xs
xsm
sm
md
lg

พยากรณ์โรครายสัปดาห์ 6-12 ต.ค. คาดป่วยไข้ปวดข้อยุงลายมากขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พยากรณ์โรครายสัปดาห์ 6-12 ต.ค.นี้ อาจพบผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายมากขึ้น เหตุฝนยังตกต่อเนื่อง ห่วงแนวโน้มป่วยสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดป่วยแล้ว 7.8 พันราย สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

วันนี้ (5 ต.ค.) กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 6 – 12 ต.ค. 2562 อาจพบผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือชิคุนกุนยามากขึ้น โดยระบุว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลายในปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 1 ต.ค. 2562 พบผู้ป่วยรวม 7,866 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 25-34 ปี ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ปัตตานี ระนอง ตาก ภูเก็ต และสงขลา ตามลำดับ  จากระบบเฝ้าระวังโรคของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ในภาพรวมมีผู้ป่วยสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลังค่อนข้างมาก และเริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นตั้งแต่ พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าช่วงนี้จะพบผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะและวัสดุต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคไข้ปวดข้อยุงลาย มียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบได้ในทุกกลุ่มอายุ อาการที่พบ คือ ไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดงอักเสบและเจ็บ อาการปวดข้อจะหายภายใน 2-3 วัน บางรายอาจเป็นเรื้อรังอยู่หลายเดือนหรือเป็นปี

กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ทุกพื้นที่ ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคไข้ปวดข้อยุงลาย รวมถึงโรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัสซิกาด้วย โดยเน้นใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่ง เพื่อไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย  3.เก็บน้ำ  ปิดให้มิดชิดไม่ให้ยุงลายวางไข่ ภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ให้ปล่อยน้ำทิ้ง หรือเปลี่ยนน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์  นอกจากนี้ ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยทายากันยุง นอนในมุ้งแม้เป็นช่วงเวลากลางวัน หากพบว่ามีอาการป่วยดังกล่าวข้างต้น ไม่ควรซื้อยากินเอง ขอให้รีบไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”


กำลังโหลดความคิดเห็น...