xs
xsm
sm
md
lg

"ณัฏฐพล" ใช้โมเดลสร้างอาชีพกองทุน กสศ. เร่งขจัดเหลื่อมล้ำการศึกษา สั่งสพฐ.ต่อยอด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ณัฏฐพล" ลั่นขจัดความเหลื่อมการศึกษา เป็นนโยบายเร่งด่วน มุ่งสร้างอาชีพนร. ไม่ใช่เรียนจบนั่งอยู่บ้านหรือเล่นเกม มอบ สพฐ.ต่อยอดโครงการสร้างอาชีพของกองทุน กสศ. เผยยอดบริจาคโครงการ จม.ลาครูรวมเฉียด 7 แสนบาท

วันนี้ (5 ก.ย.) ที่ ร.ร.ชุมชนวัดเสด็จ จ.ปทุมธานี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวเปิดงาน "ตลาดวาดฝัน ส่งต่อรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างอาชีพ นักเรียนทุนเสมอภาค" จัดโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า กสศ.ทำให้ ศธ.เห็นตัวเลขเด็กยากจนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก และนำมาวางแผนจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโอกาสทางการศึกษาเด็กยากจนได้ในอนาคต ซึ่งตนมีนโยบายขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างความเท่าเทียมเป็นนโยบายเร่งด่วน หวังว่าทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมปรับปรุงแก้ไขและต่อยอดเรื่องการศึกษาต่างๆ ไปพร้อมกับตน ซึ่งการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจะต้องมุ่งเน้นให้เด็กเรียนเพื่อการสร้างอาชีพ ไม่ใช่เรียนจบแล้วกลับไปนั่งอยู่บ้านหรือไปนั่งเล่นเกม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากข้อมูลตัวเลขเด็กยากจนของ กสศ.ที่ครอบครัวมีรายได้เพียง 1,250 บาท/เดือน เป็นสิ่งที่มองว่า รายได้ในจำนวนเท่านี้ หากไม่ได้รับการสนับสนุน เด็กไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพได้แน่นอน จึงอยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยผลักดันแก้ปัญหา ให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กยากจนมากยิ่งขึ้น โดยที่ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งการจัดสรรงบประมาณจะต้องเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดว่างบที่ให้ไปเด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาที่แท้จริงหรือไม่ ขอให้ สพฐ.นำโครงการการสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่ กสศ.ดำเนินการอยู่ไปต่อยอดขยายครอบคลุมให้มากขึ้นด้วย

"สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนที่จะมาแบกรับภาระต่อไป คือน้องๆ หลานๆ  ยิ่งหากเขาเก่งมากเท่าไร ประเทศไทยก็จะเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบต้องมีตัวชี้วัด ว่า คืออะไร และเป็นสิ่งที่หน่วยงานของ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดูและเด็กนักเรียนทั้งหมดต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เห็นความชัดเจน หลังจากนี้อีกหนึ่งปี เพราะเป็นเงินจากภาษีประชาชน ต้องใช้ให้มีคุณค่า รวมทั้งจะต้องเดินหน้าให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ​SDGs  เป้าหมายที่สี่การศึกษาที่เท่าเทียม” รมว.ศธ.กล่าว

ดร.ประสาร  ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน กสศ. กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือด้วยการสงเคราะห์ยากที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ยั่งยืน ไม่สามารถหยุดปัญหาความยากจนข้ามชั่วคนได้ ส่วนหนึ่งของทุนเสมอภาคของ กสศ. จึงมุ่งไปที่กิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อให้นักเรียนทุนเสมอภาคพึ่งพาตนเองและดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต โดยการสนับสนุนและบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของโรงเรียน ครู นักเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถขยายผลกิจกรรมทักษะอาชีพ นำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายรูปแบบ สร้างรายได้ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค  สมัครเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายตลาดวาดฝัน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ เบื้องต้นแล้ว 107 โรงเรียนทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค และในอนาคตจะมีมากขึ้นกว่านี้

“ในวันนี้ยังเป็นการมอบเงินบริจาค บาทแรกของประชาชนทั่วไปที่ร่วมสมทบความช่วยเหลือกับทุนเสมอภาคจากกสศ. ในโครงการณรงค์จดหมายลาครู ถือเป็นครั้งแรกที่ภาครัฐและภาคประชาชนได้ทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกัน โดยยอดเงินบริจาคจากโครงการรณรงค์จดหมายลาครูระหว่างเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม 2562  มีผู้บริจาค 1,576 รายการ รวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 695,239.20 บาท ซึ่งเงินบริจาคจากประชาชน ส่วนแรกจะมุ่งตรงไปที่เด็กๆเจ้าของจดหมายลาครูจำนวน 8 คนๆละประมาณ 43,000 บาท เพื่อช่วยเหลือปัญหาเฉพาะหน้า ให้ได้เรียนหนังสือ ไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา  และส่วนที่สอง จะสนับสนุนโรงเรียน 6 แห่งๆละ ราว 58,000 บาท  เพื่อใช้ในกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ส่งเสริมศักยภาพเด็กๆ ต่อยอดจากที่กสศ.สนับสนุนทุกโรงเรียนอยู่ และยังส่งผลให้นักเรียนทุนเสมอภาคคนอื่นๆในโรงเรียนได้รับอานิสงค์จากเงินบริจาคนี้ด้วย” ดร.ประสาร กล่าว

​นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ความร่วมมือจาก ศธ. สพฐ. เขตพื้นที่การศึกษาและคุณครูทั่วประเทศ ทำให้กสศ.สามารถสนับสนุนทุนเสมอภาคเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนข้นแค้นที่สุด ให้แก่โรงเรียนสังกัด สพฐ. 29,871 โรงเรียน ซึ่งในปีการศึกษา 2562 จะสามารถช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มนี้จำนวน 723,604 คน อย่างไรก็ตาม ทุนเสมอภาค ที่ กสศ. ได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลมาให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษในแต่ละปีนั้น แม้จะพอช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครอบครัวนักเรียนได้บ้างบางส่วน คำนวณแล้วราววันละ 10 บาทต่อคนเท่านั้น  จึงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนมาร่วมเต็มเต็มความช่วยเหลือให้เด็กกลุ่มนี้มากขึ้น 

“สำหรับทุนเสมอภาค ขณะนี้กสศ.สามารถช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษในระดับชั้นป.1 – ม.3   ในขณะที่งานวิจัยชี้ว่า ปฐมวัยคือช่วงวัยสำคัญหากเข้าเรียนอนุบาลช้ามีแนวโน้มหลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนเพื่อน กสศ. จึงพยายามช่วยเหลือทุนเสมอภาคระดับอนุบาล เบื้องต้นสามารถสนับสนุนได้ 10 จังหวัด  เท่านั้น ซึ่งเราคาดหวังว่าปีหน้ารัฐบาลและรัฐสภา จะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดูแลเด็กๆอนุบาลได้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ” นพ.สุภกร กล่าว

นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.จึงขอเชิญชวนประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน ร่วมกันบริจาคสมทบ หรือสนับสนุนในแง่องค์ความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อต่อยอดความช่วยเหลือที่กสศ.ได้เริ่มดำเนินการไว้แล้ว ให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนแก่เด็กๆมากยิ่งขึ้น และสามารถติดตามกิจกรรมของเครือข่ายตลาดวาดฝันเพื่อร่วมสนับสนุนหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์จากกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพหรือโครงการอื่นๆของนักเรียนทุนเสมอภาคได้ที่  www.eef.or.th และหากภาคธุรกิจหรือประชาชนทั่วไป จะร่วมสมทบทุนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มที่ยากจนที่สุดของประเทศ สามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อัตโนมัติที่ https://donate.eef.or.th/main-donate และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 079-5475

​นายสมคะเน ดาษดา ผอ.โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เงินอุดหนุนจากโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อเด็กๆ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆหลายอย่าง ทุนการศึกษาพอให้เสร็จนักเรียนใช้แล้วก็หมดไปตรงนั้นเลย แต่กองทุนของ กสศ. คือให้ทุนที่จำเป็นต่อพื้นฐานการดำรงชีวิต และยังมีพิเศษอีกส่วนคือเป็นทุนสำหรับต่อยอดให้เด็กนักเรียนนำทุนส่วนนี้ไปฝึกอาชีพ สามารถที่จะนำทุนนี้ไปสร้างรายได้ แล้วรายได้นั้นก็สามารถนำมาช่วยเหลือในเรื่องจำเป็นในการดำรงชีวิตของเขา

​“โรงเรียนสามารถที่จะนำไปส่งเสริมให้นักเรียนต่อยอด และสร้างรายได้ขึ้นมาใหม่ได้ จะช่วยให้สร้างอนาคตของชาติก็คือเด็กๆให้มีภูมิคุ้มกันและมีความเข้มแข็งในอนาคต กสศ.จึงเป็นกองทุนที่สร้างความแตกต่างจากกองทุนอื่นๆที่ผ่านมา คือให้แล้วไม่ใช่หมดไปตรงนั้นเลย แต่สร้างผลลัพธ์ต่อตัวเด็กที่ยั่งยืน” นายสมคะเน กล่าว 

ด้าน ดญ. พศิกา ขุนราช นักเรียน ม.2 โรงเรียนราษฎร์บำรุง  กล่าวว่า เป็นตัวแทนของเด็กที่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่ง ขอขอบคุณ รมว.ศธ. สพฐ. ผู้ใหญ่ใจดี ที่สร้างโอกาส สร้างอนาคตให้พวกเรา ซึ่งขอสัญญาว่าจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า











กำลังโหลดความคิดเห็น...