xs
xsm
sm
md
lg

เผยสิทธิบัตรทอง ดูแลลูกชาย 4 ขวบ รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เผยสิทธิบัตรทองช่วยลูกชายเข้าถึงการรักษา หลังป่วยเป็น “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” ตั้งแต่ 2 ขวบ ทั้งเจาะไขกระดูก รับเคมีบำบัดต่อเนื่อง ระบุ หากไม่มีกองทุนบัตรทอง จ่ายค่ารักษาเองคงรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว

น.ส.ธัณฐาพร โรจน์ไชสิน อายุ 37 ปี อาชีพช่างเสริมสวยใน กทม. เปิดเผยว่า ลูกชายอายุ 3 ขวบ 7 เดือน ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ในการรับการรักษาต่อเนื่อง โดยลูกเริ่มมีอาการป่วยเมื่ออายุ 1 ขวบ 11 เดือน ตอนนั้นเป็นไข้หลายวัน มีอาการท้องอืดร่วมด้วย กลางคืนจะมีไข้สูง ส่วนกลางวันถึงจะเล่นได้แต่ก็จะไม่ร่าเริงเหมือนกับเด็กทั่วไป มีอยู่วันหนึ่งมีไข้สูงติดต่อ 3 วัน ไข้ไม่ลดลงเลย ช่วงแรกพาไปหาคุณหมอทั้งคลินิกใกล้บ้าน และที่โรงพยาบาลเอกชน ยังไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทอง เพราะโรงพยาบาลที่เป็นหน่วยบริการประจำของลูกค่อนข้างแน่น มีผู้ป่วยมาก ต้องรอคิวนาน ทั้งลูกยังเล็กมากจึงเลือกจ่ายเงินแทน ซึ่งคุณหมอตรวจยังไม่เจอสาเหตุ เป็นการรักษาตามอาการโดยให้ยาลดไข้และยาแก้ท้องอืดมากิน

หลังจากนั้น อาการยังไม่ดีขึ้น ช่วงนั้นมีโรคไข้เลือดออกระบาด ซึ่งกลัวว่าจะป่วยด้วยโรคนี้ จึงลองพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลมเหสักข์ ที่เป็นหน่วยบริการประจำ คุณหมอได้วินิจฉัยอาการน้องและเจาะเลือดตรวจ พบว่า น้องมีเม็ดเลือดขาวผิดปกติ และขอส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันนั้นเลย โดยคุณหมอเขียนใบส่งตัวไปให้ ทันทีที่ไปถึงคุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เจาะเลือดเพื่อตรวจละเอียดอีกครั้ง และวินิจฉัยว่า มีความเป็นไปได้ 80-90% ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและให้ลูกรับการเจาะไขกระดูกสันหลัง โดยตรงนี้ต้องจ่ายค่าตรวจเอง โดยผลตรวจยืนยันว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว จากนั้นคุณหมอจึงได้วางแผนการรักษา โดยคุณหมอต้องให้เคมีบำบัด แม้ว่าจะมีผลข้างเคียงทั้งตอนนั้นลูกยังเล็กมาก แต่ก็จำเป็นเพราะจะทำให้มีอาการดีขึ้น

“ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2560 ลูกต้องรับคีโมหลายครั้ง แต่ละครั้งลูกต้องนอนที่โรงพยาบาลนาน 1-2 สัปดาห์ ผลข้างเคียงคือกินข้าวไม่ได้ น้ำหนักตัวลดมากจาก 16 กิโลกรัม เหลือเพียง 11 กิโลกรัม ทั้งยังมีภาวะปากเปื่อย ก้นเปื่อย มีอาการถ่ายตลอด ถ่ายเป็นน้ำไม่มีกาก ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุก 10 นาที เดินไม่ไหว ไม่มีแรง มีอาการแบบนี้เป็นเดือน แต่หลังจากรับคีโม 2 เดือนแล้ว อาการค่อยๆ ดีขึ้น กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ และไปรักษาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์นัด”

น.ส.ธัณฐาพร กล่าวว่า ปัจจุบันลูกอายุเกือบ 4 ปีแล้ว ยังต้องรับเคมีบำบัดอยู่ รวมทั้งเจาะไขกระดูกสันหลัง แต่ภาพรวมดูดีขึ้น แข็งแรงขึ้น กินข้าวและเล่นได้ คุณหมอบอกว่าลูกสามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะอายุยังน้อยอยู่ เพียงแต่ต้องทำตามที่คุณหมอแนะนำ กินยาที่คุณหมอให้ และงดรับประทานอาหารที่แสลง อย่างผักสด อาหารหมักดอง เป็นต้น โดยให้กินอาหารปรุงสุก

“ตอนที่ลูกเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทอง แต่ใช้มาสิทธิรักษาตอนที่น้องป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพราะเมื่อคำนวณรายจ่ายค่ารักษาในแต่ละเดือนนั้น หากต้องจ่ายเองก็คงไม่ไหวแน่ๆ ทั้งก่อนหน้านี้ ยังได้กู้เงิน 2 แสนบาท จากญาติมาเพื่อมาเป็นทุนจ่ายค่ายารักษานอกบัญชีที่บัตรทองยังไม่ครอบคลุม ตกครั้งละ 20,000-30,000 บาท ภายหลังลูกได้เข้าโครงการมูลนิธิแมกซ์เพื่อรับยานี้ โดยทุกวันนี้ยังผ่อนใช้หนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีสิทธิบัตรทองดูแลและต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดโดยไม่ร่วมค่ายาดังกล่าวแล้ว จากรายได้ที่มีก็คงไม่ไหวแน่นอน”

น.ส.ธัณฐาพร กล่าวต่อว่า จากที่ได้พบนายกรัฐมนตรีในงานลงนามบันทึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของ 11 หน่วยงานภาครัฐที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่สนับสนุนกองทุนบัตรทองนี้ ทำให้ลูกเข้าถึงการรักษา ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ดีในการดูแลประชาชนที่ยากจน มีรายได้น้อย โดยเฉพาะคนเจ็บป่วยด้วยโรคค่ารักษาสูงไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา อยากให้มีกองทุนหลักบัตรทองนี้เพื่อประชาชนต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...