xs
xsm
sm
md
lg

“ศ.วิชา” แฉขบวนการทุจริตภาครัฐผันเงินโครงการเข้ากระเป๋า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วธ. mou มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการประกวด “การต่อต้านการทุจริต ผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน” ด้าน “ศ.วิชา” แฉขบวนการทุจริตภาครัฐผันเงินโครงการเข้ากระเป๋า ดันกฎหมายคุ้มครองประชาชนแจ้งเบาะแส เตือน “ฌอน” แจกแจงเงินบริจาคให้ชัด

วันนี้ (9 ก.ค.) กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย มูลนิธิต่อต้านการทุจริต เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มทรู ธนาคารออมสิน และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดโครงการประกวด “การต่อต้านการทุจริต ผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน” ประจำปี 2563 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการประกวด “การต่อต้านการทุจริต ผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน” เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ส่งผลงานคลิปวิดีโอ ความยาว 7 นาที เพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้านทุกประเภท ซึ่งเป็นการนำมิติทางวัฒนธรรมมาปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้เยาวชน ประชาชน ต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.acf.or.th หรือ www.trueplookpanya.com และส่งเอกสารการสมัครและคลิปการแสดงไปยัง ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม กลุ่มทรู ทางอีเมล ppyactivities@trueplookpanya.com ตั้งแต่วันนี้-31 ส.ค. 2563 สอบถามเพิ่มเติมที่ 028586471 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ช่อสะอาดต้านทุจริต”
ศ.วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า สถานการณ์การทุจริต คอร์รัปชันในประเทศไทย เกิดขึ้นมากที่สุด คือ การทุจริตในภาครัฐ ด้วยวิธีการนำงบประมาณแผ่นดินผันเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งเป็นการฉวยโอกาส คิดโครงการขึ้นมาในลักษณะคอร์รัปชันเชิงนโยบาย มีการวางแผนร่วมกัน ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุด นักการเมือง นักธุรกิจ และที่ร้ายไปกว่านั้นมีการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ยึดเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่ สมุย กระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ นับว่าเป็นการทุจริตที่ร้ายแรงมาก อีกทั้งเป็นการบั่นทอนหลักการประชาธิปไตย สำหรับการปราบปรามการทุจริตในรูปแบบนี้ ยอมรับว่า ทำได้ยาก และไม่สามารถไปปราบได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง จะต้องใช้พลังภาคประชาชนโดยเฉพาะคนในชุมชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและร่วมกันขจัดผู้ก่อภัยร้ายในการทำลายสังคม

ศ.วิชา กล่าวว่า ในการปฏิรูปการต่อต้านการทุจริต ได้มีการผลักดันกฎหมายคุ้มครองประชาชนที่ให้เบาะแส ข้อมูล ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องให้การคุ้มครอง และสนับสนุนประชาชนทุกด้าน เหมือนการสร้างเกราะที่ให้การดูแล คุ้มครอง และป้องกัน อีกเรื่องที่เป็นประเด็นใหญ่ขณะนี้ คือ การทุจริตรูปแบบเงินบริจาคเพื่อช่วยสังคม ตนมองว่า ส่วนใหญ่พุ่งเป้าถึงการฉ้อโกง ประชาชน และใช้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเป็นเครื่องมือ โดยกล่าวอ้างว่า กำลังประสบปัญหา หรือกำลังได้รับความทุกข์ยาก เดือดร้อน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า คนไทยมีนิสัยเห็นอกเห็นใจ ทำอะไรด้วยความสงสารผู้ประสบความทุกข์ยาก เมื่อมีโครงการอะไรดีๆ มีผู้นำความคิดดีๆ ย่อมหลงเชื่อง่าย และทำตามกระแสสังคม จนกลายเป็นการถูกหลอกแบบง่ายดาย เพราะฉะนั้นจึงจะต้องไตร่ตรองถึงชนวนเหตุให้ดีก่อนว่าอะไร มีความน่าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะ ขณะนี้ มีหลายราย ถูกหลอก ไปแล้ว ทั้ง ให้บริจาค ให้ลงทุน ในกองทุนที่ตั้งขึ้นมาแบบลอยๆ โดยไม่มีของจริง อีกทั้งยังถูกลวงในลักษณะพาไปเที่ยว พาไปลงทุนที่โน่นที่นี่ ในที่สุดเสียเงินหลายร้อยล้านบาท ลักษณะนี้ ถือเป็นแนวทางฉ้อโกง

ศ.วิชา กล่าวต่อว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทย ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วยการนำวิถี new normal มาใช้ให้เป็นประโยชน์ หากจะไปลงทุนหรือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง หรือจ่ายเงินเพื่อการกุศล ต้องพิจารณาให้ลึกว่า มีจริงหรือไม่ เชื่อถือได้จริงหรือไม่ เมื่อให้ไปแล้วจะนำเงินไปใช้ต่ออย่างไร มีใบเสร็จหรือหนังสือรับรอง หรือมีหนังสือยืนยันหรือไม่ นอกจากนี้ ขอฝากให้หน่วยงานที่ปราบปรามคนทุจริตหรือฉ้อโกง ต้องทำงานกันอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ

“เราเห็นว่าผู้ที่ทุจริตวนเวียนเข้าออกคุก เพราะเขามักจะคิดว่าโกงแล้วติดคุกระยะหนึ่งเดี๋ยวก็ถูกปล่อยตัวออกมา การทุจริตเหมือนเป็นโรคร้าย โรคระบาด เพราะฉะนั้นชุมชน ทุกคนต้องสะกิดกันว่า เงินที่ให้เขาไปนั้นรู้หรือไม่ว่าเขานำไปทำอะไรอีกทั้ง ต้องช่วยกันตรวจดู หากเห็นท่าไม่ดีควรแจ้งตำรวจทันที หรือ ถ้าหากสงสัยการกระทำของนักการเมือง ก็สามารถมาปรึกษากับมูลนิธิฯ หรือหน่วยงานต่างๆ ช่วยตรวจสอบได้ ส่วนกรณีเงินบริจาค ที่ไปสู่บัญชี นายฌอน บูรณะหิรัญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ คือ ต้องแสดงความรับผิดชอบ แจกแจงข้อมูลหลักฐานให้ชัดเจนให้สังคมได้รับทราบ ทั้งในส่วนที่บริจาค สู่สาธารณกุศล และเงินที่เหลือที่จะต้องคืน โดยเฉพาะ เงินที่บริจาคนั้นจะสูญหายไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีความสงสัยสามารถแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ฐานฉ้อโกงประชาชนได้ทันที” ศ.วิชา กล่าวทิ้งท้าย




กำลังโหลดความคิดเห็น...