xs
xsm
sm
md
lg

อีก 2 ปี ไม่มีรกตา! “อัศวิน” เซ็นนำสายสื่อสารลงดิน 2,450 กม. 2 หมื่นล้าน ไม่ใช้ภาษีสักแดง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online - ผู้ว่าฯ กทม.ร่วม เลขาฯ กสทช.ลงนาม MOU กำหนดแนวทางนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขต กทม.ตามถนนสายหลัก-รอง 4 พื้นที่ 2,450 กม. “อัศวิน” โอ่ 2 ปี เสร็จไม่เห็นรกตาแน่ เมินทีโอทีท้วง บอกถามแล้วก็ไม่เอา ลั่นเก็บค่าท่อน้อยกว่าแน่นอน ยันไม่ได้ใช้ภาษีแม้แต่บาทเดียว ขู่งัด พ.ร.บ.ความสะอาด ฟัน หากไม่ยอมเอาลง ด้าน “ฐากร” เผยไม่ทับซ้อนที่ทีโอทีทำไว้ ย้ำพร้อมกำกับราคาให้เหมาะสม

วันนี้ (18 มิ.ย.) ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะ สตรีท ถ.รัชดาภิเษก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการส่งเสริมพัฒนาและกำหนดแนวทางการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่าง กทม. และ กสทช. พร้อมเปิดโครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินใน กทม. โดยมี พล.ต.ท.โสภณ สุทธิวงษ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพมหานคร, คณะผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน

โดย พล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ว่า ย้ำว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำสายสื่อสารทั้งหมดที่ระเกะระกะลงใต้ดินภายในเวลา 2 ปี ไม่ใช่สายไฟฟ้า ในระยะทาง 2,450 กม.ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เสนอรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติให้ กทม.ร่วมกับ กสทช.ทำ เพื่อลดผลกระทบทั้งในภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงาม ไม่เจริญหูเจริญตาของคนทั่วไป และอาจเกิดอันตรายได้เมื่อสายมันหล่นลงมา ทาง กทม.ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากทาง กสทช. ภายใน 2 ปี ก็จะไม่เห็นสายสื่อสารตามถนนสายหลัก ถนนสายรอง ก็จะเรียบร้อยทุกอย่าง

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางทีโอทีระบุอาจจะขอให้รัฐบาลทบทวน เนื่องจากมีการให้เอกชนรายเดียวได้สัมปทาน เพราะทางทีโอทีก็มีโครงการนำสายไฟลงใต้ดินอยู่แล้ว พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า อย่าไปสนใจ ทางรัฐบาลอนุมัติให้ กทม. แล้ว และ กทม.จะต้องเอาลงใต้ดินทั้งหมด บริษัทอื่นใดที่ทำอยู่ในบางช่วง ในย่านธุรกิจดีๆ ก็ทำ ที่ไม่ดีก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นมันต้องมีเจ้าภาพฝ่ายเดียว ผ่านมา 20-30 ปี มันก็ไม่ได้ทำ ตนก็ถามเขาแล้วว่าจะทำมั้ยมาร่วมกันก็ไม่เอา ตนไม่ได้ใส่ใจ ตนถือว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง ทำเพื่อ กทม. อย่าเอาเรื่องอื่นขึ้นมาถกกันเลยปัญหาเล็กน้อย ปัญหาใหญ่คือความสวยงามของ กทม.

เมื่อถามถึงค่าเช่าท่ออาจจะมีราคาที่แพงกว่า พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่จริง เดี๋ยวถาม กสทช.ดูว่าเท่าไหร่ ตนจะเก็บน้อยกว่าเขาแน่นอน

“เอาอย่างงี้แล้วกัน ผมอยู่มา 3-4 ปี ตลาดนัดจตุจักรเขาเก็บกัน 3,000-4,000 บาท ผมทำให้เหลือพันกว่าบาท ผมทำเพื่อประชาชน ผมไม่ใช่คนกรุงเทพฯ นะ แต่ทำให้คนกรุงเทพฯ เนี่ย” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

เมื่อถามถึงงบประมาณที่ดำเนินการถึง 20,000 ล้านบาท ใช้งบประมาณในส่วนใด พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่ได้ใช้งบของ กทม.หรืองบของรัฐบาล ไม่ได้เอาเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานจากภาษีประชาชนมาใช้แม้แต่บาทเดียว

เมื่อถามว่า หากดำเนินการเสร็จแล้ว แต่ยังมีบางรายไม่นำสายสื่อสารลงดิน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ถ้าเกิดมีท่อแล้วก็ต้องไม่มีสายบนเสาไฟฟ้า เราก็ได้ประสานกับทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ว่า เราจะไม่ให้พาด หรือพาดก็ผิดกฎหมายตามระเบียบราชการเรื่อง พ.ร.บ.ความสะอาด แต่ตอนนี้เหตุผลที่เรายังไม่บังคับใช้กฎหมายเพราะเขาก็ไม่รู้จะเอาลงตรงไหน ท่อเรายังไม่เสร็จ แต่ถ้าท่อเราเสร็จเขาต้องเอาลง แต่ตนเชื่อว่าผู้ประกอบการเข้าใจ แล้วสายที่พาดมันก็เป็นสายที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตจาก กฟน. บางทีเขาก็ตรวจดูไม่ไหว ถ้าเรามีท่อเรียบร้อยก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้

ด้าน นายฐากร กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบให้ กทม.ดำเนินการในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด โดยพื้นที่ที่ ทีโอที เคยดำเนินการเดิมก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ในส่วนที่เป็นการก่อสร้างใหม่ให้เป็นหน้าที่ของ กทม.ในการที่จะเชื่อมต่อทั้งหมด เข้าใจว่า ในขณะนี้ที่ใช้ในส่วนของทีโอทีที่ทำอยู่ประมาณ 400-500 กม.ก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบของทีโอที แต่เป็นท่อในระบบเดิม แต่ในส่วนการขยายทั้งหมดก็ให้เป็นหน้าที่ของ กทม.ในการเชื่อมต่อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ยืนยันว่า โครงการไม่ได้ทับซ้อนกัน เป็นการเพิ่มเติม ส่วนเรื่องราคาก็เป็นหน้าที่ของ กสทช.เองที่จะต้องกำกับให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะได้อยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ว่าไม่ได้สูงเกินไป เพราะฉะนั้นราคาที่ทีโอทีเรียกอยู่ในปัจจุบันนี้ประมาณ 9,000 กว่าบาท กับราคาที่ กทม.กำลังดำเนินการอยู่ กสทช.ต้องนำมาเปรียบเทียบ ซึ่งทาง กทม.ก็ต้องกำหนดราคาดังกล่าวในการที่จะให้ผู้ประกอบการ มาดำเนินการ

นายฐากร กล่าวต่อว่า สำหรับการที่จะนำสายสื่อสารลงดิน ก็จะเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ กสทช.ก็จะให้บริการเงิน USO (เงินที่ใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม) ในการที่จะให้ผู้ประกอบการนำสายลงดินในส่วนที่ กทม.มีการสร้างไว้แล้ว และเมื่อมีท่อที่ กทม.ทำไว้ให้แล้วผู้ประกอบการจะปฏิเสธที่จะนำลงและไปพาดบนเสาไฟฟ้าอีกไม่ได้ โดย กสทช.จะให้ความเป็นธรรมในการกำกับราคาให้สมเหตุสมผล เพราะถ้าให้ราคาสูงก็จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการของผู้ประกอบการ เนื่องจากเขาจะไปคิดอัตราค่าบริการจากประชาชนแพงขึ้นกว่าเดิม ขอให้เชื่อใจว่าเมื่อเรามาทำงานร่วมกันแล้ว จะต้องกำกับเรื่องราคาเพื่อให้ราคาอยู่ในที่ให้บริการประชาชนอัตราเดิม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อ ม.ค. 2562 โดย กทม.ได้มอบหมายให้ บริษัท
กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจภายใต้กำกับของ กทม.เป็นผู้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างและขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและวางท่อร้อยสายเพื่อนำสายสื่อสารลงใต้ดินตามถนนสายหลักและสายรองในระยะทาง 2,450 กม ให้แล้วเสร็จใน 2 ปี รวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท แบบไม่กระทบผิวการจราจร โดยใช้เทคโนโลยีไมโครดัก ขุดเจาะวางท่อร้อยขนาดเล็กใต้ดิน 2 รูปแบบ ซึ่งแบ่งพื้นที่ 4 จุดดำเนินการพร้อมกันใน ก.ค.ปีนี้ ประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพเหนือ รวม 620 กม. นำร่องที่ ถ.วิทยุ ช่วง ถ.พระรามที่ 1 - ถ.เพชรบุรี รวม 1.4 กม., พื้นที่กรุงเทพตะวันออก รวม 605 กม.บริเวณ ถ.รัชดาภิเษก หน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และบริเวณ ถ.เทียนร่วมมิตร, พื้นที่กรุงธนเหนือ ครอบคลุมฝั่งธนบุรี รวม 605 กม. แต่นำร่องที่บริเวณ ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ และ พื้นที่กรุงธนใต้ ครอบคลุมฝั่งธนบุรี รวม 620 กม. แต่นำร่องที่ ถ.วิทยุ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า โครงการดังกล่าวนี้ได้มีการประกาศเพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการมาบริหารจัดการ โดย บจ.ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์เปอเรชั่น ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาเพียงรายเดียว และผ่านการพิจารณา ได้สัญญาเช่าบริหารท่อสายสื่อสารระยะเวลา 30 ปี โดยทรู จะต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างราว 10,000 ล้านบาท ขณะที่ทางกรุงเทพธนาคม จะทำการกู้เงินอีก 10,000 ล้านบาท มาใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งทรูจะได้บริหารท่อราว 80% ส่วนอีก 20% กทม.จะนำไว้ใช้ในส่วนที่เกี่ยวกับการจราจร ความปลอดภัย และความมั่นคง โดยราคาของท่อที่ทีโอทีกำหนดไว้ให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมเช่าอยู่ที่ราว 9,000 บาท/ท่อย่อย/กม./เดือน


โดยจะมีการก่อสร้างพร้อมกันทั้ง 4 จุดและเมื่อเสร็จในเฟสแรกก็จะทำต่อไปเลย โดยคาดว่าปลายปีนี้ในแต่ละพื้นที่น่าจะได้ราว 50-60 กม.เราให้ทำแข่งขัน และไม่ได้ใช้บริษัทเดียวทำ เพื่อจะได้มีข้อเปรียบเทียบให้ดู เพราะฉะนั้นมันจะเสร้จพร้อมกัน ช้าสุดคือภายใน มิ.ย.64


























กำลังโหลดความคิดเห็น...