xs
xsm
sm
md
lg

กทม.เตรียมจัดรณรงค์ลดใช้รถยนต์ "Bangkok Car Free Day 2019" 22 ก.ย.นี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กทม.เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์วันปลอดรถสากล “Bangkok Car Free Day 2019” วันที่ 22 ก.ย.นี้ ใน 7 เส้นทางรวม 10 กม. หวังชวนคนกรุงลดใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธาณะมากขึ้น

วันนี้ (11 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.  นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวกิจกรรมรณรงค์ “Bangkok Car Free Day 2019” ภายใต้คำขวัญ “เดินทางร่วมกัน วันพาหนะส่วนรวม” ร่วมกับนายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด

นายสกลธี กล่าวว่า กทม.ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมรณรงค์ “Bangkok Car Free Day 2019” เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ รวมทั้งยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น ทั้งนี้ กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. เวลา 06.00 เป็นต้นไป ณ ลานสแควร์ A ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นวันปลอดรถสากล (Word Car Free Day) ที่เมืองใหญ่ทั่วโลกจะร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถขนส่งมวลชน เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน อันส่งผลถึงการลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ สำหรับเส้นทางรณรงค์ ประกอบด้วย 1. ถนนราชดำริ 2. ถนนเพลินจิต 3. ถนนวิทยุ 4. ถนนเพชรบุรี 5. ถนนบรรทัดทอง 6. ถนนพระรามที่ 4 และ7. ถนนราชดำริ รวมระยะทาง 10.19 กิโลเมตร

นายสกลธี กล่าวว่า หลังจากที่ กทม.ได้ประสบกับปัญหาด้านการจราจรติดขัดรุนแรง เป็นผลอันเนื่องมาจากความต้องการในการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น และการเดินทางยังต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลเป็นส่วนใหญ่ กทม.จึงมุ่งหวังที่จะพัฒนาการเดินทางในกรุงเทพฯและพื้นที่ต่อเนื่อง ให้เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) มาใช้รองรับปริมาณและความต้องการในการเดินทางของชาวกรุงเทพฯ ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบการจราจรและขนส่งอย่างยั่งยืนนี้ ถูกนำไปใช้ในหลายๆ มหานครทั่วโลก และได้ผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ใช้ระบบขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชนเป็นระบบการเดินทางหลัก จึงสามารถบรรทุกคนได้เป็นจำนวนมาก ช่วยแก้วิกฤตการจราจรบนท้องถนน อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมุ่งหวังให้ผู้ขับรถยนต์บางส่วนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง บรรเทาปัญหาจราจร และตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นในการสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...