xs
xsm
sm
md
lg

กรมแผนไทยหารือ อภ.เตรียมส่ง "ยาศุขไสยาศน์" ล็อต 2 พร้อมปรับเกณฑ์การจ่ายยา เพิ่มการเข้าถึง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมแผนไทย เตียมจัดส่ง "ยาศุขไสยาศน์" ล็อต 2 ให้ 13 รพ. พร้อมปรับเกณฑ์เวชปฏิบัติการจ่ายยา หากรับยาอื่นมาแล้วให้ใช้ได้เลย ไม่ต้องทดลองยาแผนไทยอื่นซ้ำ หวังเพิ่มการเข้าถึงมากขึ้น ส่วนตำรับทำลายพระสุเมรุ คาดผลิตและจัดส่งได้ในสัปดาห์หน้า

วันนี้ (5 ก.ย.) นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าของการให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ว่า หลังจากเริ่มให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยวันแรกเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจ่ายตำรับยาศุขไสยาศน์แล้ว เบื้องต้นเท่าที่มีรายงานข้อมูลมาจากโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 13 โรงพยาบาลที่ให้บริการ มีผู้ป่วยมารับบริการประมาณ 20 กว่าคน เข้าเกณฑ์ในการจ่ายยา 10 กว่าคน จ่ายยาไปแล้ว 2 คน โดยพบว่ารายหนึ่งมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย  เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ความดันต่ำ  จึงได้ให้นอนพักดูอาการในโรงพยาบาลหนึ่งคืน ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางในการดูแลที่จะต้องดูว่ามีอาการข้างเคียงใดหรือไม่ ส่วนอีกรายหนึ่งไม่มีปัญหา

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ในการจ่ายยากัญชาศุขไสยาศน์ก็จะมีการประเมินผลการดำเนินการด้วย ซึ่งขณะนี้มีข้อสรุปว่า จะมีการปรับแนวทางเวชปฏิบัติการจ่ายยาศุขไสยาศน์เล็กน้อย คือ จากเดิมกำหนดให้เป็นยาศุขไสยาศน์ต้องเป็นยาลำดับที่สองในการจ่าย คือ เมื่อผู้ป่วยมีอายุและโรคเข้าเกณฑ์ ไม่ว่าจะเคยรักษาด้วยยาใดมาแล้วหรือไม่ จะต้องมีการทดลองยาแผนไทยตำรับอื่นก่อน แล้วจึงค่อยให้ยาศุขไสยาศน์ ซึ่งในส่วนของ รพ.ยศเส ที่เข้าเกณฑ์ 10 ราย จ่ายยาศุขไสยาศน์ 2 ราย ก็เพราะรายอื่นยังต้องรอผลการทดลองยาตัวอื่นก่อน เช่น ยาปิดตาลม ซึ่งเป็นยาแผนไทยไม่มีกัญชาผสม แต่ช่วยให้นอนหลับได้เช่นกัน จึงปรับว่าหากเคยได้รับยาตัวอื่นมาแล้ว ทั้งแผนไทยหรือแผนปัจจุบัน ก็ให้สามารถเข้าถึงยาศุขไสยาศน์ได้เลย ไม่ต้องทดลองยาอื่น เพื่อให้เข้าถึงได้มากขึ้น

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ส่วนวันนี้ได้มีการหารือร่วมกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ถึงความพร้อมในการจัดส่งยากัญชาเพิ่มเติม รวมไปถึงค่าใช้จ่ายว่าจะเป็นอย่างไร และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ อภ.รับยาที่ผลิตในต่างจังหวัดแล้วกระจายส่งเลย โดยที่ไม่ต้องนำยาเข้าไปหา อภ.สำนักงานใหญ่ที่ กทม.แล้วค่อยกระจาย นอกจากนี้ ยังหารือถึงการเตรียมกำลังจะจัดส่งยาศุขไสยาศน์ล็อต 2 ให้แก่ 13 โรงพยาบาลเพิ่มเติม รวมถึงตำรับทำลายพระสุเมรุด้วย ซึ่งขณะนี้ผลตรวจความปลอดภัยจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกมาแล้วว่าปลอดภัย แต่ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ก็มีการเตรียมวัตถุดิบในการผลิตไว้แล้ว ซึ่งคาดว่า รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร จะเริ่มผลิตได้ในสัปดาห์นี้ประมาณ 2-3 พันซอง และคาดว่าจะส่งได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากสามารถรับยาที่แหล่งผลิตในต่างจังหวัดได้ก็จะเป็นผลดีที่ไม่ต้องส่งยาเข้ามากทม.ก่อน

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ประจำวิทยาเขตสกลนคร กล่าวว่า ขระนี้กำลังเร่งถอดองค์ความรู้ของน้ำมันกัญชาสูตรน้ำมันภูพานว่าเป็นอย่างไร โดยดูร่วมกับอาจารย์ด้านแพทย์แผนไทยในเชิงวิชาการ ในเรื่องของสรรพคุณการเอามาใช้ในการรักษา เพื่อที่จะทำเรื่องเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นตำรับหมอพื้นบ้านเพื่อปรุงยาเฉาพาะราย และนำมาใช้ในโรงพยาบาลหลวงปู่แฟ๊บ โดยจะเอามาใช้เสริมกับตำรับยาแผนไทย 16 ตำรับที่ได้รับอนุญาตให้ใช้แล้ว เพื่อทำการวิจัยเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

ภญ.อาภากร บุญธรรม เภสัชกรประจำ รพ.การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) กล่าวว่า แพทย์จะประเมินก่อนว่า อาการมีความสัมพันธ์กับยาหรือไม่ จากนั้นจะประเมินความรุนแรงสูงต่ำ หากความรุนแรงต่ำ ก็จะให้แพทย์แผนไทยประเมินปริมาณการให้ยา หรือเปลี่ยนยาตัวอื่นให้คนไข้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ป่วยด้วยว่าจะใช้ยาศุขไสยาศน์ต่อหรือไม่ ส่วนการจัดเก็บยาศุขไสยาศน์ อภ.จะจัดส่งยามาให้ ก่อนจะนำเข้าตู้เก็บยาที่มีระบบความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เก็บในตู้ไว้มิดชิด และมีการสต็อกทุกวัน พร้อมลงบันทึกในรายงานจ่ายยาไว้ รวมถึงการจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วย เพื่อนำข้อมูลจัดส่งตามระบบติดตามของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นรายเดือน รายปี และติดตามข้อมูลรายบุคคล ส่วนการติดตามผลการใช้ของผู้ป่วยนั้น เนื่องจากเป็นยาที่ไม่มีการใช้อย่างเปิดเผย (Unapproved Drug) ช่วงแรกจะนัดคนไข้มารับยาอย่างต่อเนื่อง

“โดยในการให้ยาครั้งแรก จะมีระบบติดตามประสิทธิผลคนไข้ โดยให้คนไข้รับประทานยาก่อน 1 ซองที่โรงพยาบาล และสังเกตอาการและผลข้างเคียง 1-2 ชั่วโมง หากไม่มีผลข้างเคียง หรืออาการแพ้กัญชา จะจ่ายยาให้แก่คนไข้กลับบ้านได้ จากนั้นจะนัดหมายอีก 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ จะโทรติดตามอาการผู้ป่วยในวันที่ 1, 3 และ 7 ทั้งนี้ ในทุกซองที่จ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยจะมีการติดเลขบาร์โค้ด เรียกว่า จีเอสวัน (GS1) เป็นการพัฒนาบาร์โค้ดให้ติดในทุกซอง และจะมีเลขซีเรียลนัมเบอร์ในแต่ละซองไม่เหมือนกัน ดังนั้น จะทราบทันทีว่าคนไข้รับยาซองใดออกไป เพราะเมื่อจ่ายยาให้แก่คนไข้จะมีการลงเลขระบบดังกล่าว กรณีที่พบยาของคนไข้ไปยังผู้ป่วยรายอื่น หรือดำเนินการอย่างอื่น จะสามารถทราบทันทีว่า ยาที่เล็ดลอดออกไปนั้นเป็นของคนไข้รายใด” ภญ.อาภากร กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...