xs
xsm
sm
md
lg

หาตัวตนของเรา รู้ตัวตนของลูก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพโดย @phammi จาก unsplash.com
นิสัยใจคอ ตัวตนที่แท้จริงของเรา ล้วนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจต่อตัวเราเอง เพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญคือ ครอบครัว หากเรารู้สักนิดว่า ลูกเราแต่ละคนจริง ๆ แล้วเป็นคนอย่างไร และเราเป็นคนอย่างไร คงเป็นเรื่องไม่ยาก ที่จะช่วยเหลือให้คำปรึกษาได้ตรงจุด ในเรื่องการดำรงชีวิต การเรียน หรือการเลือกเพื่อนของลูก

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจลืมไปว่า หลายครั้งเราแก้ปัญหาให้ลูก โดยลืมศึกษาความเป็นตัวตนลูก ตัวตนของเรา และตัวตนในฝันของทุกฝ่าย

"ทำไมไม่เรียนมหาลัยนี้ล่ะน่าเรียนจะตาย จบมาแล้วมีงานทำเลย"
"บ้านเราต้องเรียนที่... จึงจะเหมาะ"

นักจิตวิทยาพยายามศึกษาความเป็นตัวตนของมนุษย์เสมอมา และพบว่า คน ๆ หนึ่งแบ่งออกเป็น 3 ตัวตนในร่างเดียว คือ

1. Ideal Self คือ ตัวตนในฝัน หรือตัวตนที่เราอยากเป็น เช่น อยากเก่ง อยากสวย อยากรวย อยากหล่อ
2. Actual Self คือ ตัวตนที่แท้จริงของเรา เช่น จริงเราชอบเที่ยว ชอบอยู่คนเดียว เราถนัดอะไร และไม่ถนัดอะไร
3. Social Self คือ ตัวตนเมื่อแสดงออกท่ามกลางคนหมู่มาก เรามีการแสดงออกมาอย่างไรเมื่อต้องอยู่ในสังคม

ตัวตนทั้งสามตัวตนนี้ จะผสมผสาน ผลักดัน จนแสดงออกมาเป็นนิสัยที่คุ้นชิน และตัวตนจะถูกเร่งให้แสดงออกมาจาก บุคลิกภายในสองแบบคือ การเป็นคนแบบ เปิด (extrovert) และแบบปิด (introvert)

คนที่เปิดเผย (extrovert) เป็นคนชอบเข้าสังคม ชอบพูดจา ชอบการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา เน้นความเป็นกลุ่ม "ที่ไหนที่เพื่อนที่นั่นมีเรา" ในขณะที่คนที่มีบุคลิกแบบเก็บตัว (Introvert)จะสร้างสรรค์งานได้ดีท่ามกลางความเงียบสงบ และมีสิ่งกระตุ้นเร้าน้อย วาจาภาษาจะละเอียดอ่อน

และที่สำคัญคือ ทั้งสองบุคลิกนี้สามารถประสบความสำเร็จได้เท่า ๆ กัน หากมีการปรับผสมผสานบุคลิกอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจาก เป้าหมายชีวิต ภารกิจ หรืองานที่ได้รับมอบหมายเป็นหลัก (Core Project) หากตัวตนทั้งสามถูกฝึกฝนอย่างมีวินัยให้ดึงออกมาใช้ จะสามารถสร้างสรรค์ชีวิตได้ดีมาก

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ไม่มีความจำเป็นที่คน ๆ หนึ่ง จะต้องเรียนหรือทำงาน จากตัวตนที่แท้จริง (Actual Self) เช่น เราสามารถแสดงออก พูดต่อหน้าคนหมู่มากได้ดี โดยที่จริง ๆ เราเป็นคนไม่ชอบแสดงออก หรือ เราสามารถมีความคิดที่เข้าใจความลึกซึ่งในภาษาได้ โดยที่จริง ๆ เราเป็นคนตรง ๆ ง่าย ๆ

เราไม่จำเป็นต้องเรียนนิเทศ แม้ว่าเราเป็นคนชอบพูดจา เราสามารถเรียนบริหารที่คิดเก่ง และเอาความพูดเก่งของเราไปประยุกต์ใช้ในอาชีพได้ เราสามารถใช้ความเงียบสงบของเราในการคุมลูกน้องหมู่มากได้ และเราสามารถใช้ความพุดเก่งของเราขับเคลื่อนสังคมในเชิงลึกได้

นักแสดง และพิธีกรพูดเก่ง ๆ ระดับโลกหลายท่าน ที่ในความเป็นตัวตนจริง ๆ ของเค้าเหล่านั้นคือ เป็นคนเก็บตัว (Introvert) เช่น Audrey Hepburn (นักแสดง) Steven Spielburg (ผู้กำกับ) Elton John (นักดนตรี) ที่เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อพ้นจากหน้าที่เค้าเหล่านี้ชอบอยู่เงียบๆ เว้นระยะห่างจากผู้คน และนักคิด นักขับเคลื่อนสังคม หลายท่าน ที่จริงๆแล้วคือ คนที่มีบุคลิกชอบครื้นเครง ชอบพบปะผู้คน(Extrovert) เช่น Martin Luther King, Winston Churchill หรือ Nelson Mandela

คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่รู้ทันตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง และพ่อแม่ที่เข้าใจลูกอย่างแท้จริง คือพ่อแม่ที่รู้เท่าทันความหลากหลายของบุคลิกมนุษย์ และบทบาทแต่ละวันของลูก แต่ละครอบครัวมีธรรมเนียมครรลอง ซึ่งอาจไม่ตรงตามความฝันของลูก และลูกก็อาจมีตัวตนไม่ตรงกับความฝันของครอบครัวก็เป็นได้

หากพ่อแม่เข้าใจก็ต้องรับทราบว่า ที่ลูกนั่งอ่านหนังสือ จนดึกดื่นมืดค่ำ (ซึ่งบ้านเราไม่นิยมนอนดึก) เพราะเค้ากำลังใช้ตัวตนที่เค้าอาจจะเป็น (Ideal self) ผลักดันตัวตนที่แท้จริงของเค้า (Actual Self)ให้ประสบความสำเร็จ และจะได้มีศักดิศรีในกลุ่มเพื่อนของเค้า จนมีตัวตนในสังคม (Social Self)

รักลูกนอกจากให้ความรักแล้ว ยังต้องให้ความเข้าใจ และการรู้เท่าทันด้วยค่ะ

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงลูกนะคะ

ครูฮ้วง

-----------------

ครูฮ้วง-เสาวลักษณ์ ลี้รุ่งเรืองพร เจ้าของสถาบัน Campus Genius Center ผู้สอนหลักสูตรติวเข้มเพื่อการสอบ SAT ด้วยแนวคิดแบบ Critical Thinking ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถยื่นคะแนนเข้าเรียน และประสบความสำเร็จในการเรียนคณะอินเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ



กำลังโหลดความคิดเห็น...