xs
xsm
sm
md
lg

กรมหม่อนไหม ส่งเสริมศักยภาพผลิตภัณฑ์ไหมไทย จัดประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระดับประเทศ ประจำปี 2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไหมไทย เตรียมจัดประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระดับประเทศ วันที่ 19 กรกฎาคม นี้ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มุ่งให้เยาวชน เกษตรกร และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไหม มีความตื่นตัว พัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

เมื่อวันที่10 กรกฎาคม 2562 เวลา14.00 น. นายสุรจิตต์ อินทรชิต รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว “งานประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระดับประเทศ ประจำปี 2562” โดยมี นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสุรจิตต์ อินทรชิต รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่มีการทำมาอย่างยาวนานในประเทศไทย และยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจน “ผ้าไหมไทย” นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ทั้งในด้านความสวยงามและความมีเอกลักษณ์ และความมีเสน่ห์ของผืนผ้าไหมที่มีความเงางามเมื่อนำมาปรับประยุกต์เข้ากับแวดวงแฟชั่นแล้ว จะยิ่งช่วยยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ไหม สร้างความตราตรึงให้กับผู้ที่ได้สวมใส่อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น โดยมีการนำเอาประเพณีและวัฒนธรรมเข้ามาผสมผสานในหัตถกรรมการผลิตผ้าไหมไทย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรักษาและปกป้องเอกลักษณ์ กรรมวิธี และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตผ้าไหมไทยไว้เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับประเทศไทยต่อไป ดังนั้นการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระดับประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้าไหมไทยให้มีความยั่งยืน

ตลอดจนยังช่วยเผยแพร่ให้ทั่วโลกรู้จักถึงคุณค่าของผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผ้าไหม ทั่วโลกและการคุ้มครองของเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าผ้าไหมอย่างมีศักยภาพ

นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระดับประเทศ ประจำปี 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศยกย่องเชิดชู เยาวชน บุคคล ชุมชนและหมู่บ้านที่ผลิตผลงานคุณภาพ สามารถรักษาวิถีการผลิตเส้นไหม และการทอผ้าไหมไทยให้อยู่คู่ชุมชนอย่างเข้มแข็ง และเพื่อนำเสนอผลงานด้านภูมิปัญญาการผลิตไหมไทยได้รับการเชิดชูเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานให้กับบุคคล และชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2562 กำหนดประเภทการประกวดไว้ทั้งหมด 25 ประเภท โดยเป็นการประกวดเส้นไหมที่สาวแล้ว จากการแข่งขันสาวไหม จำนวน 6 ประเภท และสิ่งประดิษฐ์จากรังไหม 2 ประเภท ซึ่งได้จัดการแข่งขันไปแล้วขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ อุทยาน ร.2 อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

สำหรับการประกวดที่จะจัดขึ้นในงานวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีจำนวน 23 ประเภท ประกอบด้วย 1) การประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน 6 ประเภท 2) ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีทอง 9 ประเภท 3) ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีเงิน 2 ประเภท 4) ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน 5 ประเภท 5) ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีเขียว 1 ประเภท ซึ่งผู้ที่ชนะการแข่งขันทั้ง 25 ประเภทจะได้รับโล่และเงินรางวัล โดยผู้ชนะการประกวดอันดับ 1 จะได้โล่พระราชทานจากองค์ประธานพร้อมเงินรางวัล ผู้ชนะการประกวดอันดับ 2 จะได้โล่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเงินรางวัล และผู้ชนะการประกวดอันดับ 3 จะได้โล่ จากกรมหม่อนไหม พร้อมเงินรางวัล

“ กรมหม่อนไหมหวังว่าการจัดประกวดดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เยาวชน เกษตรกรและกลุ่มผู้ผลิตไหม และสินค้าไหมไทยมีความตื่นตัวในการพัฒนาคุณภาพสินค้า และการสร้างสรรค์ผลงานให้มี ความร่วมสมัย และตรงตามความต้องการของตลาด เกิดการพัฒนารูปแบบในการนำผ้าไหมมาใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและสามารถขยายตลาดผ้าไหมไทยให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็น การสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ผลิตงานที่มีคุณภาพ ช่วยพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าหม่อนไหมให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมสร้างความตระหนักให้เกิดความรักในอาชีพด้านหม่อนไหม และร่วมกันสืบสานไว้ให้ที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม อยู่คู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว







กำลังโหลดความคิดเห็น...