xs
xsm
sm
md
lg

จ่อชง ครม.เห็นชอบ “มะกัน-ญี่ปุ่น” เข้ารักษาในไทยไม่ต้องลงวีซ่า 90 วัน ผุดวีซ่าใหม่เข้าออกได้ไม่จำกัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประชุมบอร์ดเมดิคัล ฮับ เห็นชอบเพิ่ม 2 ประเทศ อเมริกา-ญี่ปุ่น เข้ารักษาในไทยโดยไม่ต้องลงตราวีซ่า 90 วัน รวมเป็น 13 ประเทศ พร้อมออกวีซ่าใหม่ Medical Visa เข้าออกไทยได้หลายครั้ง ไม่เกิน 1 ปี จ่อชง ครม.อนุมัติเร็วๆ นี้ ตั้งเป้าปีหน้าติด 1 ใน 10 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันนี้ (26 ก.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมารับการรักษาพยาบาลในไทย ตามนโยบายเมดิคัล ฮับ ให้สามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้นานขึ้น ซึ่งมีการขยายทั้งจำนวนประเทศและระยะเวลา โดยประเทศที่สามารถเข้ามารักษาในไทยโดยไม่ต้องลงตราวีซ่า 90 วัน ปัจจุบันมี 11 ประเทศ คือ รัฐอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ได้เสนอเพิ่มเติม 2 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งจะครอบคลุมผู้ป่วยและผู้ติดตามอีก 3 ราย รวมเป็น 4 ราย

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ยังเสนอเพิ่มอีก 4 ประเทศที่สามารถขอวีซ่าแบบพำนักระยะยาว 10 ปี คือ เกาหลี เบลเยียม ออสเตรีย และนิวซีแลนด์ จากเดิมที่มี 14 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา รวมเป็น 18 ประเทศ และเพิ่มประเภทวีซ่าแบบใหม่เป็นประเภทรักษาพยาบาล (Medical Visa) Non - MT ชนิดใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง คราวละไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สามารถอยู่ประเทศไทยได้นานขึ้น สร้างสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางออกไปนอกประเทศแล้วเดินทางกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งค่าเดินทาง ค่าตั๋วเหล่านี้ เปลี่ยนมาเป็นค่าใช้จ่ายในประเทศไทยจะดีกว่าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำเรื่องมาถึงตน เพื่อลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความอนุมัติเห็นชอบต่อไปด้วย

“อะไรที่ทำแล้วเกิดความสะดวกต่อผู้รับบริการ เชื่อได้ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรียกลูกค้า เรียกความสนใจได้มากขึ้น ถ้าไม่มีการขยายเรื่องการอยู่ในประเทศได้ยาวขึ้น เขาใช้จ่ายเงินออกไปนอกประเทศ ซื้อตั๋วออกไปและกลับมาก็เป็นหมื่น ก็เอาเงินเหล่านี้ดักไว้ไม่ให้ออกไปไหน ก็เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจประเทศ และจะการบอกปากต่อปาก ที่สำคัญการให้บริการ เรื่องของคุณภาพมาตรฐานทางการแพทย์ไทยไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เป็นเรื่องการสนับสนุนภาคเอกชนให้สร้างรายได้ให้ประเทศ ใช้เรื่องความแข็งแกร่ง ชื่อเสียงของเขา เราจึงมีหน้าที่สนับสนุนให้มีจุดขายมากยิ่งขึ้น และประเทศที่จะอนุญาตนั้นก็เรียกว่าเป็นประเทศโลกที่ 1 สามารถตรวจสอบอะไรได้ และมีการเข้ามาอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของเรา ไม่มีการสวมรอยแอบแฝงเข้ามาให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ (เมดิคัล ฮับ) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศไทย ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3.42 ล้านครั้ง สร้างรายได้ถึง 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.02 ขณะที่สถานบริการสุขภาพมีการผ่านมาตรฐาน JCI 68 แห่ง มากที่สุดในอาเซียน ซึ่งจะร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขับเคลื่อนนโยบายเมดิคัล ฮับ ให้ไทยติด 1 ใน 10 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในปี 2020 ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยวในชุมชน ยกระดับเป็น Healthy Home Stay พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทยไปวางจำหน่ายต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องทำประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิตทุกรายก่อนเข้ามา เพราะหากไม่มีเมื่อมารักษาแล้ว รพ.รัฐตามเก็บไม่ได้จะเกิดหนี้สูญจำนวนมากอย่างที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวว่า จะไปเหมารวมว่าไม่มีการทำประกันสุขภาพมาเลยไม่ได้ ต้องดูลักษณะของนักท่องเที่ยวด้วย บางประเทศมีการทำประกันก่อนเข้ามาอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเมื่อมาแล้วเกิดอุบัติเหตุคงไม่สามารถเข้ารับการรักษา รพ.เอกชนที่มีบริการระดับสูงได้ ตรงนี้ประกันจ่ายให้หมด ส่วนที่ไม่มีประกันแล้วเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ได้ ยืนยันว่าเรารักษาตามมนุษยธรรม แต่ตรงนี้เป็นส่วนน้อย คงต้องมาว่ากันอีกที ปีหนึ่งไม่เท่าไหร่ เรารักษาให้ได้ ดูแลเป็นอย่างดี เขาก็จะรู้สึกดีต่อประเทศไทย

เมื่อถามถึงเรื่องการนวดไทย นายอนุทินกล่าวว่า ในที่ประชุมมีการเสนอเรื่องของการให้การนวดเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเช่นกัน แต่ตนยังไม่รับเรื่อง เพราะต้องดูความเหมาะสมและเหตุผลจากหลายมิติก่อน ต้องขอพิจารณาขอข้อมูลเพิ่มเติมเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำมาหากิน การสร้างรายได้ของคนแต่ละคน ทุกอย่างมีสองด้าน ถ้าเราไปสงวนอย่างนี้ ในต่างประเทศที่คนไทยไปทำสปามีจำนวนมาก หากเราสงวนเขาก็อาจโต้ตอบกลับ ใครได้เปรียบเสียเปรียบเราต้องดูก่อน


กำลังโหลดความคิดเห็น...