xs
xsm
sm
md
lg

ภัย "น้ำเมา" ปี 61 พุ่ง 872 ข่าว ตาย 434 ราย เหตุเมาวิวาทสูงสุด จี้ สคบ. พาณิชย์ ล้อมคอกใช้โลโก้คล้ายเหล้าโฆษณา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดสถิติภัย "น้ำเมา" ปี 61 สูงถึง 872 ข่าว เฉลี่ยวันละ 2 ข่าว ตาย 434 ราย เหตุเมาทะเลาะวิวาทสูงสุด เมาจมน้ำสูงเกือบ 80 ข่าว ห่วงกลุ่มทุนเลี่ยงกฎหมายห้ามโฆษณา ใช้โลโก้น้ำดื่มเหมือนเหล้าเบียร์แทน หลอกลวงผู้บริโภค จี้ สคบ. พาณิชย์ หามาตรการกฎหมายล้อมคอก

วันนี้ (20 ธ ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนาหัวข้อ “เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561” โดย ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สคล. กล่าวว่า สถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ใน www.stopdrink.com โดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน พบว่า มีทั้งหมด 872 ข่าว เฉลี่ยวันละ 2 ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น พบผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าหญิง หากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207 ข่าว ร้อยละ 23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว ร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจ คือ จำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว และข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว ร้อยละ 23.16 และข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าว ร้อยละ 16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ 112 ข่าว ร้อยละ 12.85 ส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า การเฝ้าระวังในรอบปี 2561 ปัญหาใหญ่ คือ ความพยายามขายเบียร์สดทางตู้กดในร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดัง จนเกิดการเคลื่อนไหวและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สุดท้ายกลุ่มธุรกิจก็ยอมยุติ ซึ่งถือว่าโชคดีที่ต่อมามีการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามเอาไว้ชัดเจน ขณะเดียวกันกลุ่มทุนน้ำเมายังมีความพยายามฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 32 ที่ควบคุมการโฆษณาโดยพยายามดัดแปลง ใช้ตราเสมือน ในสินค้าที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มาเพื่อโฆษณาได้ทุกรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง เช่น น้ำดื่ม โซดา ซึ่งเป็นความผิดพลาดของระบบราชการ ที่อนุญาตให้จดทะเบียนได้ เรียกว่ากลยุทธ์ศรีธนญชัย กระทรวงพาณิชย์ต้องดูเรื่องการให้จดทะเบียนสินค้าตราเสมือนน้ำเมาแบบนี้ด้วย ซึ่งกำลังสร้างปัญหาไปทั่ว อีกทั้งยังเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก็ควรดูแลตรงนี้ด้วย ว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่

ขณะเดียวยังมีเรื่องในระดับพื้นที่ ที่กลุ่มทุนรุกหนัก โดยใช้ ดนตรี กีฬา CSR เป็นสปอนเซอร์ ซึ่งนี้คือปัญหาใหญ่อีกเหมือนกันโดยเฉพาะฟรีคอนเสริ์ตลานเบียร์ สิ่งสำคัญที่เรากังวลขณะนี้ คือ CSR ของบริษัททุนน้ำเมาเข้ามาจับมือร่วมกับภาครัฐ ซึ่งมันส่งผลในระดับการปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมาย ที่กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ไปใกล้ชิดกับผู้บริหารรัฐระดับสูง ซึ่งเราต้องเรียกร้องให้มีระยะห่าง เพราะมันมีผลโดยตรงต่อการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ปฎิบัติงานไม่สามารถทำได้ หรือมีความเกรงอกเกรงใจ ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่รัฐบาลก็ต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะจากส่วนกลางทั้งกระทรวง สธ.และ สตช. ฝ่ายปกครอง หน่วยงานเฉพาะกิจ ต้องเฝ้าตรวจตรา รวมทั้งกลไกอื่นๆต้องแอคทีฟเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในการปฎิบัติงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ต้องขยับตัวในบทบาทหน้าที่ให้มากกว่านี้ ประชาชนเองก็ต้องบริโภคอย่างระมัดระวัง แม้ตัวเลขการบริโภคจะลดลงก็ไม่ควรฝ่าฝืนกฎหมาย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.น่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปี 2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 60 คน คิดเป็นเกือบ 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ 84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจรสัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ 40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจรจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3

"ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง" นพ.พงศ์เทพ กล่าวและว่า มาตรการส่วนใหญ่ที่ดำเนินการในช่วงเทศกาลมักไม่ค่อยได้ผล เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยนนิสัย และไม่กลัวกฎหมาย ยังคิดว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องปกติ ใครๆก็ทำกัน ดื่มหลายครั้งแล้วไม่เคยเกิดเหตุ ถ้าเกิดอุบัติเหตุก็รักษาฟรี ถ้าโดนจับก็แค่คุมประพฤติ ตราบใดที่การรณรงค์และการตรวจจับทำแต่เพียงช่วงเทศกาล ตราบนั้นคนไทยก็คงต้องตายและพิการกันต่อไปทุกปี

นายตะวัน จันทร์เทศ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดตาก เหยื่อเมาแล้วขับ กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถกะบะชน เมื่ออายุ 19 ปี จนทำให้ถูกตัดขาทั้ง2 ข้าง ต้องนั่งวิลแชร์ไปตลอดชีวิต ทั้งนี้คนขับรถกะบะเมาสุรา เลี้ยวรถตัดหน้าโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ในซอยหมู่บ้าน เมื่อไม่มีขา ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป กว่า 6-7 ปีที่ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เพราะไม่สามารถทำงานได้ แม่ต้องรับภาระหนักเพิ่มขึ้น คิดว่าเราไม่ได้ดื่ม ไม่น่าเกิดขึ้นกับเรา แต่ก็คงไม่มีใครรู้ล่วงหน้า เมื่อเกิดแล้วก็ต้องยอมรับให้ได้ ตอนนี้มีแม่ และครอบครัวเป็นกำลังใจให้ผมสู้ชีวิตต่อไป ส่วนคนที่ทำผิด ก็ไม่เคยมาเจอกัน นอกจากพบกันที่ศาล ซึ่งขณะนี้ก็ตัดสินความผิดกันไปตามกระบวนกฎหมายแล้ว เขาก็จ่ายเงินเยียวยาซึ่งต่อให้ได้เงินร้อยล้านก็ไม่คุ้มเพื่อแลกสิ่งที่สูญเสียกลับคืนมาได้





กำลังโหลดความคิดเห็น...