xs
xsm
sm
md
lg

วชช.4 แห่งเตรียมร่วมคัดเลือกทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สถาบัน วชช. คาด มี 4 สถาบันมีโอกาสคว้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. ปีแรก ชื่นชมลงทุนถูกจุดช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ขณะที่ ผู้จัดการ กสศ. ย้ำ เป้าหมายช่วยเยาวชนยากจนสุดของประเทศ ให้มีโอกาสเรียนเต็มศักยภาพ ด้านผอ.วชช.พิจิตร เตรียมเสนอโครงการนวัตกรรมพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นจุดเด่นของวิทยาลัยเข้าร่วมพิจารณา

วันนี้ (11 ธ.ค.) ดร.ชุมพล พรประภา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันวิทยาลัยชุมชน (วชช.) เปิดเผยถึงการประชุมของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน 20 แห่ง ว่า ที่ผ่านมา สถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นหลักสูตรซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของท้องถิ่นและตลาดแรงงาน4.0 ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจุดเด่นของวิทยาลัยชุมชน คือ การเข้าถึงความต้องการชุมชน อีกทั้งกรรมการสภาของแต่ละสถาบันมีทั้งผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัด ภาคเอกชน ทำให้เราสามารถจับจุดได้ว่าโจทย์ที่ท้องถิ่นต้องการให้พัฒนาคือเรื่องใดบ้าง โดยในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันไป ล่าสุด ได้เชิญกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มาร่วมประชุมและบรรยายให้แก่ผู้บริหาร วชช. ได้ทราบเกี่ยวกับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งเป็นทุนสนับสนุนที่มีลักษณะการทำงานแบบร่วมพัฒนา ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน เน้นให้สถาบันทำงานกับภาคเอกชนในการพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้มีทักษะ ความพร้อม ตามความต้องการตลาดแรงงาน

“ถึงแม้ว่าในปีแรกงบประมาณไม่ได้มากมาย แต่ กสศ. คิดค้นลงทุนได้ถูกจุด เน้นกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสศึกษาต่อระดับสูงขึ้น และยังพัฒนาคุณภาพสถาบันสายอาชีพควบคู่ไปด้วย เป็นมิติใหม่ของการให้ทุนสนับสนุนที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ตอบโจทย์ชุมชนท้องถิ่นและโจทย์ประเทศ ทั้งยังดูแลผู้รับทุนต่อเนื่อง สอดคล้องภารกิจและทำงานของวิทยาลัยชุมชนและช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศในระยะยาว เท่าที่ดูคาดว่า มีวิทยาลัยชุมชนไม่ต่ำกว่า 4 แห่ง ที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ และร่วมเสนอโครงการ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาวิทยาลัยชุมชน ให้เป็นสถาบันนวัตกรรมชั้นสูงในปีแรก ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ฝีมือของผู้บริหาร วชช. ที่สะท้อนการทำงานเพื่อปฏิรูปคุณภาพสถาบันอย่างแท้จริง” ดร.ชุมพล กล่าว

ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า โจทย์สำคัญของ กสศ. คือ ทำอย่างไรที่จะเพิ่มคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งไปที่เด็กและเยาวชนจากครอบครัวรายได้ต่ำสุด 20% แรกของประเทศ จำนวนประมาณ 160,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ก้นบึ้งของสังคมไทย ให้มีโอกาสศึกษาต่อเต็มศักยภาพ ต้องขอบคุณรัฐบาลและสำนักงบประมาณที่มองเห็นถึงประโยชน์และสนับสนุนให้ กสศ. คิดค้นโครงการที่เป็นนวัตกรรมรวมถึงการสร้างต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศ แม้ว่าจะเป็นงบประมาณผูกพันที่ต้องสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี จึงถึงปีที่ห้าเมื่อรุ่นแรกจบการศึกษาจากนั้นงบประมาณก็จะไม่เพิ่มขึ้นในลักษณะสะสม กสศ. ได้คำนวณผลตอบแทนของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง จากนักเรียนผู้รับทุน 2,500 ทุน ในปีแรก จากข้อสมมติฐานว่าผู้รับทุนทุกคนทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV ) ประมาณ10,000 ล้านบาท หรืออัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR หรือ Internal Rate of Return) อยู่ที่ 10%

“โครงการนี้จะช่วยให้เกิดผลประโยชน์ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. สร้างโอกาสให้นักเรียนยากจนราว 2,500 คน นักเรียนกลุ่มนี้แทบจะไม่เคยมีโอกาสได้เรียนสูงกว่ามัธยมปลาย ได้เรียนต่อสายวิชาชีพ 2. สถาบันวิชาชีพมีการปรับตัว ขณะนี้หลายแห่งกำลังพัฒนาแผนงานแนวใหม่เจาะจงสาขาที่จบแล้วมีอนาคต รวมถึงแผนงานที่จะดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด 3. ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมโดยจะเริ่มทำงานกันทันทีตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 นี้ ซึ่งวิทยาลัยชุมชนเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการ ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็นสถาบันนวัตกรรมชั้นสูง ช่วยสร้างกำลังแรงงานสายอาชีพที่จะเป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศได้” นพ.สุภกร กล่าวและว่า ทั้งนี้ หากวิทยาลัยชุมชนใดได้รับการคัดเลือก จะประกาศรับนักศึกษาโดยจัดให้มีการแนะแนวที่โรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 3 ที่กำลังจะจบการศึกษาราวเดือนก.พ.- มี.ค. 2562

นายวิชัย ชวนรักษาสัตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพิจิตร กล่าวว่า ปัจจุบัน วชช.พิจิตร จัดการสอนระดับ ปวช. ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และอนุปริญญา ปีการศึกษา 2561 มีนักศึกษา1,600 คนตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อติดกับ3จังหวัด คือ พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร เด็กส่วนใหญ่จึงเป็นเด็กพื้นที่ชายขอบมีฐานะยากจน บางรายก็ต้องย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไปทำงานที่อื่น ซึ่งหากมีการสนับสนุนทุนนวัตกรรมการสายอาชีพชั้นสูง เข้ามาก็จะช่วยให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้วิทยาลัย ยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย

 
“วชช.พิจิตร สนใจที่จะร่วมนำเสนอโครงการ เพราะเราเน้นการจัดการศึกษาเรื่อง “นวัตกรรมพลังงานทดแทนเพื่อชุมชน” ของสาขาช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ และยังมีการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการศึกษาแบบทวิภาคี เช่น บริษัท มิตซูบิชิ สาขาช่างแอร์, บริษัท โซนี่ เกี่ยวกับเทคโนโลยีกล้องดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ รวมถึงเรื่องระบบไฮโดรลิกและพลังงานทดแทน เป็นต้น” นายวิชัย กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...