xs
xsm
sm
md
lg

เป็นคนดีของคุณแม่ได้..ไม่ยากอย่างที่คิด/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมดอกมะลิในวันแม่ ลูกๆหลายคนคงคิดตั้งใจจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำตัวเป็นลูกที่ดีของคุณแม่ให้ได้เสียที โดยเฉพาะกับลูกๆวัยเรียนวัยรุ่นที่ต้องการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่

บ่อยครั้งที่บรรดาลูกๆระบายความในใจว่า คุณแม่ไม่เคยเข้าใจหรือไม่พยายามจะเข้าใจในตัวลูกเลย หรือโตๆกันแล้วนะ! ทำไมคุณแม่ต้องมาควบคุม สั่งการและคอยจับผิดตลอดเวลา แต่ถึงจะรู้สึกไม่ชอบอย่างไร ลึกๆแล้วพวกเด็กๆก็รับรู้และเข้าใจได้ว่า หากไม่ใช่เพราะความรักและความห่วงใย คงไม่มีใครมาคอยสนใจพวกเค้าจริงๆจังๆอย่างนี้หรอก จึงเป็นที่มาถึงความตั้งใจจะเป็นลูกที่ดีสำหรับคุณแม่ของใครหลายๆคน
อันที่จริงแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะคุณแม่สมัยใหม่ต่างก็พยายามเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ปรับระบบความคิดและปรับวิธีการดูแลลูกให้เข้ากับยุคสมัย ลูกๆอย่างเราก็ควรต้องพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจความคิดของคุณแม่ด้วยเช่นกัน ต่อไปนี้เป็น 8 วิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้ทุกคนเป็นเด็กดีของคุณแม่ได้โดยเริ่มจากวันแม่นี้เลย

1.คุณแม่ก็เหมือนลูกๆอย่างเราที่ต้องการความรักและความห่วงใยจากคนที่ตัวเองรัก จึงควรหาโอกาสสร้างความใกล้ชิดและให้ความเอาใจใส่ ซึ่งเรียกรวมๆว่า การดูแลจิตใจซึ่งกันและกันโดยการให้ความสำคัญกับเวลาของครอบครัวในการพูดคุยและทำกิจกรรมในบ้านร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ

2.ลูกๆต้องตระหนักว่าวิถีชีวิต ประสบการณ์และการรับรู้ของแต่ละคนนั้นสัมพันธ์กับพื้นฐานการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมตามยุคสมัย อาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคย ซึ่งมีผลทำให้มุมมองและวิธีคิดแตกต่างกัน การทำความเข้าใจสิ่งที่คุณแม่เป็นโดยไม่นำบรรทัดฐานของตัวเองมาตัดสินจึงเป็นสิ่งสำคัญ

3.ถึงแม้ว่าจะเข้าใจในสิ่งที่คุณแม่เป็นแล้ว แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่ลงรอยกันทั้งทางความคิดและการกระทำ ลูกๆพึงถนอมน้ำใจคุณแม่โดยยอมโอนอ่อนผ่อนตามและปล่อยผ่านในบางเรื่อง หากจำเป็นจะต้องโต้แย้งให้ใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ พูดคุยด้วยเหตุผลและนำเสนอสิ่งอื่นที่พอจะชดเชยให้แทนได้

4.สิ่งหนึ่งที่คุณแม่คาดหวังจากลูกๆคือ การพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างระเบียบและกฎเกณฑ์การใช้ชีวิตภายในบ้าน เพื่อให้ได้ฝึกฝน เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อตัวเองและสมาชิกคนอื่นๆ การเป็นเด็กดีของคุณแม่จึงต้องสามารถดูแลตัวเอง จัดสรรเวลาชีวิตได้ดีและให้ความร่วมมือกับกฎระเบียบที่มีร่วมกัน

5.หมั่นแสดงออกให้รู้ว่ารักคุณแม่มากแค่ไหน เด็กผู้ชายมักเขินอายที่จะแสดงออกถึงความรัก จึงดูเหมือนไม่สนใจหรือดูท่าทีอยู่ห่างๆ ซึ่งแตกต่างจากเด็กผู้หญิงที่มักไม่ติดขัดเรื่องการแสดงออก ลองเริ่มจากการเข้าไปกอดคุณแม่บ่อยๆ เล่าเรื่องเพื่อนๆที่โรงเรียนให้ฟัง ประดิษฐ์หรือหาของฝากชิ้นเล็กๆมาให้เพื่อสื่อให้รู้ว่ารัก

6.เรียนรู้ถึงความคาดหวังของกันและกัน บ่อยครั้งเรามักเห็นภาพความคาดหวังของลูกๆแตกต่างจากของคุณแม่ ทั้งนี้เพราะเมื่อโตขึ้นเด็กมักมีกลุ่มเพื่อนและสภาพแวดล้อมที่ชี้นำไปในทิศทางที่หลากหลาย ความสนใจจึงอาจเปลี่ยนไปจากที่คุณแม่หวังไว้ การรับฟังเหตุผลและการพัฒนาตัวเองให้เห็นถึงความตั้งใจเพื่อขอโอกาสให้ได้ทำสิ่งที่ต้องการ ย่อมดีกว่าการแสดงออกถึงความไม่พอใจหรือการโต้เถียงเพื่อเอาชนะ

7.บ่อยครั้งที่ลูกๆมักคิดไปเองว่ากิจกรรมและความชื่นชอบของตัวเองว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่คุณแม่ไม่น่าที่จะสนใจหรือเข้าใจ ทั้งที่โดยแท้จริงแล้วคุณแม่แทบจะทุกคนล้วนยินดีและพร้อมที่เรียนรู้และร่วมทำกิจกรรมที่ลูกชื่นชอบโดยไม่มีข้อแม้ ไม่ว่าจะไปดูหนัง ดูคอนเสิร์ต หรือไปท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ คราวหน้าลองชวนคุณแม่ไปในโลกของลูกๆดู นอกจากจะสนุกแล้ว ยังช่วยสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นด้วย

8.ด้วยช่องว่างระหว่างวัยที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน ทำให้กว่าลูกจะโตจนดูแลตัวเองได้นั้น คุณแม่จำนวนหนึ่งก็มีอายุมากและสุขภาพเสื่อมถอยไปตามวัย การมองเห็น การได้ยิน การเจริญอาหาร หรือการเดินเหินก็ทำได้ลำบากขึ้น จึงจำเป็นต้องหมั่นคอยสังเกตและสอบถามถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจของคุณแม่ เพื่อรับรู้ความเป็นไปและสามารถดูแลช่วยเหลือคุณแม่ได้อย่างเหมาะสม

นอกจาก 8 วิธีการข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญคือ ระลึกเสมอว่าตัวเองโชคดีมากที่มีคุณแม่คอยอบรมสั่งสอนและชี้แนะแนวทางซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เสมอ ในอนาคตที่ต้องเติบโตขึ้นเพื่อเรียนรู้โลกภายนอก ออกไปสร้างครอบครัวและมีภาระหน้าที่ต้องดูแลลูกของตัวเอง เมื่อถึงวันนั้นลูกๆจะเข้าใจถึงความเป็นแม่มากขึ้นและรู้ว่าการเป็นเด็กดีเพื่อคุณแม่นั้นไม่ยากอย่างที่คิด


กำลังโหลดความคิดเห็น...