xs
xsm
sm
md
lg

ฝนตกทำค่าฝุ่น PM2.5 ลดจากสูงสุด 90 เหลือ 78 มคก./ลบ.ม. แจงมาตรการคุมฝุ่น เข้มรถดีเซล วันคู่วันคี่ จะใช้เมื่อวิกฤตจริง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมควบคุมมลพิษ เผยฝนตกทำค่าฝุ่นลดลงจากสูงสุด 90 มคก./ลบ.ม. เหลือ 78 มคก./ลบ.ม. ชี้พื้นที่ค่าฝุ่นเป็นสีแดงบ่อย มักเกิดจากจราจรและการก่อสร้าง ยันค่าฝุ่นไม่ได้สูงตลอดเวลา ขึ้นกับสภาพอากาศ แจงมาตรการจึงเริ่มจากเบาไปหนัก เน้นความร่วมมือลดสร้างฝุ่น ชี้สถานการณ์วิกฤตต้องพื้นที่สีแดงทั้งวันเกิน 3-4 วันขึ้นไป จึงออกมาตรการทางกฎหมายคุมเข้มห้ามรถดีเซล วันคู่วันคี่

วันนี้ (15 ม.ค.) นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เมื่อช่วงเวลา 07.00 น. พบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ประมาณ 46-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) แต่จากการที่มีฝนตกลงเมื่อช่วงเช้าถือว่าเป็นข่าวดี เพราะค่าฝุ่นละอองหลังฝนหยุดตกลดลง โดยค่าสูงสุดอยู่ที่ 78 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ ย้ำว่าค่าฝุ่นละอองนั้นอยู่ที่สภาพอากาศลมฝน ซึ่งจะทำให้ค่าฝุ่นนั้นขึ้นลงตลอดทั้งวัน ซึ่งหากอากาศปิดเหมือนมีฝาชีมาครอบอากาศก็จะไม่เคลื่อนไหว ปริมาณฝุ่นจึงมาก ซึ่งจริงๆ แล้วช่วงปลายปี 2561 ตั้งแต่ ส.ค.เป็นต้นมา จริงๆ แล้วปัจจัยที่เกิดฝุ่น PM2.5 ก็ไม่ต่างจากตอนนี้ ยังคงเป็นปัจจัยเดียวกัน ทั้งจากรถยนต์ การจราจร รวมไปถึงการก่อสร้าง แต่ฝุ่นไม่ได้มาก เพราะสภาพอากาศต่างกัน

เมื่อถามว่า มีการศึกษาหรือไม่ว่า พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นสีแดง เหตุใดจึงเกิดในพื้นที่เดิม นายเถลิงศักดิ์ กล่าวว่า กรมฯ สอบถามไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงสาเหตุของการเกิดฝุ่น ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงว่า บางพื้นที่เกิดจากการจราจร บางพื้นที่เกิดจากการก่อสร้าง ซึ่งทางเจ้าของพื้นที่จะทราบสถานการณ์ดีอยู่แล้วว่า ที่ค่าฝุ่นสูงในพื้นที่นั้นเกิดจากอะไร ก็จะไปดำเนินการลดลง เช่น ตรวจเรื่องรถควันดำ หรือการกำชับก่อสร้างให้ลดฝุ่น

เมื่อถามถึงกรณีประชาชนมองว่า ไม่มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อลดปัญหาฝุ่น แต่ทำเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นายเถลิงศักดิ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่า สถานการณ์ตอนนี้มาตรการยังคงเป็นการขอความร่วมมือประชาชนในการลดความเสี่ยง และลดการกำเนิดฝุ่น PM2.5 เช่น ลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลโดยเฉพาะรถเก่าที่ก่อให้เกิดควันดำ วางแผนการเดินทางโดยเลือกเส้นทางที่รถติดน้อย เพราะยิ่งรถติดมากก้ยิ่งก่อมลพิษมาก การเลิกเผาในที่แจ้ง การปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นซึ่งช่วยลดมลพิษในอากาศได้ เป็นต้น เรียกว่าเป็นมาตรการจากเบาไปหาหนัก เพราะหากออกมาตรการเข้มเลยก็อาจทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างได้ ส่วนระดับใดถึงจะวิกฤตที่จะต้องออกเป็นมาตรการทางกฎหมายในการห้าม อาจพิจารณาว่า ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดงทั้งวันและกินระยะเวลามากกว่า 3-4 วัน ก็อาจจะมีการออกมาตรการต่างๆ เช่น ห้ามรถดีเซล มาตรการวันคู่วันคี่ ซึ่งจะเห็นว่ามาตรการเหล่านี้หากนำมาใช้เลยจะเกิดผลกระทบอย่างมาก แต่หากอนาคตเมื่อระบบขนส่งสาธารณะมีความสมบูรณ์ ก็อาจเป็นทางเลือกในการดำเนินการ

นายเถลิงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนคุณภาพน้ำมันที่จะเปลี่ยนไปสู่ยูโร 5 หรือยูโร 6 ขณะนี้ก็มีการหารือในส่วนของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งการจะเปลี่ยนคุณภาพน้ำมันจะต้องมีการเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตใหม่ ซึ่งก็ต้องดูว่ามีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนเมื่รไ ซึ่งเมื่อเปลี่ยนคุณภาพน้ำมันได้ ก็จะนำมาสู่การเปลี่ยนรถยนต์ในอนาคต แต่ก็พบว่า น้ำมันยูโร 5 เมื่อนำมาใช้กับรถที่เป็นยูโร 3 หรือ 4 ก็ช่วยลดมลพิษลงได้ ซึ่งขณะนี้มี ปตท. บางจาก ที่มีการจำหน่ายน้ำมันยูโร 5 แต่มีไม่มากนัก


กำลังโหลดความคิดเห็น...