xs
xsm
sm
md
lg

นิด้าโพลชี้คนไทย 86% เห็นด้วยใช้ “กัญชา” รักษาโรค 28% เสนอปลูกเสรี เกินครึ่งขอให้ใช้เฉพาะสถานที่อนุญาต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นิด้าโพล เผย ปชช.82% พอรับทราบกฎหมายให้ใช้ กัญชา ทางการแพทย์ 94% รู้ว่ายังต้องควบคุม เพราะเป็นยาเสพติด 86% เห็นด้วยนำมาใช้รักษาโรค ช่วยลดค่ายา เป็นทางเลือกการรักษา 39% มั่นใจรัฐควบคุมได้ ส่วนใหญ่เสนอให้ใช้เฉพาะสถานที่ที่รับอนุญาต บังคับใช้กฎหมายจริงจังกำหนดเป็นพืชเศรษฐกิจ และอนุญาตปลูกเสรี

วันนี้ (28 พ.ค.) กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การอนุญาตให้ใช้กัญชาและกระท่อมในทางการแพทย์” สำรวจระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. 2562 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 2,058 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 82.07 พอรับทราบเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาและกระท่อมทางการแพทย์ ร้อยละ 70.56 พอรับทราบว่ากัญชาสามารถนำมาเป็นยารักษาโรคได้ ร้อยละ 16.87 รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้กัญชาและกระท่อมทางการแพทย์ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย/สื่อสิ่งพิมพ์/สื่อบุคคล

ส่วนการรับรู้สาระสำคัญเกี่ยวกับกัญชาและกระท่อม ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 พบว่า 1. ร้อยละ 94.22 รับทราบว่า กัญชาและกระท่อมยังคงถูกควบคุมเพราะเป็นยาเสพติดให้โทษ 2. ร้อยละ 81.83 รับทราบว่า การผลิต นำเข้า หรือส่งออกกัญชาและกระท่อมกระทำได้เฉพาะในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ รักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา 3. ร้อยละ 63.95 รับทราบว่า หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย จัดการเรียนการสอนหรือให้บริการทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือครอบครองกัญชาและกระท่อม

4. ร้อยละ 57.43 รับทราบว่า ประชาชนได้รับอนุญาตให้ครอบครองกัญชาและกระท่อมไม่เกินปริมาณที่จำเป็นสำหรับใช้รักษาโรคเฉพาะตัว โดยมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 5. ร้อยละ 50.05 รับทราบว่า เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย จัดการเรียนการสอนหรือให้บริการทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ ผลิตและพัฒนาสูตรยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และ 6. ร้อยละ 55.93 รับทราบว่า ผู้ครอบครองกัญชาจะได้รับการละเว้นโทษ หากแจ้งและส่งมอบกัญชาให้กับกระทรวงสาธารณสุข ภายใน 90 วัน

เมื่อถามถึงการนำกัญชาและกระท่อมมาใช้ทางการแพทย์ ร้อยละ 86.30 เห็นด้วย เพราะมีงานวิจัยประโยชน์ของกัญชาและกระท่อมสามารถนำมาเป็นยารักษาโรค ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย เป็นอีกทางเลือกในการรักษา มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาสังเคราะห์หรือยาเคมี ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยบางโรค ช่วยรัฐบาลลดต้นทุนค่ายาที่นำเข้าจากต่างประเทศและค่ารักษาพยาบาล ประชาชนสามารถเข้าถึงยารักษาโรคได้ เนื่องจากราคาไม่แพงเท่ายาจากต่างประเทศ รวมถึงต่างประเทศ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย อุรุกวัย และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา นำกัญชามาเป็นส่วนประกอบของยารักษาโรค เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคมาตั้งแต่โบราณ หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ ส่วนร้อยละ 13.70 ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นยาเสพติดให้โทษ เกรงว่าจะนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ลักลอบทำเป็นยาเสพติด และอาจแพร่ระบาดเหมือนยาเสพติดชนิดอื่น ทำให้ประชาชนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น และไม่แน่ใจว่าสามารถรักษาโรคได้จริง กลัวมีผลข้างเคียงที่เป็นโทษแก่ร่างกาย

เมื่อถามถึงเจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถควบคุมการใช้กัญชาและกระท่อมให้เป็นไปตามกฎหมาย ร้อยละ 39.31 เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐสามารถควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมายได้ เพราะกฎหมายมีความชัดเจน มีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดทั้งการผลิต เพาะปลูก และการนำไปใช้ เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีบทลงโทษที่รุนแรง เชื่อว่าสามารถควบคุมไม่ให้นำไปใช้อย่างผิดกฎหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ ร้อยละ 24.73 คิดว่าไม่สามารถควบคุมได้ เพราะกฎหมายยังไม่เด็ดขาดหรือเข้มงวดพอ เปิดช่องว่างให้ผู้มีอิทธิพลหาประโยชน์ในทางมิชอบ เชื่อมั่นในตัวเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากยาเสพติดอื่นๆ ยังระบาด เลยไม่เชื่อมั่นว่าจะควบคุมการใช้กัญชาและกระท่อมได้ บางส่วนคิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย มีจำนวนน้อยอาจดูแลไม่ทั่วถึง บทลงโทษยังไม่เคร่งครัดรุนแรง ทำให้มีผู้ลักลอบปลูก

ส่วนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกัญชาและกระท่อม ร้อยละ 58.79 เสนอว่า ควรอนุญาตให้ใช้กัญชาและกระท่อมได้เฉพาะสถานที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ร้อยละ 42.76 ควรสร้างความรู้/จิตสำนึกให้กับประชาชนถึงประโยชน์และโทษของกัญชาและกระท่อม ร้อยละ 42.32 ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและลงโทษขั้นรุนแรงกับผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับกัญชาและกระท่อม ร้อยละ 31.39 ควรกำหนดให้กัญชาและกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจและส่งเสริมการเพาะปลูก และร้อยละ 28.09 ควรมีการอนุญาตให้ปลูกกัญชาและกระท่อมได้อย่างเสรี


กำลังโหลดความคิดเห็น...