xs
xsm
sm
md
lg

การแสดงพื้นบ้านสานสัมพันธ์ “ไทย-จีน”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทันทีที่ผู้เชิดหุ่นหนุมานเดินลงจากเวทีเพื่อมายอกล้อเล่นกับผู้ชม สร้างบรรยากาศความเป็นกันเอง เรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม พร้อมเสียงปรบมือดังกึกก้องโรงละครเส้าเหนียนกุง และโรงละครโรงเรียนหัวเฉียว เมืองเหวินซาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

นี่คือบรรยากาศส่วนหนึ่ง ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นำนักแสดงศิลปินพื้นบ้าน 50 ชีวิต ไปจัดแสดงพื้นบ้านของไทย 4 ภาค ประกอบด้วย 7 ชุดการแสดง ได้แก่ กลองสะบัดชัย ฟ้อนผาง ศิลปะการต่อสู้ พลองไม้สั้น พลองยาว มวยคาดเชือก ลิเก หุ่นละครเล็ก เรื่อง หนุมานจับนางเบญกาย รำโนรา และ เซิ้งโปงลาง เพื่อเผยแพร่ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย และสร้างความประทับ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำศิลปะการแสดงพื้นบ้าน มาร่วมแสดงทั้ง 2 เวทีด้วย

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และคณะผู้บริหาร มณฑลไห่หนาน ร่วมชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านไทย-จีน ด้วย

“การนำศิลปะพื้นบ้านของไทยไปจัดแสดงครั้งนี้ จะได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวทีนานาชาติมากขึ้น รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีและก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศด้วย” นายวีระ กล่าว

ด้าน กฤต แสงกระจ่าง หนึ่งในผู้เชิดหุ่นหนุมาน เล่าว่า ถ้าเราเชิดหุ่นอยู่บนเวทีเพียงอย่างเดียว ผู้ชมจะเห็นความงดงามของตัวหุ่น แต่อยากให้ผู้ชมเข้ามาร่วมเล่น ร่วมสนุกกับเรา จึงเดินลงจากเวทีไปเล่นกับผู้ชมโดยใช้หนุมานยอกล้อเล่นกับผู้ชม ตามนิสัยขี้เล่นของหนุมาน เพียงได้เห็นผู้ชมยิ้มแววตามีความสุข ได้ยินเสียงหัวเราะ เท่านี้ผู้เชิดหุ่นอย่างผมก็รู้สึกมีความสุขแล้ว

สำหรับการเชิดหุ่นต้องใช้ความสามัคคี คือหลวมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รวมถึงอดทน ขยันฝึกซ้อม เพื่อให้หุ่นที่เราเชิดเหมือนมีชีวิตจริงๆ

นายวันชัย อเนกลาภ นายกสมาคมลิเกประเทศไทย กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสมาแสดงลิเก ในครั้งนี้ตนได้เขียนบทประพันธ์ เนื้อหาบ่งบอกความสัมพันธ์ไทย-จีน ไม่ใช่อื่นไกล “พี่น้องกัน” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ชมชาวจีนอาจจะฟังภาษาไทยที่เราร้องไม่เข้าใจ แต่ก่อนแสดงลิเกจะมีการบรรยายเป็นภาษาจีนสั้นๆ ประกอบกับกริยาท่าทาง ระหว่างการแสดง มั่นใจว่าผู้ชมเข้าใจความหมายได้ไม่ยาก

“การแสดงลิเก คล้ายคลึงกับการแสดงงิ้วของชาวจีน ผู้ชมสามารถจับใจความ เนื้อหา ได้จากกริยาท่าทางของผู้แสดงแต่ละคน”

นายสุรินทร์ ยังเขียวสด ผู้ควบคุมการแสดง เล่าว่า ทันทีที่ได้รับมอบหมายและโจทย์จากกระทรวงวัฒนธรรมว่าให้นำศิลปะพื้นบ้าน 4 ภาคของไทยภายในเวลา 1 ชั่วโมง ไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ตนนำโจทย์แต่ละการแสดงมาร้อยเรียงโชว์ให้ชาวจีนได้รู้เรื่อง ซึ่งการแสดงโชว์บ่งบอกไทยมีความสดใส สวยงาม มีศิลปะป้องกันตัว ที่สำคัญสอดแทรกการเอนเตอร์เทน คือให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมแสดงด้วย

“ก่อนเดินทางไปโชว์นั้น แต่ละชุดการแสดงได้ใช้เวลาฝึกซ้อมนานพอสมควร เพื่อให้การแสดงศิลปะพื้นบ้าน เป็นที่ประทับใจชาวต่างชาติ” นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากการประเมินภายหลังการแสดงที่มณฑลไห่หนาน การแสดงศิลปะพื้นบ้านของไทย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สังเกตได้จากเสียงปรบมือ เสียงหัวเราะของผู้ชม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าชาวจีนจะจดจำความประทับใจศิลปะการแสดงของไทยอย่างไม่รู้ลืม พร้อมกันนี้ ในฐานะผู้ควบคุมการแสดง ผมยังได้เรียนรู้การแสดงพื้นบ้านของจีนอีกด้วย โดยจะนำจุดเด่นมาปรับใช้ในการแสดงครั้งต่อไป

ด้าน จู ชิง เซิ่น ในฐานะผู้ชมชาวจีน เล่าให้ฟังว่า เธอเคยมาทำงานในประเทศไทย ประมาณ 13 ปี เธอพอสื่อสารภาษาไทยได้บ้างแต่เขียนไม่ได้ ในระหว่างที่เธออยู่เมืองไทย เคยเห็นการแสดงพื้นบ้านบางชุดจากทีวี อย่างไรก็ตาม พอทราบข่าวว่าประเทศไทยจะมาจัดแสดงที่ไห่หนาน เธอได้ไปชักชวนญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานให้มาชมการแสดงศิลปะพื้นบ้าน และนับเป็นครั้งแรกเธอได้ชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านหลากหลายแขนงแบบสดๆ เธอรู้สึกประทับใจการเชิดหุ่นมาก โดยเฉพาะช่วงที่คนแสดงเดินลงจากเวทีมาเล่นกันผู้ชม รู้สึกตื่นเต้น บรรยากาศเป็นกันเองมากเหมือนนักเชิดหุ่นกับผู้ชมพูดภาษาเดียวกัน คือเล่นกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้เธอและเพื่อนๆ ชื่นชอบมวยไทย เห็นถึงความเข้มแข็ง อดทน

...บรรยากาศภายหลังการแสดงศิลปะพื้นบ้านปิดม่านลง ผู้ชมจำนวนมากต่างมุ่งหน้าไปบนเวที ผู้ชมอีกส่วนหนึ่งยืนรออยู่หน้าโรงละคร เพื่อขอถ่ายภาพกับเหล่านักแสดงไว้เป็นที่ระลึก
























กำลังโหลดความคิดเห็น...