xs
xsm
sm
md
lg

ผลตรวจ "อาหารเจ" เจอปนเปื้อนเนื้อสัตว์น้อยลง แนะสมุนไพร 3 กลุ่มช่วงกินเจ ช่วยสุขภาพดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สธ.เผยผลตรวจอาหารเจ พบปนเปื้อนดีเอ็นเอเนื้อสัตว์น้อยลง จาก 50% เหลือ 8.3% แต่กลุ่มผักดองและเส้นยังเจอสารกันเสีย พร้อมเอาผิดฐานปนเปื้อน เดินหน้าลงพื้นที่สุ่มตรวจ แนะสมุนไพร 3 กลุ่มช่วงกินเจ ได้สุขภาพดี

วันนี้ (17 ก.ย.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวอิ่มบุญ อิ่มใจ กินเจปลอดภัย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 28 ก.ย. - 7 ต.ค. ว่า ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจของทุกปี ประชาชนจะรักษาศีล ปฏิบัติธรรม งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ และรับประทานผักผลไม้ โดยเชื่อว่าการเป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ สธ.จึงเฝ้าระวังอาหารที่จำหน่ายให้ปลอดภัย ไม่มีการปลอมปนเนื้อสัตว์  เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการกินเจอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ รวมทั้งแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเจให้ถูกหลักโภชนาการ ลดฟวานมันเค็ม ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เลือกซื้ออาหารในร้านที่น่าเชื่อถือ และมีสัญลักษณ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย 

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังการปนเปื้อนอาหารในช่วงเทศกาลกินเจตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน พบว่า มีการปนเปื้อนน้อยลง โดยพบกลุ่มอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ตรวจพบ DNA ของสัตว์ปนเปื้อน จากเดิมร้อยละ 50 ปัจจุบันเหลือร้อยละ 8.3 กลุ่มผักดองพบวัตถุกันเสียกรดเบนโซอิคเกินมาตรฐานที่กำหนด ร้อยละ 53.3 กลุ่มอาหารประเภทเส้นพบวัตถุกันเสียกรดซอร์บิคและสีสังเคราะห์ ร้อยละ 31.3 และพบสีอินทรีย์สังเคราะห์ในเส้นหมี่ซั่ว ร้อยละ 38.5 ซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้กรดซอร์บิคและสีสังเคราะห์ในอาหารประเภทเส้น  อย่างไรก็ตาม กรดเบนโซอิค และกรดซอร์บิค หากรับเข้าไปมากจะเกิดอาการผื่นแพ้ คลื่นไส้ และถ่ายท้อง นอกจากนี้ ได้ร่วมกับ อย. เฝ้าระวังสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ที่นิยม 10 อันดับ ได้แก่ กะหล่ำปลี กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง คะน้า แครอท มะระ ฟักเขียว หัวไชเท้า และผักโขม

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.จะร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ทั้งจากในและต่างประเทศ หากพบการกระทำผิด คือ มีการปนเปื้อนไม่ถูกหลักอนามัยจะมีโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร คือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่หากพบ DNA ของเนื้อสัตว์ปนเปื้อนในอาหารเจ จะมีโทษหนักทั้งจำและปรับ โดยอัตราปรับสูงสุด 100,000 บาท ควบคู่กับการให้ดำเนินการแก้ไขโดย อย.จะลงพื้นที่สุ่มตรวจตลอดด้วย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อาหารเป็นพิษ เพราะปีนี้พบผู้ป่วยแล้วกว่า 76,000 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ดังนั้นการรับประทานอาหารนั้นต้องยึดหลัก เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ มีการเก็บอย่างถูกสุขลักษณะ เมื่อมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน อาจมีไข้ร่วมด้วย ให้จิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่ ป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์ 

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลกินเจ แนะนำให้รับประทานพืชสมุนไพร 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 พืชสมุนไพรที่กินง่าย ช่วยให้อยู่ท้อง ได้แก่ กล้วยน้ำว้าสุก ธัญพืช มันเทศ ข้าวโพดหวาน กลุ่มที่ 2 พืชสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้แก่ ขิง พริกไทย กลุ่มที่ 3 พืชสมุนไพรที่ช่วยป้องกันความดัน เบาหวานขึ้น เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำดอกคำฝอย น้ำตะไคร้ น้ำตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) และเลือกใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อดูแลอาการที่ไม่พึงประสงค์จากภาวะกินเจ มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย เช่น ยาขมิ้นชัน ยามะระขี้นก ยาเหลืองปิดสมุทร







กำลังโหลดความคิดเห็น...