xs
xsm
sm
md
lg

ส.แพทย์แผนไทยฯ แจงไม่มีขายแฟรนไชส์สอนนวด แต่รับมีเอาชื่อไปใช้ จี้ สบส.รับรองใบประกาศฯหน่วยงานรัฐ แก้ปัญหาได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สมาคมแพทย์แผนไทยฯ แจงไม่มีขายแฟรนไชส์สอนหมอนวด แต่รับบางแห่งเอาชื่อสมาคมฯ ไปใช้ แต่ไม่ได้ขออนุญาตสอนนวดกับ สบส. ส่วนออกใบประกาศฯ แทน เพราะคิดหลักคุณธรรม ไม่เห็นกฎหมายที่เขียนชัดว่า สอนที่ไหนที่นั่นต้องออกใบประกาศฯ ย้ำคนจบจากสมาคมไม่เกิน 6 หมื่น ไมใช่เกือบแสนอย่างที่กล่าวอ้าง ไม่มีซื้อขายใบประกาศ พร้อมโต้ปัญหาปลอมใบเกิดจาก สบส.ไม่รับรองใบประกาศฯ ที่จบจากหน่วยงานรัฐ หากรองรับช่วยแก้ปัญหา 70-80%

จากกรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตรวจสอบพบสมาคมการแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย มีการออกใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหมอนวด เพื่อนำมายื่นขึ้นทะเบียนรับใบรับรองหมอนวดจาก สบส.จำนวนมากผิดปกติเกือบแสนราย จึงระงับการขึ้นทะเบียน และพบมีการให้ใช้ชื่อสมาคมฯ ไปใช้อบรม เหมือนเป็นสาขาย่อยแบบแฟรนไชส์ แต่ไม่สามารถออกใบประกาศนียบัตรได้ ต้องส่งมาที่สมาคมฯ ออกใบและมีการจ่ายเงิน อาจเข้าข่ายการซื้อใบประกาศนียบัตร

วันนี้ (2 เม.ย.) ที่สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย นายสุกษม อามระดิษ อดีตเลขานุการสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย กล่างชี้แจงเรื่องดังกล่าว ว่า สาเหตุที่ไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่แรก เพราะตนได้ลาออกจากสมาคมฯ และสมัครลง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย หากออกมาพูดอาจทำให้ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือกลายเป็นการหาเสียงได้ แต่ขณะนี้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบิดาของตน คือนายอร่าม อามระดิษ นายกสมาคมฯ ซึ่งอายุกว่า 92 ปี แล้วทำให้ตนตัดสินใจที่จะออกมาชี้แจง

นายสุกษม กล่าวว่า ประเด็นจำนวนใบประกาศนียบัตรเกือบแสนใบที่ สบส.กล่าวหานั้น ยืนยันว่า ไม่ได้ออกโดยสมาคมฯ เพียงแห่งเดียว แต่มีของหน่วยงานอื่นด้วย ซึ่งจำนวนผู้ที่ผ่านการอบรมหมอนวดจากสมาคมฯ นับตั้งแต่เปิดเมื่อปี 2540 ที่อยู่ในระบบมีประมาณ 3-4 หมื่นราย และที่ตกหล่นไปในช่วงน้ำท่วมและย้ายที่ทำการอีกประมาณ 1-2 หมื่นราย ตัวเลขจริงน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 6 หมื่นเท่านั้น แต่ที่ สบส.เหมาเข่งว่าเป็นสมาคมฯ เพราะจงใจให้หมอนวดเดือดร้อน และมาฟ้องสมาคมฯ โดยที่ สบส.ยืนอยู่บนภูหรือไม่

นายสุกษม กล่าวว่า ที่ผ่านมา สบส.ให้เราส่งรายชื่อเราก็ส่ง หรือทำหนังสือครั้งแรกให้เราชี้แจง แต่เรายังไม่พร้อมจึงขอเลื่อนไป 30 วัน ซึ่งยังไม่ทันครบ สบส.มีหนังสือเวียนถึง สสจ.ทั่วประเทศไม่ให้รับขึ้นทะเบียนหมอนวดที่ถือใบประกาศนียบัตรของสมาคมฯ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าผิดหรือถูก แต่ด่วนสรุปและลงโทษแล้ว เป็นการตั้งศาลเตี้ย ดังนั้น เรื่องนี้จะมีการส่งศาลปกครองตีความ และส่งเรื่องไปยัง สบส.ด้วย ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่ถูกแจ้งความเรื่องฉ้อโกงจะให้ทนายเข้าชี้แจงที่ สภ.นนทบุรี ในสัปดาห์หน้าเช่นกัน และได้ให้ทนายความเตรียมข้อมูลในการฟ้องร้องผู้บริหาร สบส. ซึ่งจะครอบคลุมใครบ้างต้องมาดูอีกที แต่ที่จะฟ้อง คือ ผิดมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งระบุว่า ก่อนออกกฎหมายรัฐต้องรับฟังความเห็น วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน หากออกมาแล้วต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเพื่อพัฒนาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป

นายสุกษม กล่าวว่า สำหรับเรื่องการซื้อขายใบประกาศนียบัตร ยืนยันว่า สมาคมฯ ไม่เคยดำเนินการเลย แต่สาเหตุที่มีการซื้อขายและปลอมใบประกาศนียบัตรเกิดขึ้นนั้น มาจากการออก พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และ สบส.ไม่ยอมรับรองใบประกาศนียบัตรอบรมหมอนวดที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้จะผ่านการสอบจากศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ก็ไม่ยอมรับ เป็นต้น ทั้งที่ พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีสาขาการแพทย์แผนไทย อนุญาตให้หน่วยงานรัฐสอนได้ เมื่อประกาศนียบัตรที่ออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ไม่ได้รับการรับรองจาก สบส. ทำให้ไม่สามารถมาขึ้นทะเบียนเป็นหมอนวดได้ จึงทำให้เกิดการปลอมและซื้อขายใบประกาศนียบัตรมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนมีบ้างประปราย ซึ่งหากสมาคมฯ ตรวจสอบพบก็จะมีการแจ้งความและแจ้ง สบส.เพื่อเอาผิดผู้ดำเนินการ

นายสุกษม กล่าวว่า ตอนที่มีปัญหาใบประกาศปลอมมากๆ สบส.ก็ขอให้สมาคมฯ ออกใบรับรองซ้ำ เราก็ทำโดยตรวจสอบกับฐานระบบ และรับรองซ้ำตามปีที่มีการสอนจริง ไม่มีการแก้ไขปีการรับรองย้อนหลังแน่นอน ซึ่งพอตรวจสอบเราจะเจอว่าปลอมมากเป็นพันๆ ใบ ทั้งปลอมปีที่จบ ปลอมชั่วโมงการเรียน ไปจนถึงสลับหน่วยงานที่ออกใบประกาศนียบัตร ก็ได้แจ้งต่อสบส. และแจ้งความไว้ด้วย

นายสุกษม กล่าวว่า ส่วนเรื่องการอบรมหมอนวดเกิน 7 คนนั้น ตั้งแต่อดีตยอมรับว่า มีการอบรมเกิน 7 คนกันมาตลอด จนกระทั่งปี 2553 ที่มีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่กำหนดว่า หามไม่ใช่โรงเรียนห้ามสอนเกิน 7 คน ซึ่งหากสอนกันที่สมาคมฯ ก็ไม่เคยเกิน 7 คน แต่ยอมรับว่าโครงการที่ไปร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงยุติธรรม ที่เราเข้าไปสอนให้นักโทษในทัณฑสถานนั้น ตรงนี้เกิน 7 คนแน่นอน เพราะเรือนจำไม่ได้เข้ากันได้ง่ายๆ และบ่อยๆ จึงต้องสอนเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเอาชื่อสมาคมฯ ไปใช้สอนนวด เหมือนการขายแฟรนไชส์ป้ายละเป็นแสนบาท นายสุกษม กล่าวว่า ยอมรับว่ามีการเอาชื่อสมาคมฯ ไปใช้ บางคนเอาไปติดตั้งเอง บางคนก็มาขอ แต่ไม่มีใครต้องจ่ายค่าป้ายหรือโลโก้เป็นแสนบาทสองแสนบาท มีแต่บริจาค 3 พันบาท 5 พันบาท ให้ฟรีก็มี เหมือนกับว่าใครๆ ก็อยากอวดว่าจบมาจากสมาคมฯ การเอาชื่อสมาคมฯ ไปใช้ไม่ใช่เอาไปสอนนวดทั้งหมด บางแห่งเอาชื่อไปบริการนวดก็มีว่า จบจากสมาคมฯ เป็นต้น ซึ่งคนที่มาขอชื่อสมาคมฯ ไปใช้ก็มีประมาณร้อยกว่าราย

เมื่อถามว่า เมื่อเอาชื่อสมาคมฯ ไปใช้ ต้องไปขออนุญาตสอนนวดจาก สบส.หรือไม่ นายสุกษม กล่าวว่า สมัยก่อนปี 2559 ก็ไม่ได้มีการไปขอ แต่พอมีกฎหมายปี 2559 ก็ต้องไปขอ อย่างที่บอกว่า ขอใครขอมัน ทั้งรัฐและเอกชน ใครจะสอนก็ต้องไปขอ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครไปขอ

เมื่อถามว่า เหตุนี้จึงทำให้ออกใบประกาศเองไม่ได้ ต้องส่งมาที่สมาคมฯ เลยมองว่าเป็นซื้อขาย เพราะมีการเสียเงิน 600 บาท นายสุกษม กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าเขาเรียนจริงหรือไม่ ผ่านกระบวนการทดสอบจริงหรือไม่ นวดจริงหรือไม่ คำว่าขายมันกว้างมากเลย อย่างไปทำใบขับขี่ ทำบัตรประชาชน ก็เสียเงินหรือไม่ อย่างนี้เป็นการขายหรือไม่ นี่ก็เช่นกันก็ต้องมีค่ากระดาษค่าอะไรบ้าง แต่ไม่ได้ระบุว่า 600 บาท เพราะมีค่าสอนด้วย

ถามต่อว่า เช่นนี้จะขัดกับกฎหมายที่ว่าที่ใดสอนที่นั่นต้องออกใบประกาศนียบัตรหรือไม่ นายสุกษม กล่าวว่า ก่อนหน้าปี 2553 ไม่มีเรื่องนี้ และทุกวันนี้ตนก็ยังไม่เห็นเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ว่าที่ไหนสอนที่นั่นต้องออกใบประกาศนียบัตร ถ้ามีจริงก็ดี เพราะถ้าออกกฎตรงนี้มาจะได้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดกับหลักรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีแต่ สบส.ที่ตะโกนพูดปาวๆ แต่ไม่มีลายลักษณ์อักษร

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไม่มีคำสั่งเป็นทางการ สมาคมฯ เลยรับออกใบประกาศให้แทนหรือไม่ นายสุกษม กล่าวว่า ต้องคิดเรื่องหลักคุณธรรมด้วย จะให้ทำอย่างไร เช่น ไปสอนในคุก ออกมาไม่มีใบประกาศ ใครจะรับทำงาน ก็ต้องออกให้ แล้วสังคมเราเป็นสังคมกระดาษ ถ้าไม่มีกระกาษก็ทำงานไม่ได้ คนไม่เชื่อถือ

ถามว่ากรณีในคุกเราไปสอนเอง แต่กรณีเอาชื่อไปใช้ เราไม่ได้สอน นายสุกษม กล่าวว่า ระบบแบบนี้ก็มีอยู่ครูบาอาจารย์ที่เขาไปสอนก็มาขอ เขาจะว่าอย่างไรก็ว่าไปเถอะ พูดตรงๆ แทนที่กรมฯ จะมากล่าวหาสมาคมฯ ควรไปหาวิธีการเยียวยาหมอนวดเหล่านี้ก่อนดีหรือไม่ มาบอกว่าหมอนวดไม่ได้มาตรฐาน มาอบรมกับ สบส.แบบที่ทำอยู่เปิดสอนวันละ 600 คน เช้า 300 คน เย็น 300 คน แบบนี้ได้มาตรฐานเลยหรือ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นจนป่านนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี สั่งให้สบส.เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ผ่านมากี่วันทำอะไรบ้าง สิ่งที่ สบส.ต้องทำคือเยียวยาเรื่องที่เกิดขึ้น วิธีที่ดีที่สุด คือ ให้การรับรองใบประกาศนียบัตรก่อนปี 2559 ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐทั้งหมด เพื่อให้สามารถมาขึ้นทะเบียนหมอนวดได้ ตรงนี้จะแก้ปัญหาได้มาก 70-80% ส่วนคนที่จบจากสมาคมฯ ก็มาจัดทดสอบฝีมือเลยก็ได้ว่ามีความรู้ความสามารถจริงหรือไม่" นายสุกษม กล่าว