xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อต้องคุยกับลูกเรื่องเลือกตั้ง/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของลูกชายดิฉันทั้ง 2 คน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงทำให้ครอบครัวของเรามีการพูดคุยเรื่องข่าวสารบ้านเมืองกันค่อนข้างมาก เพราะเป็นการเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมมาก ทำให้ต้องมีการพูดคุยกันหลากหลายประเด็น เพราะนอกจากจะต้องบอกถึงวิธีการเลือกตั้งแล้ว ยังต้องพูดคุยถึงเรื่องที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญและพื้นฐานทางการเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมาด้วย เรียกว่างานนี้พ่อของลูกต้องทำหน้าที่อธิบายความอย่างจุใจทีเดียว แน่นอนว่าไม่ใช่การคุยให้ฟังข้างเดียว แต่ยังต้องตอบคำถามและฟังความเห็นต่าง ๆ จากลูกด้วย

ด้วยความที่ลูกชายทั้งสองสนใจเรื่องการเมืองอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกชายคนโต ที่สนใจและลงรายละเอียดถึงพรรคการเมืองแต่ละพรรคว่ามีนโยบายอะไร และอย่างไร

แม้เจ้าตัวจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แต่ก็ติดตามเรื่องข่าวการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด

และรับรู้มาโดยตลอดต่อกรณีการเลือกตั้งของเด็กรุ่นใหม่ หรือกลุ่มที่มีสิทธิไปใช้เสียงเลือกตั้งครั้งแรกที่น่าจะมีประมาณ 7 ล้านเสียง เป็นกลุ่มที่ถูกพาดพิงอยู่เสมอว่าจะเลือกพรรคนั้นพรรคนี้ ถูกจับจ้องในครั้งนี้อย่างมาก ซึ่งก็มีทั้งด้านบวกและลบ

บางครั้งพ่อกับลูกก็มีมุมมองในประเด็นการเมืองที่แตกต่างกัน พ่อก็ไม่ได้บอกให้ลูกต้องคิดเหมือน แต่อธิบายวิธีคิดของตัวเองให้ลูกฟัง ลูกก็รับฟังแล้วก็บอกเล่ามุมมองของเขา

จริง ๆ เรื่องการเลือกตั้งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนเป็นพ่อแม่ควรถือโอกาสในการทำความเข้าใจกับลูกได้ทุกช่วงวัย เพียงแต่คนเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรดูช่วงวัยของลูกอย่างเหมาะสม และใช้โอกาสนี้ให้ลูกหลานของเราได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งในบ้านเรา ให้พวกเขาได้รู้ที่มาที่ไปของการเมือง เพราะการเมืองเชื่อมโยงไปสู่ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของผู้คน จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ลูกหลานของเราให้ความสำคัญ มิใช่บอกลูกหลานว่าอย่าไปยุ่ง หรือไม่ต้องไปสนใจหรอก

ในที่นี้อยากจะขอเน้นกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มที่มีสิทธิไปเลือกตั้งได้แล้ว
สิ่งที่พ่อแม่ควรพูดคุยกับลูก

หนึ่ง – การเลือกตั้งเป็นหน้าที่
อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าการที่เราจะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งถือเป็นการทำหน้าที่อย่างหนึ่ง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีอายุไม่ต่ากว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง และการทำหน้าที่ไม่ใช่แค่เข้าคูหากากบาทแล้วก็เสร็จ แต่ควรให้ความสำคัญกับการกากบาทว่ามีคุณค่า เพราะเรามีส่วนต่อการร่วมกำหนดผู้ที่จะเข้าไปบริหารบ้านเมือง จึงต้องให้ความสำคัญและพินิจพิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน

ที่สำคัญสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีกฎกติกาใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน พ่อแม่เองต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้พอสมควรจึงจะถ่ายทอดต่อไปยังลูกได้

สอง – ฟังข้อมูลให้รอบด้าน
ควรสอนให้ลูกรู้จักการฟังรอบด้าน ไม่ใช่ฟังข้อมูลด้านเดียว อาจแนะนำให้ลูกศึกษาหาข้อมูลของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองแต่ละพรรคก่อน ไม่ใช่เลือกเพราะเห็นคนอื่นเลือก หรือเลือกตามพ่อแม่ หรือเลือกเพราะได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบใดแบบหนึ่ง การฟังข้อมูลอย่างรอบด้านจะเป็นพื้นฐานของการนำข้อมูลไปพินิจพิเคราะห์ เพราะบางทีเราฟังเรื่องเดียวกัน เมื่อฟังคนหนึ่งพูดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อฟังอีกคนหนึ่งกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ต้องบอกให้ลูกรู้จักชั่งใจ รับฟัง เพราะการที่ได้ฟังความหลายด้านจะช่วยทำให้ลดความผิดพลาดได้

สาม – เสพสื่ออย่างมีสติ
ในยุคออนไลน์เต็มเมือง การหาเสียง การใช้เทคโนโลยี การใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดีย ยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะมีข้อมูลทั้งจริงและเท็จมากมาย ฉะนั้น ควรจะต้องรับข้อมูลแบบมีสติ ไม่แชร์ข้อมูลใด ๆ ที่ไม่แน่ใจหรือไม่มีที่มา หรือไม่แน่ใจ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของการส่งข่าวลวง อีกทั้งอาจผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก็ได้

สี่ – อย่าเครียดกับสถานการณ์
ท่ามกลางสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้ง สื่อสารมวลชนก็จะนำเสนอข่าวที่มีความหลากหลาย และมักนำข่าวสารที่มีเนื้อหาของความขัดแย้ง หรือบางคนนิยมใช้คำพูดจาเสียดสี ส่อเสียด หรือการนำเสนอข่าวปิงปอง ประเภทคนนั้นพูดแบบนี้ คนนี้โต้ตอบแบบนั้น คนที่เสพข่าวการเมืองบ่อย ๆ ก็อาจเครียดได้เช่นกัน ควรให้คำแนะนำลูกในเรื่องการรับรู้ข่าวสาร เพราะความเครียดอาจทำให้บรรยากาศ หรือความสัมพันธ์ภายในครอบครัวขัดแย้งได้
การเมืองเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

ห้า – อย่าทะเลาะกันเพราะการเมือง
มีความเป็นไปได้ที่ในครอบครัวอาจมีความคิดเห็นเรื่องการเมืองที่แตกต่างกัน ยิ่งต้องระมัดระวังหรือพยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดการทะเลาะกันในเรื่องนี้ และเมื่อผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร ก็ควรยอมรับในผลการเลือกตั้งนั้น ๆ อย่านำมาเป็นข้อขัดแย้งกันในครอบครัว แบบเลือกตั้งจบแต่ในบ้านไม่จบ

หก – พ่อแม่ทำตัวเป็นแบบอย่าง
ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการแสดงความคิดเห็น วางตัวให้เหมาะสม ไม่ทะเลาะ หรือขัดแย้ง โต้เถียงเรื่องการเมืองให้ลูกเห็น ควรยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เป็นการฝึกการรับมือกับปัญหาความขัดแย้งแบบมีเหตุมีผล

ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการเมืองสร้างปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวกันจำนวนไม่น้อย เราควรมีกฏเกณฑ์กติกาภายในบ้านและเห็นพ้องด้วยคติที่ว่า...

“ความรักของครอบครัวอยู่เหนือการเมือง”


กำลังโหลดความคิดเห็น...