xs
xsm
sm
md
lg

หมอสูติฯ แนะอย่าใช้ "ทำหมันถาวร" เหตุไม่มีวิธีใดคุมได้ 100% ศึกษาพบเกิดท้องได้ 0.21%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หมอสูติฯ แนะไม่ควรใช้คำว่า "ทำหมันถาวร" เหตุไม่มีวิธีใดคุมกำเนิดได้ 100% เผยผลศึกษาพบเกิดท้องหลังทำหมัน ร้อยละ 0.21 ทั้งจากความผิดพลาดผ่าตัด อุปกรณ์ และท่อเชื่อมหลอดมดลูกประสานติดกันเอง ชี้ต้องส่งตรวจยืนยันหลอดมดลูกหลังทำหมัน ช่วยยืนยันทำตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว

วันนี้ (1 ก.ย.) รศ.นพ.ยุทธพงศ์ วีระวัฒนตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขระดับเขตพื้นที่ (อคม.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 7 ขอนแก่น บรรยายพิเศษเรื่องแผนส่งเสริมการดำเนินงานและสร้างการรับรู้ เพื่อลดอัตราการทำหมันแล้วท้องในพื้นที่ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการทำหมันหญิง พบไม่บ่อย แต่เกิดขึ้นได้ จากการศึกษาพบว่า การทำหมันหลังคลอด มีประสิทธิภาพดีกว่าทำหมันหลังจากที่คลอดแล้วเป็นเวลานาน (หมันแห้ง)  ทั้งนี้ จากรายงานการศึกษาของตนและคณะใน รพ.ศรีนครินทร์ เมื่อปี 2548 โดยติดตามผู้รับการทำหมันหญิงของ รพ.ศรีนครินทร์ ตั้งแต่ปี 2521-2545 เป็นเวลา 25 ปี จำนวน 35,094 ราย พบอัตราการตั้งครรภ์สะสม 74 ราย หรือร้อยละ 0.21 โดยแบ่งเป็นการตั้งครรภ์หลังการทำหมันหลังคลอด ร้อยละ 0.136 และการตั้งครรภ์หลังจากทำหมันแห้ง ร้อยละ 0.723 ส่วนการทำหมันพร้อมผ่าตัดคลอด พบร้อยละ 0.141

รศ.นพ.ยุทธพงศ์ กล่าวว่า การตั้งครรภ์หลังทำหมันหลังคลอด มีสาเหตุ 2 ปัจจัยหลัก คือ ความผิดพลาดของการผ่าตัด ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อย และการเกิดท่อเชื่อมระหว่างหลอดมดลูกที่ถูกตัดหรือเกิดการเชื่อมกันเองของหลอดมดลูก ส่วนการตั้งครรภ์หลังทำหมันแห้ง มีสาเหตุ 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. ความผิดพลาดของอุปกรณ์ 2. การเกิดท่อเชื่อมระหว่างหลอดมดลูก และ 3. สตรีที่มาทำหมันแห้งอาจตั้งครรภ์ระยะแรกขณะเมื่อมารับการทำหมันแห้ง ในบางรายอาจไม่พบสาเหตุ อย่างไรก็ตาม พบว่าส่วนใหญ่ของความล้มเหลวในการทำหมันไม่สามารถป้องกันได้ 

“ขอฝากไปยังแพทย์ พยาบาล ว่าการให้คำแนะนำผู้ที่มาคุมกำเนิดหลังคลอดนั้น ไม่ควรใช้คำว่า ทำหมันถาวร เพราะทางการแพทย์ไม่มีวิธีใดคุมกำเนิดได้ 100% แต่ขอให้บอกผู้ที่มาคุมกำเนิดตามวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ เช่น การคุมกำเนิดด้วยการผ่าตัดท่อนำไข่ การกินยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงคุมกำเนิด และขอให้มีการยืนยันการส่งตรวจชิ้นเนื้อหรือถ่ายภาพหลอดมดลูกที่มีไหมร้อยแสดงไว้ในเวชระเบียนหลังการทำหมันหญิงทุกครั้ง เพราะหากเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นภายหลัง ก็ถือว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของการผ่าตัด แต่เป็นการรักษาที่ได้คุณภาพและมาตรฐานแล้ว หากไม่มีการยืนยันหลอดมดลูก เมื่อมีการร้องเรียนจะเป็นปัญหาเรื่องการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานในภายหลัง” รศ.นพ.ยุทธพงศ์ กล่าว

รศ.นพ.ยุทธพงศ์ กล่าวว่า สปสช.ได้ออกหนังสือเวียน ที่ สปสช. 4.03 / ว. 1156 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เรื่องแนวทางการพิจารณาคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีทำหมันแล้วตั้งครรภ์ แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.หากมีการยืนยันหลอดมดลูกหลังการทำหมันหญิง ไม่ว่าจะเป็นการส่งตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา หรือการใช้ไหมร้อยชิ้นเนื้อที่ตัดออกเหนือรอยผูกของหลอดมดลูก ว่าเป็นท่อหรือหลอดมดลูก พร้อมกับถ่ายภาพยืนยันในเวชระเบียนหรือบันทึกการผ่าตัด ถือว่าเป็นการทำตามมาตรฐานการผ่าตัด ไม่เข้าเกณฑ์การได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2. หากไม่มีการยืนยันหลอดมดลูกหลังการทำหมันหญิง ให้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เข้าเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา 41 ซึ่งพื้นที่ สปสช. เขต 7 มีจำนวนผู้ขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีทำหมันหญิงแล้วตั้งครรภ์แต่ละปีประมาณ 20 – 25 ราย ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เรื่องดังกล่าวนี้มีความเห็นที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยกลุ่มของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ เห็นว่าเป็นความจริงทางการแพทย์ที่มีอัตราการล้มเหลวได้ทั้งทางทฤษฎี และทางปฏิบัติ ในขณะที่กลุ่มองค์กรคุ้มครองผู้รับการรักษาเห็นว่าวิธีถาวรต้องไม่มีผิดพลาด


กำลังโหลดความคิดเห็น...