คนได้ จึงควรที่จะเลือกเตาเผาไร้ควันแทน เพราะไม่ก่อให้เกิดควัน และเป็นการจำกัดพื้นที่เผาป้องกันสารพิษได้ด้วย

ใช้อุปกรณ์ให้เกิดเสียงแทนจุดประทัด

การจุดประทัดในวันตรุษจีน มีความเชื่อว่าช่วยขับไล่และปัดเป่าสิ่งไม่ดี โดยการใช้เสียงเป็นสื่อกลาง ถ้าปรับเปลี่ยนวัสดุให้ตอบโจทย์และทดแทนได้ก็ไม่น่าจะเสียหาย เช่น ในประเทศจีนก็เปลี่ยนจากการจุดประทัดมาเป็นเครื่องเจาะลูกโป่งสีแดงจำนวนมาก ซึ่งก็ทำให้เกิดเสียงเหมือนกัน


สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ด้วยสิ่งอื่น

พิธีกรรมไหว้บรรพบุรุษของชาวจีนมักจะมีวัสดุเป็นกระดาษ และเมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้นก็จะมีการเผาสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น ถ้าปรับเปลี่ยนวิธีคิดหันมาใช้วัสดุอื่นๆ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมก็น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า เช่น ขนมปัง หรือวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ

อย่าลืมว่าความสำคัญของเทศกาลตรุษจีนมีมากมาย แต่ความสำคัญนั้นๆ ก็ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของผู้คนด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ ปีนี้วันตรุษจีนเราต้องเจอสถานการณ์หนักหน่วง ก็น่าจะถือโอกาสหาวิธีป้องกันแบบสองเด้งด้วยเช่นกัน

ป้องกันโควิด-19 และป้องกันฝุ่นพิษด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...