xs
xsm
sm
md
lg

มาค้นหาศักยภาพของลูกน้อยกันเถอะ /ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คุณพ่อคุณแม่ต่างก็มีความคาดหวังให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า มีความสามารถและความรอบรู้ที่ได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์ จนสร้างความยินดีและความภาคภูมิใจให้กับคนในครอบครัวเป็นที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกที่ทุกคนต่างก็พยายามทุ่มเทแรงกาย แรงใจและทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อสนับสนุนลูกน้อยให้ไปถึงฝั่งฝันในการบรรลุความคาดหวังดังกล่าว

แต่ปัญหาคือ คุณพ่อคุณแม่มักนำเอาค่านิยมและความต้องการของตัวเองมาเป็นสิ่งกำหนดทิศทางในการพัฒนาศักยภาพของลูก โดยไม่สนใจพิจารณาความชอบ ความสนใจ หรือศักยภาพที่แท้จริงของเด็ก เด็กหลายคนถูกส่งเสริมทางด้านวิชาการอย่างมากทั้งที่มีความสนใจและทำได้ดีในด้านศิลปะหรือดนตรี บางคนมีทักษะและชอบเล่นกีฬาแต่ถูกปูพื้นฐานให้เดินตามเส้นทางอาชีพและความคาดหวังของคนครอบครัว

ประกอบกับการที่เด็กแต่ละคนมีช่วงเวลาในการฉายแววไม่พร้อมกันและไม่แน่นอน จึงเป็นเรื่องยากที่เค้าจะบอกหรือแสดงให้เห็นจนชี้ชัดได้ว่าควรได้รับการพัฒนาไปในทิศทางใด แต่เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะขีดเส้นทางสำเร็จรูปเพื่อให้ลูกน้อยคอยเดินตามผลที่ตามจึงเป็นค่าเสียโอกาสที่เด็กควรจะได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมและสามารถไปให้ถึงศักยภาพที่ควรเป็นได้

ด้วยเหตุนี้ การค้นหาศักยภาพของลูกน้อยเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดสภาพแวดล้อมและวิธีการเรียนรู้ที่ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะด้านที่มีแววความโดดเด่นเป็นพิเศษได้อย่างเต็มศักยภาพ หนึ่งในหลายวิธีการที่นิยมนำมาใช้ค้นหานั้นสามารถทำได้โดยอาศัยกรอบการพิจารณาความหลากหลายทางปัญญาที่เรียกว่า “พหุปัญญา” (Multiple Intelligences) หรือ วิถีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันตามแนวคิดของ Howard Gardner ซึ่งมีทั้งหมด 9 ด้าน กล่าวคือ

1.ความสามารถทางภาษา (Linguistic Intelligence) สังเกตได้จากความสนใจและการพัฒนาทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนที่เด็กทำได้ดี สนใจเรียนรู้ด้านภาษาหรือวรรณกรรม ชอบที่จะสื่อสารโดยสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและอธิบายความคิดของตัวเองออกมาเป็นคำพูดหรือตัวหนังสือได้ดีกว่าวิธีการอื่น

2.ยึดถือตรรกะ/ตัวเลข (Logical/MathematicalIntelligence) สังเกตได้จากความสนใจตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆและพยายามใช้หลักเหตุผล สูตรหรือการทดสอบอย่างเป็นระบบขั้นตอนเพื่อหาคำตอบ สนุกกับการคิดคำนวณหาความสัมพันธ์ของตัวเลข เชื่อถือและยอมรับเฉพาะสิ่งที่มีเหตุผลหรือข้อมูลเพียงพอมารองรับ

3.เข้าใจมิติสัมพันธ์ (Visual/Spatial Intelligence) สังเกตจากพฤติกรรมที่ชอบดูหนังสือที่มีภาพประกอบมากกว่าอ่านข้อความ มักแสดงออกถึงจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดผ่านทางการขีดเขียนหรือวาดภาพเป็นรูปร่างต่างๆ มีความชอบและสนใจของเล่นจำพวกบล็อกตัวต่อหรือจิ๊กซอว์เป็นพิเศษ

4.การเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily/Kinesthetic Intelligence) เด็กมักตื่นตัวและกระตือรือร้นในกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติหรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีความสุขและรู้สึกแจ่มใสเมื่อได้ใช้พละกำลัง มีท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่อวัยวะต่างๆทำงานสอดรับสัมพันธ์และควบคุมสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี

5.ความสามารถทางดนตรี (Musical/RhythmicIntelligence) เด็กในกลุ่มนี้มักมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงต่างๆที่อยู่รอบตัวค่อนข้างไว มีจินตนาการและเพลิดเพลินไปกับเสียงที่มีจังหวะและท่วงทำนองต่างๆ ตอบรับด้วยการขยับตัว นิ้วมือ แขน ขาไปตามจังหวะ มีการเลียนเสียงหรือร้องเพลงตามอย่างมีความสุข

6.มีมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)สังเกตจากพฤติกรรมที่ชอบเล่นกับเพื่อนและอยู่ร่วมกับคนอื่นมากกว่าการเล่นหรือทำอะไรด้วยตัวเองคนเดียว สามารถพัฒนาความเข้าใจและรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ดี รู้จักประสานและแบ่งปัน ทำให้เข้ากับคนอื่นได้ง่ายและดึงดูดให้คนอื่นเข้าหาได้ง่ายด้วยเช่นกัน

7.เข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) แม้จะไม่มีความผิดปกติในลักษณะของการเก็บตัวไม่เข้าสังคม โดยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่เด็กกลุ่มนี้ก็มักทุ่มเทเวลาไปกับการสำรวจความคิด ขลุกอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจมากกว่า จึงไม่สุงสิงกับคนอื่นมากนักโดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไป

8.เข้าใจธรรมชาติ (Naturalistic Intelligence)สังเกตได้จากความสนใจที่มีต่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว มีความสุขที่ได้สัมผัส ใกล้ชิดและเรียนรู้สิ่งต่างๆในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ต้นไม้ ดิน น้ำ อากาศ สนุกไปกับการแยกแยะรายละเอียด พิจารณาความแตกต่างและความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของสิ่งต่างๆรอบตัว

9.ฉลาดคิดใคร่ครวญ (Existential intelligence) เด็กในกลุ่มนี้มักมีความช่างคิด ช่างสงสัยในเชิงปรัชญาความคิด สนใจค้นหาคุณค่าและความหมายของชีวิต ต้องการหาคำตอบถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างการมีอยู่ของชีวิตกับคุณค่าและความดีงามตามแบบแผนความเชื่อ ความคิดและจารีตทางสังคม

คุณพ่อคุณแม่สามารถนำกรอบการพิจารณาข้างต้นมาใช้เป็นตัวช่วยในการค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของเด็กได้ โดยอาศัยทั้งวิธีการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำตามปกติและการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เพราะโดยปกติแล้วเด็กจะมีความสามารถครอบคลุมในหลายด้านแต่มีมากน้อยลดหลั่นกันไป การค้นหาและพัฒนาศักยภาพจึงจำเป็นต้องให้เวลาและโอกาสกับเด็กได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองมีความสนใจและโดดเด่นเป็นพิเศษอย่างแท้จริง