xs
xsm
sm
md
lg

เห็นชอบให้ “วัคซีนไข้หวัดใหญ่” ป.1-ม.6 รวม 9.6 ล้านคน ในปี 63 ลดเจ็บป่วยแพร่เชื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุ กก.สร้างเสริมภูมิคุ้มกันฯ เห็นชอบให้วัคซีนป้องกัน “ไข้หวัดใหญ่” กลุ่มวัยเรียน ป.1-ม.6 รวมอีกกว่า 9.6 ล้านคน เริ่มในปี 2563 ชงบอร์ดวัคซีนแห่งชาติเห็นชอบ เชื่อซื้อวัคซีนรวมกับที่ให้ 7 กลุ่มเสี่ยง ราคาถูกลงจากปัจจุบัน 100 บาทต่อโดส ชี้ช่วยลดการเจ็บป่วย แพร่ระบาดสู่คนอื่น

วันนี้ (15 พ.ค.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ฝนตกมากขึ้นในหลายพื้นที่ อากาศจะมีความชื้นสูงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา พบว่า ฤดูฝนช่วง มิ.ย. - ก.ย. 2561 มีประชาชนป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ถึง 85,287 ราย เสียชีวิต 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ มีโรคเรื้อรังประจำตัว จึงกำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งเร่งลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชน รวมถึงแนะนำแนวทางการปฏิบัติตน ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรค โดยยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ปิดปากจมูกเมื่อป่วย ไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ก่อนรับประทานอาหาร เลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้มีอาการป่วยมีไข้ ไอ จาม หรืออยู่ในสถานที่คนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก ให้หยุดงานหยุดเรียนหยุดกิจกรรมกับผู้อื่นเมื่อป่วย เพื่อให้หายป่วยเร็ว และไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น รวมถึงต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาร่างกายให้อบอุ่น รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ ครบ 5 หมู่ เพิ่มผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อาทิ พริกหวาน ผักคะน้า ปวยเล้ง ใบมะรุม บรอกโคลี ส้ม มะขามป้อม สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง ลิ้นจี่ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8  แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

นพ.สุขุม กล่าวว่า สำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์  2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัดและเบาหวาน 4.ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 6.ผู้ป่วยธาลัสซีมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ 7.ผู้ที่มีโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สธ.ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จนถึง 31 ส.ค. 2562

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงข้อเสนอให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มนักเรียน เพื่อลดการเจ็บป่วยและแพร่ระบาดไปสู่คนในครอบครัว ว่า จากการพยากรณ์โรค พบว่า โรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นหนึ่งในโรคที่มีการระบาดมากในปีนี้ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง เม.ย.พบผู้ป่วย 1.5 แสนราย เสียชีวิต 10 ราย คิดว่าปีนี้น่าจะมีผู้ป่วยแตะ 2 แสนราย ส่วนปี 2561 มีผู้ป่วยประมาณแสนกว่ารายเช่นกัน เสียชีวิต 33 ราย ทั้งนี้ คร.มีแผนการฉีดวัคซีนอยู่แล้ว คือ 1.กลุ่มเสี่ยงที่ทำงานต้องพบปะผู้คนโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ จะใช้งบประมาณของกรมฯ และ 2.การให้วัคซีนเพื่อลดการเสียชีวิตใน 7 กลุ่มเสี่ยง ซึ่งจะใช้งบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งปีนี้มีการนำเข้าวัคซีน 4 แสนโดส งบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งเริ่มทยอยฉีดวัคซีนให้แล้วตั้งแต่ปลาย เม.ย.เป็นต้นมา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เช่น เด็กวัยเรียน และคนทั่วไปนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าวัตถุประสงค์ไม่ใช่เพื่อลดการเสียชีวิต แต่เพื่อลดการเจ็บป่วย และหวังผลลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น เพราะถ้ามองอีกแง่มุมหนึ่งการเจ็บป่วยของเด็กวัยเรียนก็ทำให้เด็กต้องขาดเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน บางคนไม่ได้เข้าสอบ และอาจจะกระทบกับการเติบโตได้ นับว่าเป็นส่วนสำคัญเหมือนกัน ดังนั้น คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จึงได้มีการพิจารณาให้วัคซีนในกลุ่มเด็กวัยเรียน ในปีงบประมาณ 2563 โดยอาจจะให้เป็นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่ระหว่างนำเสนอให้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณา ซึ่งหากเห็นชอบก็จะประสานกองทุนสุขภาพที่เกี่ยวข้องในการจัดหางบประมาณในการจัดซื้อวัคซีน

“เบื้องต้นจำนวนเด็กวัยเรียนจะมีช่วงเวลา 12 ปี คือ ป.1-ม.6 แต่ละช่วงปีจะมีเด็กนักเรียนประมาณ 8 แสนคน ก็เอายอด 8 แสนคูณกับ 12 ช่วงปี เท่ากับว่ามีเด็กวัยเรียนประมาณ 9,600,000 คนที่ต้องได้รับวัคซีน ก็ต้องหาวัคซีนให้เพิ่มอีก 9,600,000 โดส ส่วนราคาวัคซีน ถ้าคิดตามปัจจุบันที่มีการสนับสนุนให้กลุ่มเสี่ยงประมาณ 4 ล้านโดส ราคาประมาณโดสละ 100 บาท ถ้าเพิ่มตรงนี้ก็เท่ากับต้องเพิ่มงบส่วนนี้อีกประมาณเกือบพันล้านบาท แต่วัคซีนยิ่งซื้อมาก ก็ยิ่งราคาถูกลง และตอนนี้ประเทศไทยเองก็มีทั้งภาครัฐ เอกชน ที่มีการนำเข้ามาแบ่งบรรจุในประเทศไทย ที่สำคัญ คือ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งน่าจะเห็นผลเร็วๆ นี้แล้ว คาดว่า จะยิ่งทำให้ราคาวัคซีนถูกลงกว่าเดิมอีกด้วย” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...