xs
xsm
sm
md
lg

เหลียวหลังแลปี 2020 พร้อมลุยปี 2021/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดศักราชใหม่ด้วยบทความของลูกชายคนโต "สรวง สิทธิสมาน" ที่สะท้อนความเป็นไปตลอดปีที่ผ่านมา จากที่มองว่าเป็นปีที่ไม่เป็นตามแผนที่วางไว้และสูญเสียโอกาสชีวิตมากมาย กลับกลายเป็นปีที่เขาได้รับโอกาสทองของชีวิตและได้พัฒนาตัวเองมากมายผ่านคอลัมน์นี้ค่ะ

………....

ไม่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตตัวเองมานานพอสมควร เพราะช่วงหลัง ๆ ผมคิดว่าขาดความมั่นใจเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองจะน่าสนใจสำหรับเพื่อน ๆ บนเฟสบุ๊คหรือไม่

แต่กระนั้นก็ถือว่าเป็นธรรมเนียมสำหรับตัวเองละกัน ที่จะต้องเขียนสรุปเรื่องราวชีวิตในแต่ละปี พร้อมทั้งรวมรูปที่เป็นไฮไลท์ของเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในปีนั้น แล้วโพสต์ลงบนเฟสบุ๊ค รอการแจ้งเตือนความทรงจำในอีก 1 ปีข้างหน้า เพื่อกลับมาอ่านย้อนหลัง ถือเป็นการทบทวนและเปรียบเทียบเรื่องราว รวมถึงตรวจสอบพัฒนาการทักษะการเขียนหนังสือของตัวเองไปด้วย

ย้อนกลับไปในปี 2019 ซึ่งเป็นปี "ขาขึ้น" ของผม ที่ว่าเป็นปีขาขึ้นก็เพราะได้เริ่มต้นสร้างรากฐานปูทางสู่เป้าหมายในอนาคตเอาไว้ ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างเป็นไปได้ดีเกินคาด หยิบจับอะไร (เล็ก ๆ) ก็ประสบความสำเร็จไปหมด ทำให้ผมมีความมั่นใจในวิถีทางที่ตัวเองเดินอยู่ ผมได้สำรวจเป้าหมายและวางแผนทางเดินสำหรับชีวิตเอาไว้สำหรับปี 2020 และเฝ้ารอ...

แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2020 จริง ๆ แทบทุกสิ่งอย่างกลับต้องหยุดชะงักลง !

เหตุการณ์เหนือเจตจำนงของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาทำให้ผมไม่สามารถเดินทางกลับไปยังเซี่ยงไฮ้ ไม่ได้กลับไปหาชีวิตที่ผมทิ้งเอาไว้ในหอพักขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร ต้องห่างเหินจากสังคมมหาวิทยาลัยที่เคยมีอยู่ที่จีน แต่ไม่มีที่ไทย แล้วหันมานั่งเรียนออนไลน์ที่บ้าน แทนที่จะได้เริ่มโครงการกิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในเซี่ยงไฮ้

ผมผ่านประสบการณ์การปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่ ๆ หลายครั้ง ตั้งแต่วันที่จากบ้านเข้าไปอยู่ในโรงเรียนประจำ ย้ายไปอยู่เซี่ยงไฮ้ เปลี่ยนไปอยู่หนานจิง และย้ายกลับมาอยู่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง จนกระทั่งปี 2020 จึงได้กลับมาอยู่ที่ "บ้าน" ซึ่งก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมต้องปรับตัว...

ผมเริ่มต้นปี 2020 ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ กังวลใจ และโล่งใจ...

ตื่นตระหนกตกใจกับข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ กังวลใจเพราะอาจไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตที่เซี่ยงไฮ้ตามแผนที่วางเอาไว้ และโล่งใจที่จะได้ใช้เวลาแห่งความโกลาหลนี้ พักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวและเพื่อนพ้อง

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบได้ในปีนี้ คือมันไม่มีสิ่งใดในโลก หรืออย่างน้อยก็ในชีวิตของผมที่เรียกว่า "การพัก" เพราะตอนแรกถึงแม้ว่าจะตื่นตระหนกตกใจและกังวลใจกับสถานการณ์ แต่ก็ยังโล่งใจที่อย่างน้อยก็อาจจะได้พักสักครู่ ไม่ต้องรีบกลับไปเคร่งเครียดกับการเรียนในมหาวิทยาลัยสักระยะ

เพราะสุดท้ายทางมหาวิทยาลัยที่จีนกลับประกาศเปิดเทอมปกติ กลายเป็นว่าผมต้องมาเผชิญกับการเรียนออนไลน์ที่ทั้งเครียดและกดดันยิ่งกว่าการเรียนแบบปกติ เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนภาษาจีน แต่มาตรฐานการเรียนยังคงเท่าเดิม ไม่มีการลดหย่อนหรือช่วยเหลือด้านผลการเรียนใด ๆ ทั้งสิ้นกับเหล่านักศึกษา

แต่ผมและน้องชายก็ปรับตัว และช่วยผลักดันกันและกันจนผ่านเทอมแรกไปได้โดยไม่สอบตก เราค้นพบสูตรการเรียนระบบออนไลน์ เช่น การเข้าเช็คชื่อ อัดวิดีโอตอนเหล่าซือ live ช่วงเช้าเอาไว้ แล้วไปนอนต่อ เมื่อตื่นนอนค่อยนำวิดีโอกลับมาเรียนย้อนหลัง

เมื่อเริ่มปรับตัวได้ ทำให้เริ่มมีเวลาว่างสำหรับทำงานหารายได้เสริม ปีนี้ผมได้รับโอกาสจาก 'a Day BULLEIN' เขียนคอลัมน์ในชื่อว่า 'มาหามังกร' มีเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนที่ประเทศจีน และโอกาสจากทาง 'Thai PBS Podcast' จัด Podcast ที่ผมตั้งชื่อว่า 'เดินเล่า..เอาเรื่อง' เกี่ยวกับการเดินทางและประสบการณ์ชีวิตสุดเฟี้ยวของผม ไปหาฟังกันได้นะครับ ฮ่า ฮ่า

นอกจากนั้น ผมยังได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมสังคมที่มีชื่อว่า 'แพทย์จีนอาสาพัฒนาชุมชน' เป็นการรวมกลุ่มเครือข่ายแพทย์แผนจีนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการทำจิตอาสา ต้องการส่งเสริมและผลักดันศาสตร์การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย

โอกาสแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหากผมต้องกลับไปเซี่ยงไฮ้ตามปกติ ทำให้เห็นได้ว่าทุกเหตุการณ์มี 2 ด้านเสมอ ทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะหาพบหรือไม่

จะเห็นได้ว่าผมรับหลายงาน เริ่มมีรายได้เล็กน้อยจากหลายทางเลยครับ จนแอบนิยามปี 2020 ของตัวเองว่า "ปีแห่งความรุ่งโรจน์" ผมกลายเป็นนักศึกษาที่เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ และเริ่มมีความทะนงตน เริ่มคิดว่าทำไมต้องเสียเวลาเรียนออนไลน์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องเรียนก็พอจะหางานทำได้ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็มีคุณพ่อคุณแม่คอยเตือนสติ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าชีวิตของผมเหมือนเดินตามรอยพ่อ เพราะคุณพ่อก็เริ่มทำงาน เริ่มเขียนข่าวเขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ และเกิดความรู้สึกทะนงตนในแบบเดียวกับผม แต่สุดท้ายแล้ว ความรู้ในหลักสูตรและใบปริญญาก็เป็นภาคบังคับที่มนุษย์ทุกคนที่ได้โอกาสยังจะต้องมีเพื่อเป็นต้นทุนชีวิตในสังคม

ทั้งสองท่านยังเตือนอีกว่าที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะได้ทุนเรียนจีน ถ้าไม่ได้ไปเรียนที่จีน จะมีความรู้เกี่ยวกับจีนไปเขียนคอลัมน์ไหม ถ้าไม่ไปเรียนที่จีน จะได้เดินทางท่องเที่ยว และมีประสบการณ์สุดเฟี้ยวไปเล่าใน Podcast หรือไม่

ก็จริงอย่างที่ท่านว่าครับ ผมได้ดีในหน้าที่การงาน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องละทิ้งหน้าที่การเรียนไป เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น มูลค่าในตัวก็คงจะถูกลดทอน และสิ่งที่ผมเริ่มทำในวันนี้อาจไม่ได้ถูกต่อยอดให้ไปได้ไกลกว่าเดิมในอนาคต รากฐานที่มีก็จะไม่แข็งแกร่งพอ และจะกลายเป็นว่าเดินทางไหนก็ไปไม่สุดสักทาง

อย่างไรก็ดี ผมยังคงเชื่อในคติที่สุดแสนจะหัวโบราณว่า "เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า" เพราะฉะนั้นผมจะขยันต่อไป แม้ว่าจะขี้เกียจแค่ไหนก็ตาม

ผมเสียใจกับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเช่นกัน ต้องขอบคุณโอกาสที่เข้ามา และขอบคุณตัวเองที่คว้ารับมันเอาไว้ ขอบคุณครอบครัว เพื่อน ๆ และคนที่รักเราคอยเตือนสติผม ให้กำลังใจผม และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมในปีที่เสมือนเป็นปีแห่งความสิ้นหวังที่ผ่านมา

ผมตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับการมาถึงของปี 2021 คงจะมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำอีกเยอะ เรื่องของผลงานก็ไม่ต้องห่วงเลยครับ ปีนี้น่าจะเป็นปีแห่งคอนเท้นท์สำหรับผมเลย รอติดตามกันได้...ถ้าสนใจ ผมพร้อมลุยแบบแทบรอไม่ไหวแล้ว

สุดท้ายก็ต้องขออวยพรตามธรรมเนียม ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ขอให้ทุกคนขยัน พยายามสุดความสามารถเพื่อไขว่คว้าในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

และที่สำคัญ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโควิดด้วยครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...